'สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง'ระบุหากพื้นที่ใดปล่อยให้มีเหตุอาชญากรรมรุนแรง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสันติบาลต้องโดนด้วยไม่ใช่แค่ 5 เสือโรงพัก พร้อมเรียกคนที่ถูกย้ายมาอบรมและเปิดโอกาสให้ชี้แจง...
เมื่อวันที่ 26 พ.ค.58 พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพิ่มเติมอีก 11 นาย เมื่อคืนที่ผ่านมา ในแต่ละพื้นที่มีตำรวจรับผิดชอบหลายหน่วย ไม่ใช่เฉพาะสถานีตำรวจในท้องที่เท่านั้น แต่ยังมีหน่วยสนับสนุนอื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย อาทิ กองบัญชาการตำรวจสอบกลาง หรือ หน่วยสนับสนุนอื่นๆ ทั้ง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สันติบาล
ดังนั้นต่อจากนี้ไปหากพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลยให้เกิดเหตุการณ์กระทำความผิดทางอาชญากรรม จะไม่โยกย้ายเพียงตำรวจในพื้นท่ีหรือ 5 เสือโรงพักเท่านั้น แต่ตำรวจหน่วยสนับสนุนก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วย
ขณะเดียวกัน พลตำรวจเอกสมยศ ยืนยันว่าคำสั่งที่ 234/2558 ที่ออกใหม่เกี่ยวกับการโยกย้ายจะทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเป็นบรรทัดฐานใหม่ โดยไม่สนใจว่าเป็นนายตำรวจของใคร รุ่นไหน นามสกุลอะไร เพื่อเป็นการวางกรอบการปฏิบัติให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนต่อไปนำไปใช้เป็นแนวทาง และให้มีการร่วมมือกันทำงานในพื้นที่รับผิดชอบมากขึ้น เพราะตัวเองเหลือเวลาทำงานอีกไม่ถึง 4 เดือน ก็จะเกษียณอายุราชการ จึงจำเป็นต้องใช้ยาแรงในการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าตำรวจที่ถูกโยกย้ายจะมารวมตัวกันประท้วง พลตำรวจเอกสมยศ มองว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ถ้าตำรวจเหล่านั้นมาเท่ากับว่าเป็นการประกาศให้สังคมรู้ว่าตำรวจเหล่านี้เป็นผู้ที่ถูกคำสั่งโยกย้าย และในวันพรุ่งนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเรียกตำรวจที่ถูกโยกย้ายทั้งหมด มาร่วมพูดคุยถึงการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ทำหนังสือชี้แจง
...
นอกจากนี้ พลตำรวจเอกสมยศ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการจับกุมมือปืนที่ยิงนายทิวะพันธ์ เปาอินทร์ ที่ตอนแรกยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นผู้ลงมือสังหาร แต่เมื่อมีการสอบสวนจนชัดเจน ประกอบกับพยานหลักฐานจนทำให้เชื่อได้ว่าเป็นผู้ลงมือกระทำจริง ส่วนจะมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกหรือไม่เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะขยายผลต่อไป.