การติดตามปัญหาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่ผ่านมา ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รก.อธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ ได้เลือกที่จะชี้แจงผ่านสถานีวิทยุเป็นส่วนใหญ่ มากกว่าจะชี้แจงกับผู้สื่อข่าวโดยตรง
ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ดร.สุเมธ ได้กล่าวในรายการ “สภากาแฟ” ทางสถานีวิทยุ สวท.นครศรีธรรมราช คลื่น 93.5 มฮ. ต่อข้อถามกรณีที่สภา มวล.ได้รับทราบถึงกรณีศาลปกครองกลางนครศรีธรรมราชไม่รับคำร้องการคุ้มครองชั่วคราวของกิจการร่วมค้าพีวีที ซึ่งมีปัญหาความขัดแย้งกับ มวล.ในการสร้างศูนย์การแพทย์มีที่มาที่ไปอย่างไร ดร.สุเมธชี้แจงว่า ความจริงได้รายงานสภา มวล.ก่อนหน้านั้นว่า กิจการร่วมค้าพีวีที ได้ฟ้องศาลปกครองฯ การฟ้องศาลปกครองตรงนั้นฟ้อง 2 เรื่อง คือเรื่อง ที่ 1 ขอให้ศาลปกครองให้สิทธิของกิจการร่วมค้าพีวีทีกลับไปดำเนินการก่อสร้างตามสัญญาเดิม และในระหว่างนั้นที่เขาเข้าไปไม่ได้เขาขอสงวนสิทธิที่ปรับมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนเงินก้อนหนึ่ง จนกว่าจะได้กลับไปทำงานเหมือนเดิม นี่เป็นคำขอ และสุดท้ายเขามาขอคุ้มครองชั่วคราวขอไม่ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้จนกว่าศาลปกครองจะตัดสิน ศาลได้นัดไต่สวนฉุกเฉิน ตนส่ง ดร.อรรจน์เป็นตัวแทน มวล.เข้าไปชี้แจงกับศาลปกครอง ทางฝ่ายพีวีทีก็ชี้แจง จนในที่สุดศาลมีคำสั่งว่าไม่คุ้มครอง แปลว่ามหาวิทยาลัยดำเนินการก่อสร้างตามแผนที่มหาวิทยาลัยดำเนินการไปได้ ส่วนการตัดสินของศาลปกครองจะเป็นอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ส่วนกรณีที่สภา มวล.มีคำสั่งแต่งตั้งตนเป็นรักษาการอธิการบดี มวล. ดร.สุเมธกล่าวว่า ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย.2557 เป็นวันที่สภา มวล.แต่งตั้งตนมาเป็น รก.อธิการบดี มวล. เนื่องจากอธิการบดีตอนนั้นคือ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร ได้ขอยุติการทำหน้าที่เนื่องจากปัญหาต่างๆใน มวล. สุดท้าย ดร.กีร์รัตน์ก็ลาออก สภา มวล.จึงตั้งตนมารักษาการ การตั้งรักษาการต่างกับการตั้งอธิการบดี เพราะกระบวนการรักษาการมันชั่วคราว สภา มวล. มีมติตั้งตนเป็น รก.อธิการบดี มวล.มาถูกต้องตามกฎหมาย ตอนนั้น ดร.กีร์รัตน์มีปัญหาที่ไปยกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างศูนย์การแพทย์ พอยกเลิกจึงเกิดความวุ่นวายพอสมควร ทางฝ่ายพีวีทีก็ไปฟ้องศาล ตนเพิ่งเข้ามาไม่รู้จะทำยังไงเพราะยกเลิกไปแล้ว ตนยืนยันตามมติเดิมของสภา มวล.ที่เห็นชอบการยกเลิกการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว จึงเดินหน้าต่อไป
...
ดร.สุเมธกล่าวถึงประเด็นที่มีผู้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับประธานสภา มวล.และกรรมการสภา มวล.ที่มาแต่งตั้งตนเป็น รก.อธิการบดีโดยมิชอบนั้น ความจริงเรื่องคำสั่งแต่งตั้งตนมาเป็น รก.อธิการบดีมวล.นั้นเป็นอำนาจหน้าที่ที่ถูกต้องตาม ก.ม.ของสภา มวล.เมื่อสภา มวล.มีคำสั่งให้ตนมาปฏิบัติหน้าที่ รก.อธิการบดี มวล. ตนก็ต้องมาตามคำสั่งของสภา มวล. ตนจะมาเองไม่ได้หรอก และขอยืนยันว่าสภา มวล.มีคำสั่งแต่งตั้งตนถูกต้องตามกฎหมาย เสร็จแล้วจากนั้นตนได้ไปสรรหา รก.รองอธิการบดี เมื่อตนสรรหาได้แล้วก็นำไปเสนอสภา มวล. จากนั้นสภาจึงจะแต่งตั้งตามที่ตนเสนอไปคือ พล.ต.ศรีศักดิ์ เลิศล้ำ มาเป็น รก.รองอธิการบดี ถูกต้องตาม ก.ม.เช่นกัน แต่หาก รก.อธิการบดี มวล.ไม่เสนอไป สภา มวล.จะแต่งตั้งไม่ได้เช่นกัน
พร้อมกันนี้ ดร.สุเมธชี้แจงอีกว่า สภา มวล.ยังได้อนุมัติระเบียบมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการพัสดุฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดความรัดกุมมากยิ่งขึ้น สอดรับกับแนวทางของรัฐที่กำลังปรับเปลี่ยนระบบการจัดหาใหม่ด้วย จะทำให้มหาวิทยาลัยมีความคล่องตัวสมกับที่เป็นมหาวิทยาลัยในการกำกับของรัฐ และสามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆได้อย่างละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น ในประเด็นนี้เนื่องจากการปฏิบัติตามระเบียบเดิมไม่ได้มีการเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อผู้รับเหมาเซ็นสัญญามอบใบค้ำประกันของธนาคารเข้ามา มหาวิทยาลัยต้องส่งใบค้ำประกันของธนาคารไปตรวจสอบเลยทันที ระเบียบเดิมไม่ได้เขียนไว้ แต่คราวนี้แก้ไขระเบียบใหม่รัดกุมยิ่งขึ้น และต่อไปจะได้ไม่มีปัญหาเหมือนแบบเก่าแน่นอน ซึ่งข่าวคืบหน้ากรณีปัญหาใน มวล.จะนำเสนอต่อไป.