กระทิงหลงป่าติดใจเสน่ห์วัวบ้านไม่ยอมไปไหน ปักหลักคุมฝูงอยู่ในวิทยาลัยเกษตรฯ ผสมพันธุ์ออกลูกจนซูบผอม ด้วยนิสัยที่ไม่ดุร้าย ชาวบ้านเอ็นดูช่วยกันป้อนน้ำให้อาหารเสริม หวั่นสุขภาพทรุดโทรม ขณะลูกวัวเลือดผสมกระทิงป่าราคาตัวละ 3 แสน
สืบเนื่องจากกรณีที่ กระทิงเพศผู้อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนักกว่า 1 ตันหลงป่าลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรีเข้ามาอยู่ในพื้นที่ อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เดินข้ามถนนเอเชีย 41 ชาวบ้านหวั่นถูกรถชน จนเป็นข่าวฮือฮา เมื่อปี 56 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 พ.ค.58 นายนฤดม อารีเสวต หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ชพ.15 อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ได้สั่งการให้ นายเกียรติศักดิ์ บัวทอง และนายธงชัย มากมูล พนักงานพิทักษ์ป่า นำสื่อมวลชน ไปตรวจสอบ “เจ้าโทน” วัวกระทิง ที่หลงป่าเข้าไปติดสัตว์ผสมพันธุ์อยู่กับฝูงวัวของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร หมู่ที่ 8 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2 พันไร่ อยู่ห่างจากถนนเอเชีย 41 เพียง 100 เมตร
ต่อมาพบ “เจ้าโทน” กระทิงป่า กำลังยืนเล็มหญ้า และกินอาหารเสริม ที่ทางเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยเกษตรฯ นำไปวางให้กินท่ามฝูงวัวเพศเมีย นับ 10 ตัว ยืนรายล้อม ซึ่งเจ้าโทน ไม่แสดงอาการดุร้าย หรือตื่นตกใจ กลับแสดงอาการเชื่องเป็นมิตรเดินเข้าหากลุ่มเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน โดยมันยอมให้เอามือลูบและจับหัวได้ สร้างความประทับใจกับผู้พบเห็น ที่ไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า สัตว์ป่าอย่างเจ้ากระทิงที่มีนิสัยดุร้ายจะมีนิสัยเชื่องเหมือนลูกแมวอย่างนี้
...
ด้าน นายเกียรติศักดิ์ บัวทอง พนักงานพิทักษ์ป่า หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชพ.15 อ.ทุ่งตะโก เปิดเผยว่า กระทิงรูปงามตัวนี้หลงป่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ อ.ทุ่งตะโก ตั้งแต่เดือน ก.ค.ปี56 จนถึงบัดนี้ 2 ปีเศษด้วยนิสัยที่เชื่องไม่ดุร้าย พวกชาวบ้านในละแวกนี้จึงรักและเอ็นดู ตั้งชื่อให้มันว่า “เจ้าโทน” โดยในช่วงเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มีชาวบ้านแห่กันนำเอาวัวเพศเมียให้เจ้าโทนผสมพันธุ์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเกือบจะทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้ ลูกวัวเลือดผสมที่ออกมา หากเป็นเพศผู้ ที่มีลักษณะดี เหมาะจะเป็นวัวชน ชาวบ้านจะขายในราคาตัวละ 2-3 แสนบาท ดังนั้น ชาวบ้านใน อ.ทุ่งตะโก จึงไม่ยอมให้หน่วยงานไหนนำเจ้าโทนออกไปจากพื้นที่นี้เป็นอันขาด
แต่มาระยะหลังๆ เจ้าโทนกลับไปหลงเสน่ห์ฝูงวัวตัวเมียในรั้วของวิทยาเกษตรฯ ที่เลี้ยงไว้จำนวนกว่า 50 ตัว มันจึงไม่ยอมไปไหนและไม่ยอมให้ตัวผู้ตัวใดเข้าใกล้ฝูงวัวตัวเมีย โดยมันจะคุมฝูงและเฝ้าผสมพันธุ์เพียงตัวเดียวเท่านั้น จนถึงเวลานี้เท่าที่สังเกตพบว่าร่างกายเจ้าโทนซูบผอมลงไปกว่าแต่ก่อนมาก จนหลายฝ่ายหวั่นจะเกิดโรคภัยไข้เจ็บกับมัน ดังนั้น ทางวิทยาลัยเกษตรฯ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่นำอาหารเสริม พร้อมทั้งกล้วยไปให้เจ้าโทนกินทุกวัน พร้อมจะออกมาตรการตรวจโรควัวเพศเมียก่อนที่จะให้เจ้าโทนผสมพันธุ์ อีกทั้งจะเก็บ ดีเอ็นเอ ของลูกวัวที่ผสมแล้ว ไว้ให้นักศึกษา ศึกษาต่อไป
ทั้งนี้ ทางวิทยาลัยเกษตรฯ ได้เขียนป้ายติดประกาศไว้ว่า “หากใครต้องการจะเข้าไปชมวัวกระทิงตัวนี้ ต้องแจ้งให้ทางวิทยาลัยเกษตรฯทราบก่อน” เพื่อความปลอดภัย เพราะอย่างไรก็ตาม กระทิงตัวนี้คือสัตว์ป่า อาจจะดุร้ายขึ้นมาเวลาใดก็ได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางวิทยาลัยเกษตรฯ ร่วมกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เฝ้ากันดูแลสุขภาพและความปลอดภัยให้กับเจ้ากระทิงตัวนี้อยู่ตลอดเวลา.