ชาวโคราชเตรียมทำบุญ 15 วัน ให้ ‘หลวงพ่อคูณ’ ขณะที่เจ้าคณะจังหวัดย้ำอีกรอบการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสทำเร็วไป เผย ‘หลวงพ่อคูณ’ เคยหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะลูกศิษย์ฆ่ากัน ชี้คำสั่งเอาศพไปไว้ขอนแก่น กระดูกทิ้งน้ำโขง เพื่อไม่ให้เกิดวุ่นวาย...
เมื่อช่วงสายของวันที่ 20 พ.ค. 58 ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงการประกอบพิธีทำบุญครบ 15 วัน การมรณภาพของพระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ภายหลังครบ 7 วันของการสวดอภิธรรมที่ จ.ขอนแก่นแล้ว ชาวโคราชทุกภาคส่วน ทั้งศิษยานุษศิษย์ญาติโยมพี่น้องประชาชน จะร่วมกันแสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อหลวงพ่อคูณ
โดยในวันที่ 31 พ.ค. 58 ซึ่งจะครบ 15 วัน จะร่วมกันจัดงานพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญครบรอบ 15 วัน ให้ทุกวัดใน จ.นครราชสีมา ประกอบพีธีทำบุญตักบาตรและสวดพระพุทธมนต์ถวายกุศลให้กับหลวงพ่อคูณ ที่วัดพายัพ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยมีพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสวัดพายัพ เป็นเจ้าภาพ รวมทั้งจะมีการทำบุญ 50 วัน และ 100 วันด้วย แต่ต้องมาคิดกันอีกครั้งว่า จะทำในรูปแบบใด
ขณะที่พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ภายหลังได้ติติงถึงความไม่เหมาะสมการตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ทำกันอย่างรวบรัดรวดเร็ว ได้กล่าวอีกครั้งว่า การประชุมประจำเดือนของคณะสงฆ์วันที่ 25 พ.ค.นี้ คงมีคำถามจากญาติโยมศิษยานุศิษย์ว่า เร็วเกินไปหรือเปล่าที่ตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ซึ่งตนก็รู้สึกเหมือนกันกับที่โยมรู้สึก ตอนนี้โยมก็ยังถามมาอยู่ตลอด มีครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อคูณต้องหนีออกจากวัดบ้านไร่ไปอยู่วัดหนองบัวรอง ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา สาเหตุเป็นเพราะอะไร ก็เพราะลูกศิษย์มีเรื่องฆ่ากันตาย มันก็เรื่องของความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ หลวงพ่อคูณถึงได้ตัดปัญหาไม่ให้พวกเราลำบาก โดยให้เอาศพไปไว้ที่ จ.ขอนแก่น แล้วไม่ให้เอากลับมา โดยให้เผาที่วัดหนองแวงแล้วเอากระดูกเถ้าถ่านไปทิ้งแม่น้ำโขงหมด ไม่ให้เป็นพระธาตุ ไม่ให้ใครมาหยิบมาฉวยเอาไปแม้แต่ชิ้นเดียว นี่คือเงื่อนไขที่เราจะต้องปฏิบัติตาม
...
"อาตมาอยากฝากไปยังลูกศิษย์ญาติโยมวัดบ้านไร่ว่า ปัญหาแรกที่ต้องแก้ คือ ปัญหาเรื่องเจ้าอาวาสที่มีวุฒิภาวะ เจ้าอาวาสที่เข้ากับญาติโยมได้ เจ้าอาวาสที่สนองตอบนโยบายบริหารพัฒนาของคณะสงฆ์ พระอย่างนี้จะหาที่ไหน พระที่มีความสามารถที่เข้ากับญาติโยมได้ เช่น พอเข้าไปแล้วโยมสาธุดีใจต้อนรับ โมทนา ไม่ใช่ปฏิเสธกันอย่างนี้ อาตมาคิดว่าแบบนี้จะยุ่งเหยิงไปอีกนาน วัดเกิดความไม่เรียบร้อย และต้องมีวุฒิภาวะในการพัฒนาวัดไปในทิศทางที่ถูกต้อง เช่น จัดวัดเป็นสถานศึกษา ปฏิบัติธรรม จัดการศึกษาเล่าเรียนให้เกิดขึ้น ฉะนั้น ต้องเอาพระที่เป็นนักปฏิบัติธรรม กรรมฐาน วิปัสสนา สมาธิภาวนา ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ สรุปแล้วพระที่จะไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ 1. ต้องมีวุฒิภาวะในด้านการศึกษา อย่างน้อยต้องจบ ป.โท. ป.เอก ดอกเตอร์ หรือเป็นมหาเปรียญ 4 ประโยค 5 ประโยคหรือ 9 ประโยค เป็นคุณสมบัติที่จะเอาไปใช้ในการปรับทิศทางการพัฒนาวัดบ้านไร่ ให้เป็นวัดด้านการศึกษาและด้านการปฏิบัติธรรม 2. ต้องเป็นพระที่มีจิตวิทยามวลชนไปแล้วทำให้ทุกคนประสานกันได้ ตรงนี้ก็หายากอยู่"
พระราชวิมลโมลี กล่าวอีกว่า ปัญหาความขัดแย้ง หรือปัญหาเรื่องเจ้าอาวาส เป็นหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลเป็นผู้แก้ไข ส่วนการปกครองภายในวัด ถ้าปกครองไม่เป็น ใครมาอยู่ก็อยู่ไม่ได้ ส่วนการพิจารณาการตั้งแต่เจ้าอาวาสนั้น ตอนนี้แค่รักษาการเท่านั้น แต่ยังไม่ได้แต่งตั้งจริง คล้ายกับเป็นการทดลองว่ากระแสตอบรับจะออกมาในลักษณะใด ซึ่งการจะแต่งตั้งต้องเข้าสู่ที่ประชุมให้เจ้าคณะอำเภอช่วยกลั่นกรอง แต่พอถึงเวลาจะแต่งตั้งเจ้าอาวาสจริง อำนาจในการแต่งตั้งอยู่ที่ตน คือเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้แต่งตั้ง ฉะนั้น จึงต้องตรวจสอบ และเสริมคุณสมบัติด้วยการอบรมให้ หรือฝึกงานให้ก่อน.