ความคืบหน้าปัญหาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ผู้สื่อข่าวรายงานมาว่าเมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายพงศ์ปณต สนิท นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ สตง.เปิดเผยความคืบหน้าในการเข้าไปตรวจสอบการแต่งตั้งรักษาการอธิการบดี มวล.ว่า ตนได้สรุปรายงานผลการตรวจสอบสืบสวน ตามคำสั่งของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้สั่งให้ตรวจสอบสืบสวนเรื่องสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์แต่งตั้ง ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการอธิการบดีโดยขัดต่อกฎหมาย ตามรหัสรับเรื่อง 58-2810-4-0005 กรณีที่สภา มวล.แต่งตั้งผู้รักษาการแทนอธิการบดีขึ้นมาใหม่ โดยได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆเช่นเดียวกับอธิการบดี อันเป็นการขัดต่อกฎหมายซึ่งกำหนดให้รองอธิการบดีขึ้นมารักษาการแทนอธิการบดีโดยอัตโนมัติ

นายพงศ์ปณตเปิดเผยอีกว่า ทาง สตง.ได้สอบพยานบุคคลใน มวล.หลายปาก เช่น นายสิทธิชัย พนิตอังกูร ตำแหน่งหัวหน้าส่วนสารบรรณและอำนวยการซึ่งให้ถ้อยคำสรุปได้ว่า มีหน้าที่กำกับดูแลงานส่วนสารบรรณและอำนวยการ ในการออกหนังสือขอบอกเลิกสัญญาจ้างที่ ศธ.57010101/6788 ลงวันที่ 21 ต.ค.2557 ตามที่ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร ตำแหน่งอธิการบดีได้บอกเลิกสัญญาจ้าง เลขที่ 7/2557 นั้น นายสิทธิชัยระบุว่า การลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างของ ดร.กีร์รัตน์ในครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างมาก เพราะตามปกติก่อนที่ ดร.กีร์รัตน์จะลงนามในหนังสือฉบับใดๆก็ตาม แม้ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือมีผลกระทบมากท่านยังแสดงความรอบคอบด้วยการซักถามผู้เกี่ยวข้องในรายละเอียดต่างๆอย่างกระจ่างชัดจึงลงนามในเอกสารซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงในการลงนามในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างในครั้งนี้ ซึ่งท่านลงนามโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใดเลย ทั้งๆที่เป็นเรื่องสำคัญและมีผลกระทบอย่างมาก นอกจากนี้สังเกตได้ว่า สภา มวล.ได้กระทำการอันเป็นการสนับสนุนการบอกเลิกสัญญาจ้างในครั้งนี้ของ ดร.กีร์รัตน์ด้วยโดยให้การสนับสนุนถึงขนาดกระทำผิด พ.ร.บ.มวล.พ.ศ.2535 ถึง 2 ครั้งด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ

...

นอกจากนี้ทาง สตง.ยังอ้างผลการสอบปากคำนายมนตรี อิสรไกรศีล อดีตรองอธิการบดีระบุว่าตามที่ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อดีตอธิการบดีอ้างในสภา มวล.เพื่อขอลาพัก 40 วัน และแต่งตั้ง ดร.สุเมธขึ้นมารักษาการว่า เกิดกลุ่มผู้ร้องเรียนเข้ามาในพื้นที่ มวล.เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2557 และไม่มีรองอธิการบดีท่านใดปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดีได้และไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้นั้นถือว่าคลาดเคลื่อนต่อความจริง เนื่องจากความจริงในวันที่ 7 พ.ย. มีรองอธิการบดีที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี คือ รศ.ดร.ก้าน จันทร์พรหมมา ได้ทำหน้าที่แทนอธิการบดีอย่างปกติ โดยไม่เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัยและทางราชการแต่อย่างใด ดร.ก้านยังไปพบปะเจรจากับตัวแทนผู้ชุมนุมตามวิสัยและพฤติการณ์ และยังมอบหมายให้ ผช.อธิการบดีขณะนั้น ได้แก่ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยลงไปรับหนังสือของผู้ชุมนุม ทำให้ไม่มีเหตุร้ายใดๆเกิดขึ้นเลย ทำให้วินิจฉัยได้อย่างเด่นชัดว่า การที่สภา มวล.อนุญาตให้ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร ลาพัก 40 วัน เป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่สุจริต

ส่วนกรณีที่ สภา มวล.มีคำสั่งแต่งตั้ง ดร.สุเมธ แย้มนุ่นเป็น รก.อธิการบดี มวล.ก็ขัดกับกฎหมาย เพราะเมื่อพิเคราะห์ตามคำสั่ง มวล.ที่ 258/2556 กรณีแต่งตั้งให้รองอธิการบดีรักษาการแทนอธิการบดี เป็นไปตามลำดับก่อนหลังอยู่แล้ว โดย รศ.ดร.อมรา ช้างทรัพย์ เป็นรองอธิการบดีลำดับที่ 1 ซึ่งเหมาะที่จะเป็น รก.อธิการบดี มวล.จึงไม่น่าจะมีเหตุผลอื่นใดที่จะต้องแต่งตั้ง ดร.สุเมธให้เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดีอีก และสภา มวล.ยังอนุมัติให้ ดร.สุเมธได้เงินตอบแทน 180,000 บาท และได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆเช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีอีกด้วย ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.