เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กังขาตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่แทนหลวงพ่อคูณ เร็วเกินไปและไม่เหมาะสม เหมือนชิงไหวชิงพริบมีอะไรอยู่เบื้องหลัง รอครบ 1 ปี ประเมินตั้งสมภารทางการอีกครั้ง พร้อมตั้ง 30 กรรมการสอบทรัพย์สินวัด ขณะที่พระภาวนาประชานาถโต้เสียงวิจารณ์ ชี้ตั้งใจดีหากไม่ให้อยู่ก็ไม่อยู่ ขณะที่ประชาชนแห่กราบไหว้ศพที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นตั้งแต่เช้ามืดล้นหลามจนต้องสั่งดอกบัวเพิ่มเป็นวันละ 1.5 หมื่น ด้านคณะแพทยศาสตร์เผย หลังข่าวหลวงพ่อบริจาคสรีระสังขารมีผู้ประสงค์อุทิศร่างกายเป็นครูใหญ่เพิ่มถึงวันละกว่า 100 คน
ประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลไปกราบไหว้สรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อายุ 92 ปี เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่มรณภาพเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา นำไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นเวลา 7 วัน ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ขณะที่การแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบ
กังขารีบตั้งรักษาการเจ้าอาวาส
ที่วัดพายัพ อารามหลวง อ.เมืองนครราชสีมา เช้าวันที่ 19 พ.ค. พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา และเจ้าอาวาสวัดพายัพ เปิดเผยถึงการตั้งพระภาวนาประชานาถ (พระปลัดนุช รตนวิชโย) เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่รูปใหม่จนมีความขัดแย้งระหว่างลูกศิษย์ว่า ไม่ทราบว่ามีการแต่งตั้งกันตอนไหนเวลาไหน วันที่เท่าไหร่ วันที่ 16 พ.ค. ที่หลวงพ่อคูณมรณะหรือเปล่า หรือหลังจากนั้น แต่ว่ามันเร็วเกินไป อาตมารู้สึกเหมือนคนอื่น ฉะนั้นเรื่องนี้มันต้องมีอะไรชิงไหวชิงพริบกันทำนองนั้น เบื้องหลังเราไม่รู้ แต่ธรรมดาแล้วคงไม่มีที่ไหนและรายไหนที่เร็วอย่างนี้ น่าจะมีการช่วงชิงจังหวะหรือชิงไหวชิงพริบ หรือมีอะไรเป็นเหตุทำให้ต้องรีบเร่งอยู่เบื้องหลัง จึงเร่งแต่งตั้งขนาดนั้น เขาตั้งเวลาเท่าไหร่ ตอนหลวงพ่อสิ้นใจแล้วหรือก่อนสิ้นใจ
...
ชี้คุณสมบัติต้องจบนักธรรมเอก
เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา กล่าวอีกว่าปกติภาพรวมในการตั้งรักษาการเจ้าอาวาสต้องดูสถานการณ์ 3-4 วันหลังมรณภาพเขาถึงจะแต่งตั้ง นี่อาจจะเรียกว่าแต่งตั้งพร้อมกับหลวงพ่อสิ้นใจเลยก็ได้ แต่ทำไมทำได้รวดเร็วขนาดนั้น ทั้งนี้ การแต่งตั้งต้องมีชาวบ้านญาติโยมลูกศิษย์ทุกคนร่วมด้วย แม้กฎหมายให้อำนาจ คณะสงฆ์แต่ก็ต้องฟังญาติโยม ส่วนเรื่องความรู้ระดับในมาตรฐานของอาตมาถือว่าต้องไม่ต่ำกว่านักธรรมเอก แต่รักษาการเจ้าอาวาสจบแค่นักธรรมโท พอเข้าไปทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นทันทีแสดงว่า ยังมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเป็น และถ้าจะพัฒนาท่านให้มีคุณสมบัติขึ้นมาได้ต้องใช้เวลาอีกหลายปี และต้องจับท่านเข้าโรงเรียนใหม่เพราะต้องเป็นหัวหน้าในการทำสังฆกรรม สำคัญที่สุดการสวดปาฏิโมกข์ได้หรือไม่ สวดกฐินเป็นไหมและการสวดมนต์ ความสามารถเหล่านี้อยู่ในระดับนักธรรมชั้นเอก ถ้าความรู้ต่ำกว่าต้องไปเรียนต่อให้ได้นักธรรมชั้นเอกเมื่อเป็นเจ้าอาวาสแล้ว
ครบปีตั้งสมภารทางการอีกครั้ง
พระราชวิมลโมลี กล่าวอีกว่า เฟซบุ๊กที่ส่งมาให้อาตมาเห็นในตราตั้งมีข้อความบอกว่าได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้าน แต่ความจริงคงไม่ เพราะเวลาตอนนั้นหลวงพ่อคูณยังไม่ขาดใจแล้วไปปรึกษาตอนไหนหรือปรึกษาก่อนที่ท่านจะสิ้นใจหรือเปล่าก็น่าสงสัยอยู่อาตมาว่าไม่ได้ปรึกษาหรอก แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบมากกว่า นี่คือข้อสังเกตของอาตมา ฉะนั้นวัดใหญ่อย่างวัดบ้านไร่จะมาตั้งปุ๊บปั๊บดูมันเสี่ยงมาก และเสี่ยงจริงๆ และเหตุการณ์ก็เกิดอย่างที่คิดเอาไว้ การที่ปรึกษาแค่คนในหมู่บ้านไม่กี่คนก็แค่ผู้ใหญ่บ้านกำนันยังไม่พอ เพราะไม่รู้กฎหมายคณะสงฆ์ เรื่องนี้มันจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับเจ้าคณะตำบลอื่นๆ ส่วนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่อย่างเป็นทางการเมื่อครบ 1 ปีจะประเมินดูอีกครั้ง ถ้ามีการเสนอมาอาตมาก็จะให้ตามกระแสของคณะสงฆ์และตามคุณสมบัติที่เหมาะสมและตามคำเรียกร้องของประชาชนและดูความสามารถก่อน จากนั้นจะนิมนต์เข้ามารับการอบรมโรงเรียนเจ้าอาวาสก่อน
ตั้ง 30 กก. ลุยตรวจทรัพย์สินวัด
สำหรับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณและทรัพย์สินของวัดบ้านไร่นั้น พระราชวิมลโมลี กล่าวว่า เงินสด บัญชีรับบริจาคทุกรายการ บัญชีเช่าบูชาวัตถุมงคล บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีเงินมูลนิธิ สิ่งของมีค่า รายการวัตถุมงคลที่มีอยู่ บัญชีรายรับรายจ่ายบัญชีหนี้สินค่าใช้จ่ายต่างๆ อาตมาลงนามตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดกว่า 30 ท่าน มี ผวจ.นครราชสีมาและอาตมาเป็นที่ปรึกษา และมีพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธาน คณะกรรมการจะนัดการประชุมอีกครั้งว่าจะเป็นวันไหน ส่วนผลประโยชน์ของวัดคิดว่าเมื่อท่านล่วงลับไปแล้วผลประโยชน์คงจะลดลง ผู้ที่ต้องการผลประโยชน์คงต้องยุติบทบาทเพราะท่านไม่อยู่แล้วจะเอาอะไรมาอ้าง แต่ตอนนี้ยังคาราคาซังระหว่างเปลี่ยนถ่ายกรรมการชุดเก่ากับกรรมการชุดใหม่ จะเคลียร์ทรัพย์สินกันได้แค่ไหน ฉะนั้นต้องอาศัยกรรมการชุดนี้ลงไปดูให้ละเอียดว่า ทรัพย์สินของหลวงพ่อ ทรัพย์สินของวัดเริ่มจากโฉนดที่ดินอยู่กับใคร ใบอนุญาตตั้งวัดอยู่กับใคร และเรื่องช่วงที่ผ่านมาการแบ่งการบริหารวัดมีกี่จุด การเช็กรายรับ รายจ่าย และเรื่องเงินต่างๆ ค่อยๆ เคลียร์ไป ต้องเอาตำรวจเข้าไปตรวจให้ละเอียดเพื่อให้ตอบสังคมได้ และเพื่อเกิดความสบายใจของทุกฝ่าย
พระปลัดนุชฯโต้เสียงวิจารณ์
ส่วนที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา สายวันเดียวกัน พระภาวนาประชานาถ หรือพระปลัดนุช รตนวิชโย เจ้าอาวาสวัดหนองบัวทุ่ง ต.ตาจั่น อ.คง จ.นครราชสีมา ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เป็นวันแรกเพื่อดูความเรียบร้อยบริเวณหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณที่ตั้งไว้ให้ประชาชนกราบไหว้ แต่อยู่ในวัดไม่นานนักก็ได้ออกจากวัดไป โดยพระภาวนาประชานาถ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสต่อต้านเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ว่าไม่ทราบว่ามีเสียงคัดค้านการมาวัดบ้านไร่ อาตมามาเพราะชาวบ้านอยากให้มา ความจริงจะอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ ส่วนจะเอาเรื่องราวในอดีตมาเป็นประเด็นปัญหาการโต้แย้งนั้น มันเป็นเรื่องของอดีตที่เคยมีปัญหากันจริง จะรื้อฟื้นกันไปทำไม ยังไงมันก็แก้ไขอดีตไม่ได้ แต่อนาคตเราสามารถทำให้ดีได้
...
ตั้งใจทำให้ดี–ไม่ให้อยู่ก็ไม่อยู่
“เมื่อให้อาตมามาทำหน้าที่ก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังบารมีจะทำได้ และต้องร่วมแรงร่วมใจกันทุกฝ่าย ถ้าขัดแย้งกันก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้อาตมาอยู่หรือไม่ให้อยู่ก็แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ งานในกิจนิมนต์เก่าของอาตมายังเหลืออีกมาก จึงมาดูแลวัดบ้านไร่วันละไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องถามว่าอาตมาจะอยู่ที่ไหน ถ้ามีเวลาว่างจะมาปฏิบัติกิจของสงฆ์ที่วัดบ้านไร่ให้ดีที่สุด ถ้ามีเรื่องโต้แย้งขัดแย้งกัน หรือไม่ให้อยู่อาตมาก็ไม่อยู่ ถ้าอยากดังอย่าหวังสนุก อาตมาขออยู่เงียบๆดีแล้วโยม” รักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ กล่าว
ขณะที่พระครูพีรเดชธำรง เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน อ.บ้านไร่ เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมสร้างกุฏิหลังใหม่ไว้สำหรับรักษาการเจ้าอาวาสหรือเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่รูปใหม่แล้ว แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้
โคราชแห่ร่วมงานศพพ่อคูณ
ที่ลานสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา จัดรถโดยสารให้บริการพี่น้องประชาชนที่จะไปร่วมสวดพระอภิธรรมในงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขารของพระเทพวิทยาคม ในคืนนี้ (19 พ.ค.) เวลา 19.00 น. ทั้งหมด 15 คัน ออกเดินทางเวลา 14.00 น. โดยนายธงชัยกล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนแสดงความจำนงที่จะบริจาคเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดงานบำเพ็ญกุศลหลวงพ่อคูณ 300,000 บาท ถ้ารวมดอกผลอีก 100,000 บาทรวมเป็น 400,000 บาท ซึ่งจะนำไปมอบให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย
ผวจ.เผยดูแลเงินมูลนิธิอย่างดี
ส่วนเรื่องทรัพย์สินวัดบ้านไร่ในส่วนของเงินในบัญชีมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ นั้น ผวจ.นครราชสีมา กล่าวว่า ทางจังหวัดดูแลอย่างดีไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมูลนิธิมีข้อกำหนดและการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ดอกผลจากเงิน 47 ล้านบาทช่วงที่ตนเป็น ผวจ.และเป็นประธานมูลนิธิ ล่าสุดคณะกรรมการมีมติมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาล 30,000 บาท เนื่องจากเป็นพื้นที่กำเนิดพระพุทธเจ้า แต่ยังไม่มีการเบิกจ่าย หลวงพ่อคูณมามรณภาพก่อน ฉะนั้นจึงเป็นแค่มติที่ประชุมเท่านั้น ส่วนเรื่องบัญชีทรัพย์สินอื่นๆ ในวัดบ้านไร่จะต้องเป็นไปตามบัญญัติของคณะสงฆ์ เราไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงได้ ทั้งนี้ จังหวัดจะร่วมกับคณะสงฆ์ในจังหวัดนครราชสีมาจัดพิธีทำบุญถวายกุศลแด่หลวงพ่อคูณครบรอบ 15 วันที่วัดพายัพ อ.เมืองนครราชสีมา จากนั้นจะให้ทุกวัดในจังหวัดนครราชสีมาทำบุญเพื่ออุทิศกุศลให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย
...
ต่อคิวไหว้ศพแน่นแต่เช้าตรู่
ส่วนบรรยากาศในงานศพพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด เกจิชื่อดังแดนที่ราบสูงที่หอประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) สถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมสรีระสังขารของพระเทพวิทยาคม เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยได้เปิดประตูหอประชุมให้บรรดาศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเข้ากราบไหว้สรีระสังขารตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีการเข้าคิวต่อแถวกันยาวเหยียด จนทางโฆษกต้องประกาศให้ผู้มาร่วมงานไม่ต้องถอดรองเท้าให้รีบถ่ายรูปและออกจากหอประชุมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีคนมากเกรงจะทำให้เสียเวลา
แจกโปสเตอร์ “หลวงพ่อคูณ”
นอกจากมีลูกศิษย์นำโปสเตอร์รูปพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแจกแล้ว ยังมีลูกศิษย์ที่ไม่ประสงค์ออกนามนำโปสเตอร์รูปหลวงพ่อคูณในอิริยาบถนั่งยองๆ มือข้างซ้ายคีบยาสูบ ด้านล่างเป็นลายมือชื่อหลวงพ่อคูณปริสุทฺโธ สมัยดำรงตำแหน่งพระญาณวิทยาคมจำนวน 2 พันใบมาให้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมพิธี โดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมงโปสเตอร์ดังกล่าวหมดลง ขณะที่โรงทานของหน่วยงานห้างร้านต่างๆ รวมทั้งลูกศิษย์ลูกหานับร้อยร้านต่างพากันทยอยนำอาหารทั้งคาวหวานรวมทั้งเครื่องดื่มมาคอยให้บริการผู้ที่เข้ามาร่วมงานที่ชั้นล่างของหอประชุมอเนกประสงค์ได้รับประทานกันตลอดวัน
สั่งดอกบัวเพิ่มอีก 5 พันดอก
รศ.ดร.ขนิษฐา นันทบุตร หัวหน้าชุดผู้รับผิดชอบด้านการจัดดอกไม้ กล่าวว่า เนื่องจากมีลูกศิษย์ลูกหาเข้ามากราบสรีระหลวงพ่อคูณเป็นจำนวนมากกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้ ได้สั่งดอกบัวเพิ่มจากวันละ 1 หมื่นดอก เป็น 1.5 หมื่นดอก เพื่อให้เพียงพอต่อคลื่นมหาชนที่จะเข้ามากราบสักการะ โดยจะนำมาใช้หมุนเวียนประมาณ 7 รอบ คาดว่าประชาชนจะมาร่วมงานมากขึ้นทุกวัน ขณะที่นางละมุล พระโคตร อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8 บ้านอัมพวา ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น เจ้าของนาบัวที่นำมาใช้ในงานสวดพระอภิธรรมหลวงพ่อคูณ กล่าวว่า นับแต่ที่สรีระหลวงพ่อคูณมาอยู่ที่ขอนแก่น ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นสั่งให้ส่งดอกบัววันละ 1 หมื่นดอก และสั่งเพิ่มเป็นวันละ 1.5 หมื่นดอก หากไม่เพียงพอคงจะต้องนำดอกบัวจากนาของเพื่อนบ้านมาสมทบ เนื่องจากดอกบัวในนาของตนโตไม่ทันแล้ว
...
พิมพ์รูปหลวงพ่อคูณแจก ปชช.
รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวภายหลังจากเข้าร่วมประชุมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่นว่า ที่ประชุมมีมติให้จัดทำโปสการ์ดหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ขนาด 14.8×10.5 ซม. หรือประมาณหนึ่งส่วนสี่ของกระดาษ A4 พิมพ์แบบสี่สีสองหน้า ด้านหน้าเป็นภาพของหลวงพ่อคูณ ในกรอบฉลุลายไม้ ส่วนด้านหลัง เป็นบทกลอนกราบอาลัย พระเทพวิทยาคม หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ในพระเมตตาอุทิศสรีระกายา เป็นวิทยาทานแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประพันธ์โดย ผศ.อนงค์ รุ่งแจ้ง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข. โดยจัดทำขึ้นเพียง 50,000 แผ่นเท่านั้นเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสรีระสังขารได้เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดพิมพ์ของโรงพิมพ์มหาวิทยาลัย คาดว่าสามารถนำแจกจ่ายได้ในวันที่ 20 พ.ค.นี้
สั่งจัดการเด็ดขาดพวกแอบอ้าง
นอกจากนี้คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.ยังกล่าวถึงกรณีมีผู้นำดอกไม้เข้ามาจำหน่าย โดยอ้างว่าจะนำเงินไปบริจาคให้กับคณะแพทย์ว่าได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและตำรวจสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพราะคณะกรรมการจัดงานฝ่ายบำเพ็ญกุศลได้ออกคำสั่งไว้อย่างชัดเจนในการจัดหาดอกไม้ให้กับประชาชนที่มาร่วมงานฟรี เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบสรีระสังขาร
เปิดแผงเช่าพระเย้ยคำสั่งห้าม
ส่วนด้านหน้าศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้านำวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่หลวงพ่อคูณปลุกเสกและที่ทำแจกฟรีมาตั้งราคาขายองค์ละถึง 1 พันบาท รวมทั้งภาพถ่ายหลวงพ่อคูณในอิริยาบถต่างๆ นอกจากนี้ยัง นำเสื้อยืดสกรีนรูปหลวงพ่อคูณรูปแบบต่างๆ มาวางขายกันอย่างไม่เกรงกลัวประกาศห้ามของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ประกาศห้ามนำสิ่งของต่างๆเข้ามาขายในเขตมหาวิทยาลัย ขณะที่พ่อค้าลอตเตอรี่ทำทีเข้ามาสักการะสรีระหลวงพ่อคูณ พอสบโอกาสก็นำลอตเตอรี่ออกมาวางขายทั้งบริเวณโรงทานและด้านหน้าศูนย์ประชุม อ้างว่าเป็นการทำบุญเพื่อหลวงพ่อคูณ พร้อมกับนำรูปหลวงพ่อและตัวเลขต่างๆที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อ เช่น เลขห้องหลวงพ่อคูณที่ รพ. มหาราชนครราชสีมา เลขทะเบียนรถที่หลวงพ่อใช้ประจำ วันเดือนปีเกิด อายุ รวมทั้งวันเวลาที่มรณภาพ ฯลฯ มาดึงดูดความสนใจ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการห้ามปราม
เงินบริจาค 3 วันทะลุเฉียด 4 ล.
ต่อมาเวลา 10.00 น. รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า หลังจากที่เริ่มงานสวดพระอธิธรรมหลวงพ่อคูณพบว่ามีผู้เข้าร่วมพิธีทั้ง 2 วัน ประมาณ 1 แสนคนมียอดเงินผู้ร่วมทำบุญเฉพาะจากตู้รับบริจาคและโต๊ะรับบริจาคในศูนย์ประชุมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,746,490 บาท คาดว่าภายในวันนี้จะมีประชาชนมาเพิ่มมากกว่าทุกวันจนพื้นที่หอประชุมไม่สามารถรองรับได้ มหาวิทยาลัยได้จัดเก้าอี้เสริมด้านนอกหอประชุมเพื่อรองรับปริมาณผู้มาร่วมงานไว้แล้ว อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนที่ร่วมพิธีระมัดระวังอย่านำทรัพย์สินมีค่าติดตัวมา เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาปะปนอยู่ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. รปภ.จับกุมได้ 1 ราย
แจงอาหารโรงทานมีเพียงพอ
ส่วนที่มีการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย อ้างว่า ขอรับบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อซื้อข้าวสารใช้ในโรงทาน เนื่องจากขณะนี้ขาดแคลนข้าวสารที่จะนำมาเลี้ยงผู้ที่มาร่วมพิธีนั้น คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ขอยืนยันว่าทางมหาวิทยาลัยไม่มีนโยบาย เรี่ยไรเงินดังกล่าว เนื่องจากแต่ละวันที่ผู้มีจิตศรัทธาติดต่อขอมาตั้งโรงทานเป็นจำนวนมาก เพียงพอให้บริการกับผู้เข้าร่วมพิธี ส่วนกรณีพ่อค้าวัตถุมงคลและแผงลอตเตอรี่ที่เข้ามาขายภายในเขตมหาวิทยาลัยนั้นได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ผลักดันออกไปนอกมหาวิทยาลัยแล้ว พร้อมกำชับให้ดูแลเข้มงวดเป็นพิเศษด้วย
คนแก่ป่วยอื้อ–จัดแพทย์ดูแล
รศ.อภิชาติ จิระวุฒิพงศ์ ผอ.รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ได้จัดทีมแพทย์และพยาบาลมาดูแลผู้มาร่วมพิธี พบว่าตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.กระทั่งวันนี้ มีผู้ป่วยทั้งหมด 160 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ มีอาการปวดศีรษะและปวดเมื่อย เนื่องจากเดินทางไกล ในจำนวนนี้มี 2 รายที่ต้องส่งตัวไปพักรักษาตัวที่ รพ.ศรีนครินทร์ รายหนึ่งเป็นโรคความดันโลหิตสูงขั้นวิกฤติ และอีกรายมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อยากขอความร่วมมือประชาชนที่มาร่วมงานโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ถ้ามีโรคประจำตัวควรมาตรวจวัดความดันที่โต๊ะพยาบาลรอบศูนย์ประชุม
จัดพิธีสวดพระอภิธรรม 2 รอบ
ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. เป็นประธานพิธีถวายสวดมาติกาบังสุกุล โดยมีพระสงฆ์จากวัดศรีนวลจำนวน 4 รูป สวดมาติกาบังสุกุล ก่อนที่จะถวายภัตตาหารเพล ต่อมาช่วงบ่ายคณะสงฆ์กว่า 300 รูป พร้อมด้วยญาติ โยมลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อคูณจาก จ.นครราชสีมา นำโดยพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายมหานิกาย และพระเทพรัตนดิลก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ฝ่ายธรรมยุติ เดินทางมาสวดมาติกาบังสุกุล และสวดพระอภิธรรมหลวงพ่อคูณ ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูปจากจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้สวด โดยทาง จ.นครราชสีมาได้ประสานขอร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยจัดสวดพระอภิธรรมเป็นพิเศษ 2 รอบ เวลา 14.00 น. และเวลา 19.00 น.
ถวายน้ำพริกผักต้มของชอบ
พระครูคชสารวรานุสิฐ จากวัดหนองหัวช้าง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หนึ่งในลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ ที่มาดูแลความเรียบร้อยในงาน เผยว่า การถวายภัตตาหารให้หลวงพ่อคูณจะมีทั้งลูกศิษย์ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา จ.ขอนแก่น เป็นคนดูแล วันนี้นำภัตตาหารไปถวายตั้งไว้ในถาดด้านหลังม่านใกล้กับโลงแก้ว มีอาหารจำนวนมาก เท่าที่จำได้ประกอบด้วย ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมจีนทั้งน้ำยาและน้ำพริก ข้าวแกง รวมทั้งน้ำพริกปลาต่างๆและผักต้ม เป็นอาหารที่หลวงพ่อคูณชอบมาก รวมทั้งของหวานด้วย โดยอาหารต่างๆ จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ จะเป็นผัดหมี่โคราช เป็นต้น
ตะลึงพระอาทิตย์ทรงกลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันประกอบพิธีสวดมาติกาบังสุกุลและเลี้ยงพระเพล เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น เมื่อบนท้องฟ้าได้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดขึ้นเหนือศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนภิเษก เป็นที่ตั้งสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ เมื่อผู้ร่วมพิธีพบเห็นต่างพากันยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมกับเปล่งเสียง “สาธุ” และวิพากษ์ วิจารณ์ไปต่างๆนานา ส่วนใหญ่พูดทำนองเดียวกันว่าเป็นบุญญาบารมีของหลวงพ่อคูณที่ได้สร้างความอัศจรรย์ให้ลูกหลานได้เห็น
อ่างดองสรีระเสร็จ 21 พ.ค.
ผศ.ยรรยง ทุมแสง หน.ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำอ่างสแตนเลสสำหรับดองสรีระหลวงพ่อคูณว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปสำหรับอ่างที่จะใช้ดองสรีระหลวงพ่อคูณแล้ว เป็นอ่างสแตนเลสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนกับโลงศพ กว้าง 60 ซม. สูง 65 ซม. ยาว 180 ซม. ใช้แผ่นสแตนเลสอย่างหนาเบอร์ 304 หนา 3 มิลลิเมตร ด้านข้างอ่างจะประดับด้วยสแตนเลสทำเป็นรูปลายกนกทั้ง 4 ด้าน โดยมีด้านหนึ่งใช้สแตนเลสแกะสลักชื่อ “พระเทพ วิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” โดยจะมีกระจกแก้วครอบอ่างด้านนอก ประชาชนจะไม่สามารถมองเห็นสรีระหลวงพ่อคูณได้ อ่างดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายราว 1 แสนบาท แต่ทางบริษัทกนกไทย กรุ๊ป ร่วมอนุโมทนาบุญกับหลวงพ่อคูณโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 พ.ค.นี้ หลังจากเสร็จสิ้นจะนำไปไว้ที่ชั้น 7 พิพิธภัณฑ์ใหญ่ สาขากายวิภาคศาสตร์ โดยจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการะ ซึ่งขณะนี้ได้จัดเตรียมสถานที่พร้อมกับติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้เรียบร้อยแล้ว
ยอดครูใหญ่เพิ่มวันละร้อยกว่า
ผศ.ยรรยง ยังกล่าวถึงเรื่องที่ประชาชนประสงค์บริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์ มข.ว่าปกติจะมีผู้มายื่นความประสงค์บริจาคร่างกายเฉลี่ยวันละ 50 ราย แต่หลังจากหลวงพ่อคูณละสังขาร มีประชาชนมาบริจาคร่างกายเพิ่มขึ้นกว่าปกติถึงวันละกว่า 100 ราย ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่อาจจะล่าช้าบ้างจนต้องทำคิว รวมทั้งการจัดทำบัตรและขั้นตอนต่างๆ เชื่อว่าเป็นเพราะหลวงพ่อคูณที่ท่านได้บริจาคสรีระสังขารให้กับทางภาควิชาฯ ทำให้ลูกศิษย์ที่มีอยู่ทั่วประเทศให้ความสนใจ และต้องการจะบริจาคร่างกายเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนทางการแพทย์
ผัวเมียอุทิศร่างกายตามพ่อคูณ
นายเติม รักนา อายุ 60 ปี และนางประยูร รักนา อายุ 52 ปี สองสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 4 ต.เมืองประสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ที่แสดงความประสงค์จะบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์ มข. เปิดเผยว่า พาลูกๆมากราบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ และจะมาบริจาคร่างกายให้กับคณะแพทยศาสตร์ มข. เพราะต้องการให้ร่างกายที่เมื่อตายแล้วไปได้เป็นประโยชน์ต่อสังคม หลังจากได้อ่านพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณที่ได้มอบร่างกายให้กับคณะแพทย์ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ทำตาม เพราะร่างกายของเราเมื่อตายไปแล้ว ควรจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ซึ่งตนและภรรยาถือว่าเป็นการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่
ตำรวจสั่งจับตากลุ่มมิจฉาชีพ
ด้าน พ.ต.อ.สุภากรณ์ คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในงานได้จัดวางกำลังโดยรอบพื้นที่ชั้นในศูนย์ประชุมและโดยรอบวันละ 3 ผลัด ผลัดละ 100 นาย เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 04.00-24.00 น. โดยให้จับตากลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงเข้ามาร่วมกับประชาชน นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าและออกทั้ง 2 ด้านของศูนย์ประชุมและที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นโรงทานด้วย เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ
“แอ๊ด คาราบาว” ยึดแบบพ่อคูณ
ต่อมาเวลา 13.30 น. นายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว นักร้องเพลงเพื่อชีวิตและศิลปินแห่งชาติ เดินทางมากราบสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณที่อาคารอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก โดยเปิดเผยว่า เสียใจกับการจากไปของหลวงพ่อคูณ เพราะเป็นพระที่เคารพ ศรัทธา มีคุณความดี ทำเพื่อสังคม ไม่ใช่เฉพาะทางพุทธศาสนาเพียงอย่างเดียว รวมถึงด้านการศึกษาและการแพทย์ แม้กระทั่งละสังขารแล้วก็ยังทำให้รู้ว่าหลวงพ่อคูณไม่ได้ยึดติด ทำด้วยความมีเมตตาธรรมให้กับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ วันนี้มีโอกาสก็ตั้งใจมากราบสรีระสังขาร และส่งหลวงพ่อคูณขึ้นสู่สวรรค์ คำสอนของหลวงพ่อคูณที่นำมาปรับใช้เป็นแบบอย่าง ก็จะเป็นการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย และเป็นแบบอย่างของการเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม นำทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคมอบกลับคืนต่อสังคม ทั้งการสร้างโรงเรียน และพัฒนาสังคม ตอนนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะแต่งเกี่ยวกับหลวงพ่อคูณอีก เพราะเพลงที่เคยแต่งไว้แล้วถือว่าดีที่สุดแล้ว
เงินบริจาคพ่อคูณกว่า 5 พัน ล.
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวเกี่ยวกับเงินที่หลวงพ่อคูณบริจาคให้หน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งโรงเรียน วัด โรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ รวมแล้วมากกว่า 5 พันล้านบาท และอำเภอด่านขุนทด ได้รับบริจาคมากที่สุด โดยเฉพาะวิทยาลัยเทคนิคของอำเภอชื่อวิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ ใช้งบประมาณเกือบ 500 ล้านบาท นอกจากนี้ หลวงพ่อคูณยังบริจาคอีก 50 ล้านบาทสร้างธนาคารสมอง (ห้องสมุด) ของวิทยาลัยเป็นการเฉพาะ ทั้งนี้ นายสำเร็จ วงศ์ศักดา ผอ.วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เผยว่า หลวงพ่อคูณคิดสร้างวิทยาลัยโดยให้คำขวัญสั้นๆแต่ได้ใจความว่า “ศิษย์ก็อยากรู้ครูก็อยากสอน” ปัจจุบันมีอาคารเรียนทั้งหมด 14 หลัง นักศึกษา 2,200 คน ครูอาจารย์และบุคลากร 107 คน และปีการศึกษา 58 เปิดรับระดับปริญญาตรีด้วย วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธได้รับยกย่องว่าเป็นวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในประเทศไทย และวันพฤหัสฯที่ 21 พ.ค. ทางวิทยาลัยจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หลวงพ่อคูณด้วย
พบประวัติในหนังสือเมื่อปี 43
นอกจากนี้ ประวัติหลวงพ่อคูณที่ส่วนใหญ่ระบุว่ามีพี่น้อง 3 คน แต่จากการตรวจสอบหนังสือชื่อว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ” เป็นหนังสือที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นอนุสรณ์ในโอกาสหลวงพ่อคูณมีอายุครบ 77 ปี เมื่อ 2543 จำนวน 20,000 เล่ม รวม 608 หน้า ที่หลวงพ่อคูณได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พัดยศพระราชวิทยาคมและสร้างทานบารมีบริจาคเงินไปกว่า 4,000 ล้านบาท จึงจัดสร้างหนังสือเล่มนี้บริจาคหอสมุดแห่งชาติและตามสถานที่ราชการต่างๆ ที่เหลือส่วนหนึ่งนำมาให้ทางวัดจำหน่ายตามกำลังศรัทธา โดยหนังสือระบุว่าหลวงพ่อคูณมีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เป็นบุตรนายบุญ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง เกิดที่บ้านไร่ หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2466 ตรงกับวันแรม 10 ค่ำ เดือน 10 ปีกุน (ก่อนสว่าง)
มีพี่น้องรวม 7 คน–พ่อคูณคนที่ 3
พี่น้องตามลำดับ 7 คนดังนี้ 1.นายสีเหลือบศิลปะชัย 2.นายครื้ม ฉัตรพลกรัง 3.หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ 4.นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ (บางตำราว่า แจ้งแสงใส) 5.นางทองหล่อ แก้วสถิตสุนทร (บางตำราว่า เพ็ญจันทร์) 6.นางสมควร พิพิธกุล และ 7.นายซ้อน ฉัตรพลกรัง มีปู่ชื่อพรม ย่าชื่อ ชื่น นามสกุล ฉัตรพลกรัง ภูมิลำเนาเดิมของปู่ย่าอยู่ที่บ้านแปะ ต.สีมุม อ.เมืองนครราชสีมา มีตาชื่อหลอด ยายชื่อขลิบ นามสกุล ศิลปะชัย ภูมิลำเนาเดิมของตา-ยายอยู่ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นอกนั้นเป็นประวัติของหลวงพ่อคูณโดยละเอียดตั้งเด็กจนถึงปัจจุบัน (ปี 43) แบ่งแยกเป็นตอนๆ 9 ตอน ได้แก่ วัดบ้านไร่ ชาติภูมิ นักบุญแห่งที่ราบสูง เอกลักษณ์หลวงพ่อ คติธรรมคำสอน ศรัทธาบารมี วัตถุมงคล การพัฒนาที่ยั่งยืน และมหาทานบารมีสี่พันล้าน พร้อมรูปภาพประกอบสวยงาม
ขอนแก่นคึกคักสะพัดกว่า 100 ล.
นายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครขอนแก่น เปิดเผยว่า คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้ามาเคารพสรีระหลวงพ่อคูณใน จ.ขอนแก่น กว่า 2 แสนคน และน่าจะมีเงินสะพัดในจังหวัดกว่า 100 ล้านบาท เพราะขณะนี้เท่าที่สอบถามจากโรงแรมใหญ่ในจังหวัดมียอดจองเพิ่มขึ้น 20% ส่วนโรงแรมรายวันรอบๆมหาวิทยาลัยขอนแก่น ใกล้กับศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนภิเษก สถานที่จัดงานเกือบเต็มหมดแล้ว เช่นเดียวกับเที่ยวบิน 16 ไฟลท์ต่อวันถูกจองเต็มหมดแล้ว ผู้ที่จะเดินทางมาขอนแก่นตอนนี้ต้องบินไปลงที่ จ.อุดรธานี แล้วนั่งรถย้อนกลับมาที่ขอนแก่น เรียกได้ว่าคึกคักไม่แพ้ช่วงเทศกาลสงกรานต์เลยเดียว
คลื่นมหาชนทะลักร่วมสวดศพ
ส่วนพิธีสวดอภิธรรมพระเทพวิทยาคม เวลา 19.00 น. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ฯ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีพระธรรมวิสุทธาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดหนองแวง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายกมล สกลเดชา อธิบดีศาลปกครองขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระสงฆ์วัดศรีนวล จ.ขอนแก่น 4 รูป โดยมีบรรดาศิษยานุศิษย์และประชาชนจำนวนมากร่วมพิธีจนล้นศูนย์ประชุมจำนวน 3,500 คน คณะกรรมการจัดงานต้องเปิดพื้นที่บริเวณอัฒจันทร์ชั้นลอยที่ก่อนหน้านี้ไม่อนุญาตให้ประชาชนขึ้นไป โดยสามารถจุคนได้ 1,082 คน แต่ก็ยังไม่พอต้องประกาศให้ผู้ที่ไม่มีที่นั่งไปดูจอแอลอีดีที่จัดเตรียมไว้บริเวณด้านหน้าและทั้งสองด้านข้างของศูนย์ประชุม