เจ้าคณะจังหวัด ชี้ แต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่เร็วเกินไป เชื่อเป็นการชิงไหวชิงพริบ ส่งผลให้เกิดการแตกแยกร้าวฉาน อีกทั้งคุณสมบัติไม่เหมาะสมต้องจับเข้าโรงเรียนใหม่ เตรียมตั้งคณะกรรมการ 30 คน ตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด... 

เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 58 ที่วัดพายัพ พระอารามหลวง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาและเจ้าอาวาสวัดพายัพ เปิดเผยถึงการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา รูปใหม่ และความขัดแย้งภายในวัดบ้านไร่ ว่า ไม่ทราบว่ามีการแต่งตั้งกันตอนไหน เวลาไหน วันที่เท่าไหร่ วันที่ 16 พ.ค. ที่หลวงพ่อคูณ มรณภาพหรือเปล่า หรือว่าหลังจากนั้น แต่ว่ามันเร็วเกินไป

พระราชวิมลโมลี กล่าวว่า "อาตมาเองก็รู้สึกเหมือนคนอื่น ฉะนั้น เรื่องนี้มันต้องมีอะไร ชิงไหวชิงพริบกัน หรืออะไรทำนองนั้น แต่เบื้องหลังเราไม่รู้ แต่ธรรมดาเขาก็ไม่มีที่ไหนที่จะเร็วอย่างนี้ น่าจะมีการช่วงชิงจังหวะ หรือชิงไหวชิงพริบ หรือมีอะไรเป็นเหตุต้องทำให้ต้องรีบเร่งอยู่เบื้องหลัง จึงได้เร่งแต่งตั้งขนาดนั้น ตอนหลวงพ่อมรณภาพตามที่อาตมาบันทึกไว้ และตามที่ข่าวจริง คือ เวลา 10.40-10.45 น.โดยประมาณ แต่นักข่าวบอกว่า 11.40 น. ผิดไป 1 ชั่วโมง ทีนี้ การแต่งตั้งก็อยากจะรู้ว่า ที่ว่าเร็วเขาตั้งเวลาเท่าไหร่ ตอนหลวงพ่อสิ้นใจแล้ว หรือก่อนสิ้นใจ แต่ว่าภาพรวมแล้วการตั้งรักษาการ ก็จะมองดูสถานการณ์ 3-4 วันหลังมรณภาพ เขาถึงจะแต่งตั้ง ดังนั้น อาจจะเรียกว่าแต่งตั้งพร้อมกับหลวงพ่อสิ้นใจเลยก็ได้ แต่ทำไมทำได้รวดเร็วขนาดนั้น แสดงว่าไม่มีการปรึกษาหรือ ถ้ามีการปรึกษากัน ต้องนัดกันมาพูดคุย และช่วยกันกลั่นกรองดูความเหมาะสมว่า จะได้รูปไหนอย่างไร ไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน หรือไม่ได้วางแผนรับเอาไว้ก่อน แต่นี่ทำได้แบบปุบปับทันที แสดงว่ามีแผน"

...

พระราชวิมลโมลี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การแต่งตั้งต้องมีชาวบ้านญาติโยมลูกศิษย์ร่วมด้วย เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก แม้กฎหมายให้อำนาจคณะสงฆ์ แต่ต้องฟังเสียงญาติโยม เพราะมีคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หรือรักษาการ มีอายุพรรษาพ้น 5 หมายความว่า บวชมาเกินกว่า 5 ปี และมีความรู้ความสามารถ เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ เรียกว่ามีความรู้ความสามารถ สมควรแก่ตำแหน่ง มีความรู้ในระดับที่สมควรต่อตำแหน่ง ในมาตรฐานของอาตมาถือว่าต้องไม่ต่ำกว่านักธรรมเอก แต่รักษาการเจ้าอาวาสจบแค่นักธรรมโท พอเข้าไปก็ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นทันที แสดงว่ายังมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะเป็น และถ้าจะพัฒนาท่านให้มีคุณสมบัติขึ้นมาได้ ต้องใช้เวลาอีกหลายปี และต้องจับท่านมาเข้าโรงเรียนใหม่ เพราะต้องเป็นหัวหน้าในการทำสังฆกรรม สำคัญที่สุดการสวดปาติโมกข์ได้หรือไม่ สวดกฐินเป็นไหม รวมถึงการสวดมนต์ ซึ่งความสามารถเหล่านี้อยู่ในระดับนักธรรมชั้นเอก ถ้าความรู้ต่ำกว่า ต้องไปเรียนต่อให้ได้นักธรรมชั้นเอก"

เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ยังกล่าวในเรื่องเดียวกันด้วยว่า "เมื่อเป็นเจ้าอาวาสแล้ว และจะต้องจัดการศึกษา ซึ่งมันมีข้อสังเกตว่า พอแต่งตั้งปั๊บ เกิดความไม่เรียบร้อยดีงาม เกิดการคัดค้านแตกแยก ทีนี้พระสงฆ์ก็จะเป็นตัวสร้างให้เกิดความแตกแยก มีเรื่องร้าวฉานเกิดขึ้น แสดงว่าการแต่งตั้งไม่เรียบร้อย ตั้งโดยมีข้อผิดพลาดจึงเกิดข้อขัดแย้ง เพราะยังไม่ได้ทำการเคลียร์ ประนีประนอม ไม่ได้พูดคุยกับญาติโยมให้เข้าใจถ่องแท้ แล้วรีบแต่งตั้ง ฉะนั้น เมื่อโยมแตกกันแล้วจะประสานกัน ใครจะมีความสามารถในเชิงจิตวิทยาที่จะไปพูดคุยชักจูง ทำให้บุคคลสองกลุ่มสองฝ่ายเกิดการประสานสามัคคีกัน ก็จะยาก"

"การที่รีบแต่งตั้งจึงส่งผลให้เกิดการแตกร้าวขัดแย้งขึ้นมาทันที ซึ่งในเฟซบุ๊กที่ส่งมาให้อาตมา เห็นในตรา ตั้งมีข้อความบอกว่า ได้ปรึกษาหารือกับชาวบ้าน แต่ความจริงคงไม่ เพราะเวลาตอนนั้นหลวงพ่อคูณยังไม่ขาดใจ แล้วไปปรึกษาตอนไหน หรือปรึกษาก่อนที่ท่านจะสิ้นใจหรือเปล่า ก็น่าสงสัยอยู่ อาตมาว่าไม่ได้ปรึกษาหรอก แต่เป็นการชิงไหวชิงพริบมากกว่า นี่คือข้อสังเกตของอาตมา ฉะนั้น วัดใหญ่อย่างวัดบ้านไร่ จะมาตั้งปุบปับ ดูมันเสี่ยงมาก เสี่ยงจริงๆ และเหตุการณ์ก็เกิดอย่างที่คิดเอาไว้ การที่ปรึกษาแค่คนในหมู่บ้านไม่กี่คน แค่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ยังไม่พอ เพราะไม่รู้กฎหมายคณะสงฆ์ ถ้าจะปรึกษาเจ้าคณะอำเภอ ท่านก็ไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่น จะปรึกษากับอาตมาก็ไปอยู่ที่ จ.ขอนแก่น เหมือนกัน แสดงว่าคุยกันไม่กี่คน แล้วรีบดำเนินการไปเลย เรื่องนี้มันจะเป็นอุทาหรณ์สำหรับเจ้าคณะตำบลอื่นๆ ส่วนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่อย่างเป็นทางการเมื่อครบ 1 ปี จะประเมินดูอีกครั้ง ถ้ามีการเสนอมาก็จะให้เป็นไปตามกระแสของคณะสงฆ์ และตามคุณสมบัติที่เหมาะสม ตามคำเรียกร้องของประชาชน จะดูความสามารถก่อน จากนั้นจะนิมนต์เข้ามารับการอบรมโรงเรียนเจ้าอาวาสก่อน นี่คือไฟต์บังคับ"

ส่วนเรื่องตั้งกรรมการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของหลวงพ่อคูณ รวมทั้งทรัพย์สินวัดบ้านไร่ เงินสด บัญชีรับบริจาคทุกรายการ บัญชีเช่าบูชาวัตถุมงคล บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีเงินมูลนิธิ สิ่งของมีค่า รายการวัตถุมงคลที่มีอยู่ บัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีหนี้สินค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้น พระราชวิมลโมลี กล่าวว่า จะลงนามตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดกว่า 30 คน โดยมี ผวจ.นครราชสีมา และตน เป็นที่ปรึกษา มีพระราชสีมาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดฯ เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการจะนัดประชุมกันอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องผลประโยชน์ของวัดบ้านไร่นั้น คิดว่าเมื่อหลวงพ่อคูณท่านล่วงลับไปแล้ว ผลประโยชน์คงจะลดลง และผู้ที่ต้องการได้ประโยชน์จากหลวงพ่อคูณ คงจะต้องยุติบทบาทที่เคยทำมา เพราะท่านไม่อยู่แล้ว ไม่มีกิจกรรมคับคั่งเหมือนสมัยท่านมีชีวิตอยู่ คงไม่ต้องแย่งชิงกันมากนัก

"ตอนนี้ที่คาราคาซัง เป็นช่วงการเปลี่ยนถ่ายระหว่างกรรมการชุดเก่ากับกรรมการชุดใหม่จะเคลียร์เรื่องทรัพย์สินกันได้แค่ไหน ฉะนั้น ต้องอาศัยกรรมการตรวจสอบชุดนี้ลงไปดูให้ละเอียดว่า ทรัพย์สินของหลวงพ่อ ทรัพย์สินของวัดเริ่มจากโฉนดที่ดินอยู่กับใคร ใบอนุญาตตั้งวัดอยู่กับใคร และช่วงที่ผ่านมา การแบ่งการบริหารวัดมีกี่จุด เช็กรายรับ รายจ่าย ตู้เซฟอะไรต่างๆ ได้ทำการซีนไว้หรือยัง เป็นต้น และเรื่องเงินต่างๆ ค่อยๆ เคลียร์ไป ซึ่งต้องเอาตำรวจเข้าไปตรวจสอบให้ละเอียดด้วย เพื่อให้ตอบสังคมได้ และให้เกิดความสบายใจของทุกฝ่าย" เจ้าคณะจังหวัดนคราชสีมา กล่าวในที่สุด.