บุกรวบ “ผู้ใหญ่เคว็ด” ผู้ใหญ่บ้านคนดังท่าแซะ เครือข่ายแก๊งค้ามนุษย์เมืองชุมพร หลังพาแรงงานสาวชาวพม่าลักลอบเข้าเมือง ก่อนฉวยโอกาสข่มขืน-ชิงทรัพย์แล้วลอยแพทิ้งให้อดตายกลางป่า เร่งไล่ล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ คาดหนีกบดานอยู่บนเกาะในทะเลอันดามันและฝั่งพม่า “รอง ผบ.ตร.” ระบุแก๊งค้ามนุษย์ 3 แก๊งในพื้นที่ภาคใต้ของไทยทำงานกันเป็นทีมและประสานเป็นเครือข่ายใหญ่ ด้าน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เต้น โทร.สายตรงถึง “บิ๊กเจี๊ยบ” ขอร้องให้ช่วยเหลือมนุษย์เรือ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมประชุมแก้ปัญหากับไทย ขณะที่เหยื่อโรฮีนจาแฉผ่านสำนักข่าวต่างประเทศ กัปตันเรือชาวไทยสุดโหด ยิงทิ้งคนขอน้ำและอาหาร

รัฐบาลไทยยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเข้มข้น พร้อมประกาศจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย โดยเชิญเจ้าหน้าที่จากประเทศที่ได้รับผลกระทบ 15 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม บังกลาเทศ รวมถึงผู้แทนจากประเทศผู้สังเกตการณ์ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เข้าร่วมประชุมในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างกัน แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากทางการเมียนมา ไม่ขอเข้าร่วมประชุม อ้างว่าไม่ได้รับผลกระทบทั้งที่เป็นต้นทางอพยพของชาวโรฮีนจา ขณะเดียวกันยังมีเหยื่อการค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาลอยเรือเข้ามาในเขตน่านน้ำไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ไทยผลักดันออกไปสู่น่านน้ำสากล

ความคืบหน้าการสอบสวนคลี่คลายคดีเครือข่าย ค้ามนุษย์โรฮีนจา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวนเพื่อสรุปความคืบหน้าของคดี ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า จ.สงขลา ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากทั้งในส่วนของคดีและการติดตามจับกุมผู้ต้องหา เรื่องการคัดแยกเหยื่อต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เพื่อให้การช่วยเหลือชาวโรฮีนจาและบังกลาเทศที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์เป็นไปอย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องอาหาร ที่พัก การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ การช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายตามระเบียบและกฎหมาย รวมถึงการส่งกลับไปยังประเทศเดิมหรือภูมิลำเนาประเทศนั้น

พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเหยื่อการค้ามนุษย์ ขณะเดียวกันได้ติดตามยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาทุกคน รวมทั้งตรวจสอบดำเนินการมาตรการทางภาษีอย่างเข้มข้น จัดทำสำนวนการชันสูตรศพพลิกศพทั้ง 16 ศพ เพื่อพิสูจน์ให้ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร อยู่ที่ไหน และสาเหตุการตายเกิดจากอะไร เร่งรัดสอบปากคำผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทั้ง 61 ปาก ในการยืนยันผู้ร่วมเครือข่ายการค้ามนุษย์ทั้ง 3 เครือข่าย สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหาความเชื่อมโยงทั้ง 3 เครือข่าย ซึ่งการสอบสวนได้ประสานการดำเนินคดีกับพนักงานอัยการอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.เอก กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับ 61 หมาย แยกเป็นฝ่ายปกครองท้องถิ่น 5 คน ปกครองท้องที่ 3 คน ข้าราชการตำรวจ 2 คน คนไทย 47 คน คนเมียนมา 4 คน จับกุมแล้ว 25 หมาย แยกเป็นจับกุม 15 หมาย มอบตัว 8 หมาย อายัด 2 หมาย เหลืออยู่ระหว่างติดตามจับกุม 36 หมาย การสอบสวนขยายผลแยกเป็น 3 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายระนอง เครือข่ายสตูล และเครือข่ายปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ทั้ง 3 เครือข่ายมีการประสานเป็นขบวนการ

“เครือข่ายระนอง มีนายอนุสรณ์ หรือโกเล้ง นายปิยวัฒน์ หรือโกหย่ง พงษ์ไทย นายสุวรรณ หรือโกหนุ่ย แสงทอง และนายหาด หรือยีสัน ทอดทิ้ง เครือข่ายสตูล มีนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล นายอาบูหรือบังบู ฮะอุรา ส.จ.สตูล นายสุไหลหมาน หรือปาชี หมัดอาค้ำ นายพิชัย หรือปองฮ๊ะ คงเอียง นายสมยศ ยังโชติพันธุ์ ส่วนเครือข่าย ปาดังเบซาร์ มีนายบรรณจง หรือจง ปองผล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ นายยาหลี เขร็ม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ นายประสิทธิ์ เหล็กเหล๊ะ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ และนายอาหลี หลาเมาะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์” พล.ต.อ.เอกกล่าว

พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ทราบแล้วว่ามีกี่คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยตัวเลข ซึ่งตำรวจมาเลเซียอยู่ระหว่างช่วยติดตามจับกุม คดีนี้ได้รับความร่วมมือจากตำรวจมาเลเซียเป็นอย่างดี และจะเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ผบ.ตร.มาเลเซีย จะส่งตำรวจมาเลเซียมาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า ซึ่งจะทำให้การสืบสวนรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของผู้เสียหายที่อยู่ในมาเลเซีย ที่ต้องสอบสวนบางคนเพิ่ม รวมถึง การติดตามจับกุมผู้ต้องหา

รอง ผบช.ภ.9 เปิดเผยอีกว่า ส่วนการติดตามยึดทรัพย์ของเครือข่ายค้ามนุษย์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ามนุษย์ไว้ตรวจสอบจำนวน 156 รายการ มูลค่าทรัพย์สินกว่า 71 ล้านบาท โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.สตูล และอยู่ระหว่างดำเนินการยึดทรัพย์เพิ่มมากกว่านี้ จากฐานความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของ ปปง. ส่วนนายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามอบตัวโดยตรงกับตำรวจภูธรภาค 9 แต่ได้ประสานกับทางผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ส่วนกรณีเรือผู้อพยพชาวโรฮีนจา จำนวน 450 คน ที่จะเดินทางเข้าไปยังประเทศมาเลเซีย แต่พลัดหลงเข้ามาในน่านน้ำทะเลอันดามัน จ.สตูล และเครื่องยนต์เรือขัดข้อง ต้องลอยลำบริเวณห่างจากเกาะกลาง ประมาณ 17 ไมล์ทะเล กระทั่งทหารเรือได้ส่งน้ำ อาหาร ยารักษาโรค ไปช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม พร้อมช่วยซ่อมแซมเครื่องยนต์เรือจนใช้การได้และเคลื่อนออกจากน่านน้ำ จ.สตูล มุ่งหน้าไปยังรอยต่อน่านน้ำทะเลอันดามัน ระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

...

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ตำรวจน้ำ จ.สตูล ได้รับแจ้งว่า เรือลำดังกล่าวยังลอยลำอยู่ในเขตน่านน้ำเกาะลังกาวี รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย บริเวณรอยต่อระหว่างเกาะหลีเป๊ะ อ.เมืองสตูล เนื่องจากประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย ไม่ยอมให้เรือลำดังกล่าวเข้าไป โดยมีทหารเรือไทยคอยสังเกตการณ์อยู่ ขณะที่ภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ได้ระดมรับบริจาคน้ำดื่ม อาหารแห้ง เพื่อเตรียมส่งไปช่วยเหลือเรือผู้อพยพชาวโรฮีนจาลำดังกล่าว หากเรือเข้ามาในเขตน่านน้ำประเทศไทยอีกครั้ง เพราะในเรือมีทั้งคนป่วยและเด็กจำนวนมาก

สำหรับคดีนายหน้าค้ามนุษย์พาแรงงานต่างด้าวชาวพม่า 2 กลุ่ม รวม 74 คน เป็นชาย 59 คน หญิง 15 คน นั่งเรือหางยาวข้ามฝั่งมาจากบ้านหมาราง ประเทศเมียนมา ข้ามแม่น้ำกระบุรี บริเวณคอคอดกระ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง จากนั้นนายหน้าพร้อมพวกพาแรงงานต่างด้าวเดินเท้า 3 วัน 3 คืนมาตามป่าเขาเลี่ยงด่านตรวจทหารบนถนนเพชรเกษมเขตรอยต่อ จ.ระนอง-ชุมพร มาพักในแคมป์กลางป่าบ้านในง่วม หมู่ 8 ต.บ้านนา อ.เมืองชุมพร ระหว่างนั้นกลุ่มนายหน้าค้ามนุษย์ใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์และข่มขืนหญิงสาวพม่า 3 คน ก่อนพาต่างด้าวทั้งหมดไปทิ้งไว้ในป่ากลางหุบเขา เนื่องจากถูกทางการกดดันหนักนำต่างด้าวออกไปส่งยังจุดหมายไม่ได้ ผ่านไปหลายวันชาวต่างด้าวต้องเดินเท้าลงเขามาขออาหารชาวบ้านกินประทังชีวิตเพราะอดอยากหิวโซ พร้อมขอความช่วยเหลือจากทางการไทย

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองชุมพร ติดตามจับกุมแก๊งนายหน้าที่นำพาแล้วก่อเหตุชิงทรัพย์และข่มขืนชาวต่างด้าวในพื้นที่บ้านในง่วม หมู่ 8 ต.บ้านนา ได้แล้ว 1 คน คือ นายประเสริฐ สังคม อายุ 52 ปี หรือผู้ใหญ่เคว็ด เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.หินแก้ว อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ที่ จ.99/2558 ลงวันที่ 14 พ.ค.58 พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 3 คนที่เหลือ ก่อเหตุในพื้นที่ สภ.ท่าแซะ 2 คน และ สภ.เมืองชุมพร อีก 1 คน ยังหลบหนีการจับกุม

...

สำหรับนายประเสริฐ สังคม หรือผู้ใหญ่เคว็ด ผู้ต้องหาแก๊งค้ามนุษย์ที่ถูกตำรวจจับกุมได้ ถือเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ จ.ชุมพร และยังเป็นหัวคะแนนใหญ่ให้กับนักการเมืองในท้องถิ่นหลายกลุ่มด้วยกัน ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คนที่ยังหลบหนี เป็นแก๊งค้ามนุษย์ที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ขณะนี้มีรายงานจากตำรวจชุดสืบสวนว่า ได้แยกย้ายกันหลบหนีไปอยู่กับแก๊งนายหน้าชาวเมียนมา ที่ชายแดนบ้านหมาราง ประเทศเมียนมา และบนเกาะแห่งหนึ่งในทะเลอันดามัน

ด้านนายเจฟฟ์ รัทกี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ว่า นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์สายตรงเพื่อพูดคุยกับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศของไทย เพื่อหารือเรื่องสถานการณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ ซึ่งพบในน่านน้ำ ทะเล อันดามัน พร้อมเสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งที่พักพิงชั่วคราวแก่กลุ่มผู้ลี้ภัย เนื่องจากการช่วยชีวิตมนุษย์ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยบนเรือที่ยังลอยอยู่กลางทะเล และรัฐบาลสหรัฐฯ จะส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปเข้าร่วมการประชุมเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาผู้ลี้ภัย ซึ่งรัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในวันที่ 29 พ.ค.นี้

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แถลงเพิ่มเติมว่า นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ลงนามเพื่ออนุมัติการขยายเวลาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแก่รัฐบาลเมียนมาเพิ่มเติมอีก 1 ปี เพราะเมียนมาไม่มีความคืบหน้าด้านการแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยเฉพาะการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มชาติพันธุ์โรฮีนจาในรัฐยะไข่ ทำให้ชาวโรฮีนจาจำนวนมากลี้ภัยไปต่างแดน และตกเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ส่วนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เป็นการห้ามหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนของสหรัฐฯ ประกอบธุรกิจร่วมกับกลุ่มทุนหรือบุคคลในเมียนมาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดขวางการปฏิรูปประชาธิปไตย

...

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานบทสัมภาษณ์ชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศผู้รอดชีวิตจากเหตุเรืออับปางในน่านน้ำทะเลสุมาตราของอินโดนีเซีย และได้รับการช่วยเหลือขึ้นสู่ฝั่งที่เมืองลังซาร์ จ.อาเจะห์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 15 พ.ค. โดยนายมูฮัมมัด อามิน ชาวโรฮีนจา ระบุว่าผู้ลี้ภัยที่อยู่บนเรือดังกล่าวมีจำนวนประมาณ 900 คน ออกเดินทางจากอ่าวเบงกอล ตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะที่เรือมีสภาพแออัด ไม่มีเสบียงอาหารและน้ำที่เพียงพอ หากผู้ลี้ภัยคนใดร้องขออาหารหรือน้ำ จะถูกกัปตันเรือซึ่งเป็นชาวไทยยิงสังหาร และกัปตันเรือได้สละเรือไปตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนตำรวจอินโดนีเซียที่สอบปากคำผู้รอดชีวิตระบุว่าชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศที่อยู่บนเรือได้ใช้กำลังต่อสู้และฆ่ากันเองเพื่อแย่งอาหาร และศพผู้เสียชีวิตถูกโยนทิ้งลงในทะเล

สำนักข่าวเบอร์นามา สื่อมาเลเซีย รายงานว่า นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย สนทนาทางโทรศัพท์กับนายบัน กี มูน เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ ช่วงเช้าวันที่ 16 พ.ค. เพื่อหารือในประเด็นผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ ซึ่งติดอยู่ในเรือผู้ลี้ภัยกลางทะเล โดยนายนาจิบ ราซัค ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นหายนะด้านมนุษยธรรมที่ทุกประเทศต้องพิจารณากันอย่างจริงจัง เพราะไม่ได้เป็นแค่ปัญหาภายในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่เป็นประเด็นระดับโลก พร้อมระบุว่ามาเลเซียเคารพหลักการอาเซียนที่มีกฎว่าแต่ละประเทศจะไม่แทรกแซงกิจการภายในซึ่งกันและกัน แต่ปัญหาบางประเภทก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง จึงมีความจำเป็นจะต้องหาแนวทางแก้ปัญหาโดยใช้กลไกอาเซียนที่มีอยู่ มาเลเซียหวังว่ารัฐบาลเมียนมา จะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆในเชิงบวก เพราะปัญหาผู้ลี้ภัยเป็นกิจการภายในของเมียนมา และสมาชิกอาเซียนอื่นๆ จะไม่เข้าไปแทรกแซง แต่อาจต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง ก่อนที่บางสิ่งจะเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม