รอดแล้วลูกหมีควายกุยบุรี ที่มีอาการป่วยทางสมอง มีอาการชัก ตัวแข็ง และขาดออกซิเจน ทำให้สมองตายจนโอกาสรอดเหลือ 50% หลัง จนท.ดูแลอย่างดี จนขณะนี้อายุได้ 4 เดือน มีสุขภาพที่ดีมาก นำหนักตัวประมาณ 20 กิโลกรัม เตรียมปล่อยคืนป่า...
เมื่อวันที่ 16 พ.ค.58 นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้า ของลูกหมีควายเพศผู้ วัย 1 เดือนที่ชาวบ้านพบในไร่สับปะรดแล้วแจ้งอุทยานไปรับนำส่งศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทราย ต.ห้วยทรายใต้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ให้สัตวแพทย์รักษา เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2558 ว่า ขณะนี้ ลูกหมีควายตัวดังกล่าว มีสุขภาพที่ดีหลังคณะสัตวแพทย์ของศูนย์เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่าห้วย ทราย และ คณะสัตวแพทย์ของโรงพยาบาสัตว์หัวหิน ได้ร่วมกันตรวจรักษาอาการทางสมองที่ป่วยเป็นโรคระบบประสาท โดยมีอาการชัก ตัวแข็ง และขาดออกซิเจน ทำให้สมองตาย โดยสัตวแพทย์ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ด้วยอาการที่นำไปพบเหลือชีวิต ได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ลูกหมีควายตัวดังกล่าว ทางอุทยานตั้งชื่อว่า “ชักกุย” มีอายุ 4 เดือนแล้ว กำลังมีสุขภาพที่ดีมาก น้ำหนักตัวประมาณ 20 กิโลกรัม โดยสัตวแพทย์ได้ให้ยากินเพื่อให้คลายจากอาการชักเกร็งลดความดันในสมอง ซึ่งการรักษาดังกล่าวสามารถทำให้ลูกหมีควายที่พบได้หายเกือบเป็นปกติ สามารถปล่อยออกมาเดินเล่นกับสุนัขที่ฝึกไว้เฝ้าอุทยาน และ วิ่งเล่นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชมได้ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว สามารถจับเล่นหรือป้อนอาหารได้ โดยทางอุทยานได้ซื้อนมแพะ พร้อมด้วยอาหารกระป๋องให้กิน และส่วนหนึ่งมีนักท่องเที่ยวบางคนที่เดินทางไปได้ร่วมกันบริจาคทุนในการรักษา และค่าอาหารให้กับเจ้าชักกุยอีกด้วย
นายประวัติศาสตร์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่อุทยานกุยบุรีได้ช่วยกันดูแลลูกหมีควายเป็นอย่างดีให้กินยาตาม ที่สัตวแพทย์สั่ง ทำให้อาการดีขึ้นมาก ขณะนี้จึงได้เริ่มให้เจ้าหน้าที่นำเข้าชายป่า ฝึกการปีนต้นไม้ เพื่อให้ลูกหมีควายฝึกอยู่กับธรรมชาติให้มากยิ่งขึ้น หากเห็นว่าสามารถอยู่ในป่าได้ด้วยตนเอง และไม่ต้องพึ่งยาควบคุมโรค อาจจะนำปล่อยสู่ป่าเพื่อให้เขาอยู่กับธรรมชาติต่อไป.
...