จากกรณี นายอาคม จิตร์พาณิชย์ นิติกร และนายอุทัย แกล้วกล้า จนท.บริหารงานทั่วไป ม.วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมพวก 17 คน แจ้งความดำเนินคดีผู้บริหารและกรรมการสภามหาวิทยาลัย กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงโดยไม่เป็นธรรม ทั้งยังกล่าวหาผู้บริหารมหาวิทยาลัยละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ดำเนินการกับผู้กระทำผิดในการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้รัฐเสียหาย อีกทั้งแต่งตั้ง รก.อธิการบดี ไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัย โดยยื่นเรื่องร้องเรียนแม่ทัพภาค 4 ศูนย์ดำรงธรรมและนายกรัฐมนตรีให้ใช้ ม.44 เข้ามาแก้ไขปัญหา พร้อมเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ และ ป.ป.ช. ให้สอบสวนดำเนินคดี

ขณะที่ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ชี้แจงปัญหาการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ เกิดปัญหาเพราะผู้รับเหมาทำผิดเงื่อนไขใช้ใบธนาคารค้ำประกันสัญญา (แบงก์การันตี) ปลอม จนถูก ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อดีตอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ บอกเลิกสัญญา และลาออกเนื่องจากห่วงความปลอดภัย จนต้องมานั่งเก้าอี้ รก.อธิการบดี แทนนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 14 พ.ค. นายอุทัย แกล้วกล้า จนท.บริหารงานทั่วไปมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็น 1 ใน 17 จนท.มหาวิทยาลัยที่ถูก ดร.สุเมธ แย้มนุ่น รก.อธิการบดี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้ออกมาเปิดเผยกรณีที่สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง กล่าวคือ สภา มวล. ได้กระทำการละเมิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.2535 จากการประชุมวาระลับครั้งที่ 6 วันที่ 8 พ.ย. 2557 ซึ่งที่ประชุมกล่าวอ้างว่า เนื่องจากมีกลุ่มผู้ร้องเรียนกรณี ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อดีตอธิการบดีในขณะนั้น ได้สั่งยกเลิกสัญญาการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ บุกเข้ามาในพื้นที่มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 7 พ.ย. จนเป็นเหตุให้ ดร.กีร์รัตน์ ต้องรีบเดินทางเข้า กทม. เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่สภา มวล. กลับอนุมัติให้ ดร.กีร์รัตน์ ลาพักเป็นเวลา 40 วัน และอนุมัติแต่งตั้งให้ นายสุเมธ แย้มนุ่น เป็น รก.อธิการบดี มวล. เป็นเวลา 40 วัน

...

นายอุทัย เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวเหตุใดสภา มวล. จึงไม่ได้พิจารณารองอธิการบดีคนใดคนหนึ่งขึ้นมาเป็น รก.อธิการบดี มวล. ตาม พ.ร.บ.ม.วลัยลักษณ์ พ.ศ.2535 ที่ระบุไว้ในมาตรา 25 วรรคแรก "ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองอธิการบดีเป็นผู้รักษาการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้รักษาการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบให้อธิการบดีที่มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้รักษาการแทน" ฉะนั้น เมื่อสภา มวล.ให้ ดร.กีร์รัตน์ ลาพัก 40 วัน ก็ย่อมเข้าข่ายผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะกล่าวอ้าง หรือเหตุผลอื่นใดที่จะแต่งตั้ง นายสุเมธ แย้มนุ่น มาเป็นรักษาการแทนอธิการบดี หรือไม่ก็อาจจะแต่งตั้งจากผู้ที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 23 ก็ได้

"สภา มวล. กลับทำผิดครั้งที่ 2 เร่งรีบออกข้อบังคับ มวล.ว่าด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของอธิการบดี พ.ศ. 2557 โดยอนุมัติให้ ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร และรองอธิการบดีหยุดปฏิบัติหน้าที่ 90 วัน และอนุมัติให้ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เป็นผู้ รก.อธิการบดี มวล.อีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากถูกทักท้วงว่าการแต่งตั้ง รก.อธิการบดีครั้งก่อนขัดต่อกฎหมายสภา มวล. จึงจัดประชุมใหม่เป็นวาระพิเศษเพื่อหาช่องแต่งตั้ง ดร.สุเมธ เป็น รก.อธิการบดี มวล. ถือว่าเป็นการวางแผนที่จะแต่งตั้งคนของตนเอง เข้ามานั่งในตำแหน่งนี้แทน จึงขอให้หน่วยที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย" นายอุทัย กล่าวในที่สุด และข่าวคืบหน้าเรื่องนี้จะเสนอต่อไป.