ตำรวจ สน.ลำผักชี เข้าสงบศึกคู่กรณีระหว่าง 'ครูซีแปด จ.ฉะเชิงเทรา' เลี้ยงหมาบนรถ กับ 'กลุ่มคนรักสุนัข' หลังทั้งคู่เกิดมีปากเสียงกันกลางปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง เหตุทนเห็นสุนัขอยู่ในสภาพแออัดไม่ได้และต้องการนำไปรักษา...
เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 พ.ค. 58 นายสมพร ศรีม่วง อายุ 56 ปี พักบ้านเลขที่ 47 หมู่ 10 ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ข้าราชการครูซี 8 โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.วรวิทย์ มัฌิมา พนักงานสอบสวน สน.ลำผักชี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ศรันรัชช์ ประเสริฐศรี อายุ 50 ปี และ น.ส.จิรัชยา สุพิศ อายุ 35 ปี ในข้อหา กรรโชกทรัพย์ ทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเพราะเป็นอาจารย์ และมีการนำข้อมูลไปลงในโลกโซเชียล
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีกลุ่มบุคคลดังกล่าวเข้ามาภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่บนถนนสุวินทวงศ์ด้านขาเข้า แขวงลำผักชี เขตหนองจอก โดยอ้างว่ามาจากเครือข่ายต่อต้านและป้องกันการค้าสุนัข (STOP DOG MEAT TRADE IN THAILAND) จะมานำสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้จำนวน 7 ตัวไปดูแล แต่ตนไม่ยินยอมและเมื่อสอบถามว่ามาจากที่ใดมีบัตรมาแสดงหรือไม่ แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีบัตรมาแสดงให้ตนดู ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.ลำผักชี มาที่ปั๊มน้ำมัน ก่อนจะพาตนและสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้บนรถกระบะ ทะเบียน บง 7954 ฉะเชิงเทรา มาที่ สน.ลำผักชี
นายสมพร กล่าวว่า ตนเองเป็นคนชอบเลี้ยงสุนัขโดยก่อนหน้านี้ตนเองเลี้ยงสุนัขไว้จำนวน 7 ตัว โดยจะปล่อยไว้ที่บ้านของตนใน ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ต่อมาสุนัขที่เลี้ยงไว้ได้ถูกวางยาตายไป 6 ตัว เหลือเพียงตัวเดียว ตนจึงหามาเลี้ยงใหม่อีก 1 ตัว จนกระทั่งตั้งท้องและคลอดออกมาอีก 5 ตัว รวมเป็น 7 ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีที่พิการมีขา 3 ขาอยู่ด้วย ตนเองจึงเข้าปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางน้ำเปรี้ยว ที่รู้จักกันว่าจะสามารถนำสุนัขที่เลี้ยงไว้ขึ้นรถไปไหนมาไหนได้หรือไม่ เนื่องจากตนเองต้องมาเรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทุกวัน ไม่มีใครดูแลประกอบกับเกรงว่าสุนัขจะโดนวางยาตายไปอีก ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าสามารถทำได้ ตนจึงนำสุนัขทั้งหมดใส่กรงจำนวน 4 กรง แล้วนำมาไว้บนรถกระบะ โดยเอาผ้าใบคลุมไว้กันแดดกันฝน
...
ทั้งนี้ ตนยืนยันว่ามีการดูแลสุนัขเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ตนซื้อเป็นอาหารเม็ดให้ น้ำก็ซื้อน้ำขวดให้ดื่ม ไม่ได้เป็นตามที่มีการลงในโลกออนไลน์ว่าตนเป็นพวกทารุณสัตว์หรือค้าสุนัขแต่อย่างใด และตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องผู้ที่ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงให้ถึงที่สุด และหลังจากนี้จะไม่นำสุนัขทั้งหมดขึ้นรถมาด้วยและจะกลับไปทำบ้านพักให้มันใหม่
ทางด้าน น.ส.จิรัชยา ให้การอ้างว่า ตนและเพื่อนได้ยินจากแม่ค้าร้านอาหารบริเวณปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุว่า มีลุงกับป้ามักจะขับรถกระบะที่มีสุนัขถูกจับใส่กรงหลายตัว เข้ามาในปั๊มเป็นประจำ จนวันที่ 9 พ.ค. เวลาประมาณ 08.00 น. ตนกับ น.ส.ศรันรัชช์ ได้เดินทางมาที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าว พบรถกระบะคันดังกล่าวจริง แต่ไม่พบเจ้าของ ตนกับเพื่อนเห็นสภาพความเป็นอยู่ของสุนัขแล้วรู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก จึงถ่ายรูป และโพสต์ข้อความลงในกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อกลุ่มว่า "เครือข่ายต่อต้านและป้องกันการค้าสุนัข" ซึ่งเมื่อสมาชิกในกลุ่มดังกล่าวเห็นรูปและข้อความของตนก็รู้สึกหดหู่ไม่ต่างกัน
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกคนหนึ่งให้ข้อมูลว่ามีสุนัขที่ถูกขังเป็นแผลกดทับเนื่องจากไม่ได้ออกมาอยู่นอกกรงเลย หลังจากนั้นตนและเพื่อนจึงตัดสินใจกลับมาที่ปั๊มน้ำมันดังกล่าวอีกครั้งเพื่อร้องขอให้ปล่อยสุนัข อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่า ตนเป็นเพียงผู้หวังดีที่ทนเห็นสุนัขถูกกักขังอยู่บนรถในสภาพที่แออัดไม่ได้ และต้องการแค่ให้ปล่อยมันออกมาเดินบ้าง ในส่วนของสุนัขที่มี 3 ขานั้นตนไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นสุนัขที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด
อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความไว้แล้วแต่ขณะนี้ยังไม่ได้สอบปากคำผู้ใด คงต้องรอสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเสียก่อน จึงจะสรุปได้ว่าผู้ใดผิดหรือถูก และถ้าพบว่ามีการกระทำจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป