ตำรวจลุยค้นบ้านผู้ ต้องหาระดับผู้บริหาร บ. ยูฟันฯ ในซอยรามอินทรา 14 ก่อนอายัดบ้าน ทรัพย์สินมูลค่ารวม 12 ล้านบาท เผยเบื้องหลังตรวจค้น พบผู้ต้องหาแอบซื้อบ้านหรู โดยใช้ชื่อสามีเก่าหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ด้านผู้ช่วย ผบ.ตร.ระบุ เชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะโยกย้ายทรัพย์สินหลายรายการออกจากบ้านหลังนี้ รวมทั้งอาจต้องเสนอรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษตาม ม.44 เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืน หากคดีขึ้นสู่ศาล และ ปปง.นำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด

ความคืบหน้าในการทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยักษ์ บริษัท ยูฟันฯ ยังมีการตรวจค้นอายัดทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ค. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบช.ก.ในฐานะ หน.ชุดสืบสวนคดียูฟันฯ พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ลงวันที่ 9 พ.ค.58 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 133/22 หมู่บ้านราชพฤกษ์ มัยลาภ ซอยรามอินทรา 14 ถนนรามอินทรา แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว ของ น.ส.ณมนพรรณ์ ธาราบัณฑิต ผู้ต้องหาในคดีแชร์ลูกโซ่ บ.ยูฟันฯ ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกรุงเทพฯ

บ้านหลังดังกล่าวรั้วรอบขอบชิด เนื้อที่ประมาณ 75 ตารางวา ตำรวจแสดงหมายค้นให้กับนายสุกฤษณ์ ศิริเมธานนท์ อายุ 31 ปี ผู้ดูแลบ้านเป็นผู้รับทราบ และนำตรวจค้น ภายในบ้านพบเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งอย่างหรูหรา นาฬิกาหรูหลายเรือน เอกสารธุรกรรมทางการเงิน และเอกสารการแนะนำธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทยูฟัน อาทิ เสื้อ และน้ำดื่ม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อายัดบ้านมูลค่า 10 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นที่พบรวมมูลค่าทั้งหมด 12 ล้านบาท โดยนายสุกฤษณ์เปิดเผยว่า เคยร่วมทำธุรกิจกับ น.ส.ณมนพรรณ์ 1 ปี หากมีการประชุมอบรมสมาชิกใหม่ หรือประชุมเครือข่าย บ.ยูฟันฯ และเลิกประชุมดึก จะมานอนที่บ้านหลังนี้ประจำ ส่วนทรัพย์สินมีค่าของ น.ส. ณมนพรรณ์ อาทิ นาฬิกาหรู กระเป๋าต่างๆ ทราบว่า ได้มาจากการใช้ยูโทเค่นแลกซื้อกับสมาชิกยูฟันฯ จนกระทั่ง น.ส.ณมนพรรณ์ ถูกจับก็ไม่เคยมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้อีก

...

ด้าน พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า หลัง น.ส.ณมนพรรณ์ ถูกจับกุม ตำรวจขยายผลอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหา อาทิ บ้านคาซ่า รีเจนท์ ซอยรามอินทรา 14 อาคารพานิช ย่านแจ้งวัฒนะ แต่จากการตรวจสอบ น.ส.ณมนพรรณ์ เป็นแม่ข่ายระดับผู้บริหาร บ.ยูฟันฯ มีลูกข่ายไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นราย มีการโอนเงินให้กับ บ.ยูฟันฯ รวมทั้งหมด 177 ล้านบาท และโอนให้บัญชีบุคคลอื่นอีกหลายครั้ง ตำรวจไม่เชื่อว่ามีทรัพย์สินตามที่อายัดได้มาเท่านี้ ได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบเพิ่มพบว่า มาแอบซื้อบ้านในหมู่บ้านราชพฤกษ์ ในซอยมัยลาภ ราคา 10 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.57 โดยใช้ชื่อนายวิทยา เทียนประเสริฐกิจ อดีตสามีเป็นเจ้าของบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ สิ่งสำคัญคือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิดฉ้อโกง ถูกนำมาเก็บไว้บ้านหลังนี้ก่อนตำรวจเข้าตรวจค้น คาดว่าจะโยกย้ายหลบหนีไปแล้ว ส่วนนายวิทยา สามีเก่า น.ส.ณมนพรรณ์ ต้องเชิญมาสอบปากคำ หากพบเชื่อมโยงกับ บ.ยูฟันฯ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความแล้วกว่า 1,000 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท น้อยกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่อายัดได้จากผู้ที่ถูกออกหมายจับ และมีมูลค่ากว่า 812 ล้านบาท ขอย้ำให้ผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ เพราะอาจถูกตัดสิทธิ์ในการรับเงินคืนตามกฎหมาย อีกทั้งมีผู้เสียหายได้รับผลกระทบจำนวนมาก อาจจะได้รับเงินเฉลี่ยทรัพย์สินล่าช้า เพราะมีข้อจำกัดในข้อกฎหมาย และหากคดีขึ้นสู่ศาล ต้องให้เป็นอำนาจ ปปง.นำทรัพย์สินขายทอดตลาด เงินทั้งหมดต้องตกเป็นของแผ่นดิน ผู้เสียหายจะไม่ได้คืน ดังนั้นอาจต้องเสนอรัฐบาลใช้อำนาจพิเศษตาม ม.44 เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืน

ขณะที่ พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ.กล่าวว่า อยากแจ้งเตือนให้ใครก็ตามที่เก็บรักษาทรัพย์สินของ น.ส.ณมนพรรณ์ไว้ ให้รีบมาแจ้งตำรวจ จะไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่หากตำรวจทราบภายหลังและตามทรัพย์สินได้ จะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มีโทษจำคุก 5-10 ปี อายุความ 15 ปี ทันที รวมถึงทรัพย์สินที่ได้มา อาจต้องถูกอายัดรวมไปด้วย เพราะตำรวจไม่ทราบว่าทรัพย์สินใดได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง