ตม.ตชด.ในพื้นที่ก็ถูกย้าย!ผู้การสตูลโดนหางเลขด้วยมีหมายจับล่าแก๊งค้ามนุษย์

ผบ.ตร.นำคณะนายพลตำรวจชั้นผู้ใหญ่ลงพื้นที่ จ.สงขลา ติดตามคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ประชุมเครียดตำรวจที่เกี่ยวข้อง พบพนักงานสอบสวนเสนอศาล จังหวัดนาทวีออกหมายจับผู้ต้องหาแก๊งค้ามนุษย์แล้ว 8 คน และตำรวจตามจับกุมจนมุม 4 คน เป็น ส.ท.กับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 3 คน และชาวพม่า 1 คน ส่วนที่ยังหลบหนีเป็นผู้ใหญ่บ้าน กับรองนายกเทศมนตรี และชาวบ้าน ตั้งรอง ผบ.ตร. “จักรทิพย์ ชัยจินดา” คุมคดีเข้ม เผยขณะนี้มีข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มที่เกี่ยวข้องเป็นโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีทั้งคนไทย มาเลเซียและพม่า สมคบกัน ลั่นต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คหบดี หรือนักการเมือง ที่รู้เห็นและปล่อยปละละเลย หลังกลับถึงกรุงเทพฯ ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งย้ายทันที 5 เสือโรงพัก สภ.ปาดังเบซาร์ ประจำ ศปก.ตร. ขณะที่ ผบก.ภ.จ.สตูล กับ ผบ.หมวด ตชด.ที่ 43 สงขลา โดนหางเลขถูกคำสั่งย้ายด้วย ด้านผู้การสงขลา ลงดาบสั่งย้าย ร.ต.ต.รอง สวป.สภ.ปาดังเบซาร์ กับนายดาบตำรวจ พ้นพื้นที่รับผิดชอบเทือกเขาแก้วเช่นกัน ขณะที่เด็กชายวัย 14 ปี ชาวโรฮิงญาหนีค่าย กักกันมาขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านอีกคน

หลายหน่วยงานลงพื้นที่แก้ปัญหาค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 พ.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พร้อมชุดสืบสวนพิเศษ ตร.เดินทางโดยเครื่องบินฟอกเกอร์ ลงพื้นที่ จ.สงขลา เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์ และความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนกรณีพบศพชาวโรฮิงญา

ชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมีตัวแทนจาก บช.ภ.9 บก.ภ.จ.สงขลา บก.ตม.6 และ สพฐ.เข้าร่วมประชุม ในที่ประชุม พล.ต.อ.สมยศ มอบหมายให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. ควบคุมคดี โดยมี พล.ต.ต.วีระสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน และ พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวน

หลังประชุม พล.ต.อ.สมยศ แถลงว่าคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาศาลจังหวัดนาทวี ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 8 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 9 สนธิกำลังตำรวจ บก.ภ.จ.สงขลา ตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน ประกอบด้วย 1.นายอาหลี ล่าเม๊าะ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์

อ.สะเดา จ.สงขลา และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ 2.นายร่อเอ สนยาแหละ อยู่บ้านเลขที่ 33/3 หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ และเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.ปาดังเบซาร์ 3.นายอาสัน อินทธนู อยู่บ้านเลขที่ 38 ถนนเทศบาล 8 ต.ปาดังเบซาร์ และเป็น ส.ท.ตำบลปาดังเบซาร์ และ 4.นายซอ เนียง อานู อายุ 40 ปี ชาวพม่า พร้อมของกลางปืนพก 9 มม. กระสุน 8 นัด จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวด้วย ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนให้ความสนใจทำข่าวจำนวนมาก

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 3 คนเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีพยานหลักฐานเชื่อมโยง มีหน้าที่ควบคุมส่งเสบียงอาหารและควบคุมที่พักของกลุ่มโรฮิงญา เท่าที่สืบสวนพบทำมา 3-4 ปี นายกรัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินคดีทันที ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ คหบดี นักการเมือง หากเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ไม่มีละเว้น ขณะนี้มีข้อมูลเชื่อมโยงกลุ่มที่เกี่ยวข้องเป็นโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ มีคนไทย มาเลเซีย และพม่า คิดว่าจะได้จับกุมเพิ่มเติม ขณะนี้รอผลสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.อ.เอก เพื่อนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่ยังเปิดเผยไม่ได้เกรงผู้ที่เกี่ยวข้องจะหลบหนี เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีไม่ได้กดดัน แต่ให้กำลังใจ ให้ทำงานรอบคอบ ถ้าใครเกี่ยวข้องไม่มีละเว้น ไม่ว่าหน่วยไหน

ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารร่วมกันปูพรมตรวจค้นบนพื้นที่เทือกเขาแก้ว ชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อขยายผลสืบหาแคมป์คนงานชาวโรฮิงญา ที่อาจมีหลงเหลือในพื้นที่ การค้นหายังไม่ยุติ เพราะเป็นสิ่งที่คนไทย ชาวต่างชาติ ให้ความสนใจจะทำให้ดีที่สุด กว้างที่สุด ไม่หยุด เป็นคำถามที่คนอยากรู้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงาน เนื่องจากสภาพภูมิประเทศยากลำบาก ขอยืนยันจะทำให้ดี และทำให้เคลียร์ สำหรับศพเหยื่อส่วนใหญ่เสียชีวิตมานานหลายปี ไม่ใช่เป็นเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น มีบางศพที่เพิ่งเสียชีวิต ได้สั่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งสภาพศพและสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นที่ได้รับรายงานพบส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยและขาดอาหาร

ส่วนกรณีการขุดพบศพชาวโรฮิงญาในค่ายกักกันอยู่ด้านหลังค่าย ตชด.จะดำเนินการอย่างไรนั้น พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเหลือสนับสนุนรับประโยชน์ ต้องดำเนินการเฉียบขาดไม่มีละเว้น หรือถ้าพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลยจะต้องดำเนินการด้วย ในส่วนค่ายพักโรฮิงญาอยู่ไม่ห่างค่าย ตชด. จะนำมาพิจารณา หากมีการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ก็ไม่เอาไว้ เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ตนได้กำชับตำรวจทหาร ประสานแลกเปลี่ยนข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ต่อข้อถามว่า การขุดพบศพโยงการอุ้มเรียกค่าไถ่พื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ยังไม่รับรายงานต้องรอผลสืบสวนสอบสวนก่อน เมื่อถามว่าหนักใจในเรื่องนี้ที่อาจมีผลในการกีดกั้นการค้ามนุษย์ของประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด ร่องรอยพยานหลักฐานที่ พล.ต.อ.เอก เข้าตรวจสอบในพื้นที่ค่ายกักกันกลุ่มโรฮิงญาแสดงให้เห็นว่า มีการเคลื่อนย้ายชาวโรฮิงญาจำนวนมากในแต่ละครั้ง ทำมานานหลายปี รัฐบาลและตำรวจเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนจะระบุว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนเข้ามาสนับสนุนช่วยเหลือได้ประโยชน์เป็นหน้าที่ที่ พล.ต.อ.เอก ต้องรวบรวมพยานหลักฐาน

...

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับและยังหลบหนีการจับกุมอีก 4 คน คือ นายประสิทธิ์ เหลมเล๊ะ รองนายกเทศมนตรีตำบลปาดัง–เบซาร์ นายยาลี เขล็ม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ นายพรรคพล เบ็ญล่าเต๊ะ อายุ 47 ปี และนายเจริญ ทองแดง อายุ 45 ปี ชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะแถลงข่าวมีนายอารี อารีฟ ตัวแทนจุฬาราชมนตรี และกรรมการสภาเครือข่ายช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำนักจุฬาราชมนตรี เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าว พร้อมให้กำลังใจสนับสนุนตำรวจในการสืบสวนหาผู้กระทำผิดเชื่อมโยงคนมุสลิมไม่ว่าระดับไหน ขอให้ดำเนินคดีไม่ให้มีละเว้น และหากมีการประสานงานก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ โดยติดต่อได้ที่สำนักงานจุฬาราชมนตรี

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงญาว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เพราะปัญหาตอนนี้มีขบวนการลักลอบนำคนหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย อีกทั้งมีขบวนการนำแรงงานเหล่านี้มาพักตัวที่ประเทศไทย ก่อนจะส่งไปประเทศที่ 3 เรื่องนี้เป็นภัยร้ายแรง เราต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยการลงไปในพื้นที่ครั้งนี้ จะต้องทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ขบวนการเหล่านี้หมดไปจากประเทศเราให้ได้ ตามหลักมนุษยธรรม และไม่ให้ประเทศเราตกเป็นเป้าหมายการค้ามนุษย์ในสายตาของนานาชาติอีก

พล.อ.อุดมเดชกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความตั้งใจจริงกับการแก้ไขปัญหา ส่วนความคืบหน้าที่พบหลุมศพนั้น ตามที่ตนให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพิสูจน์หลักฐานก็พบหลุมศพและขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ ส่วนอีกศพเพิ่งเสียชีวิตไม่นาน และยังพบที่พักอาศัยชั่วคราวในจุดดังกล่าว สันนิษฐานได้ว่าจุดพักชั่วคราวนี้เป็นที่พักของคนหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญา เพื่อนำส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่จะคลี่คลายปัญหานี้ พร้อมทั้งจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบจุดอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะพบหลักฐานหรือไม่พบก็ตาม ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราจะกวดขันเรื่องค้ามนุษย์มากขึ้น ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน จะต้องร่วมมือกันดำเนินการ และต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนใดคนหนึ่ง ตนจะเดินทางไป จ.ระนอง ด้วยเพื่อไปดูปัญหา เพราะเป็นพื้นที่จุดเริ่มต้นของขบวนการค้ามนุษย์โดยนำคนมาทางเรือ

...

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวชาวโรฮิงญา 700 คน เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้ว จะประสานงานกันอย่างไร พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า เมื่อเขาหลบหนีออกจากประเทศเราไปแล้ว ประกอบกับพวกเขาก็ไม่ใช่คนไทยด้วย ตนไม่ทราบว่ามีจำนวนคนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านเท่าใด แต่ตอนนี้เราสนใจว่า การแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ในอดีตมีความถูกผิดอย่างไร จะต้องสืบให้ได้ คิดว่าปัญหานี้น่าจะมีความเชื่อมโยงกันทั้ง 2 ฝั่ง เช่น ฝั่งนี้ส่งคนไป อีกฝั่งรับคนมา อีกทั้งเชื่อว่าไม่ใช่ขบวนการเล็กๆ เพราะมีการดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่รับแจ้ง พบเด็กชายชาวโรฮิงญา หลบหนีออกมาจากแคมป์ที่พักบริเวณบ้านหน้าถ้ำ บ้านตาโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา มาขออาศัยนอนกับชาวบ้านในหมู่บ้าน จึงไปตรวจสอบทราบชื่อคือ ด.ช.เอาไนวิ อายุ 14 ปี สอบถามให้รายละเอียดว่า เดินทางออกมารัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์ โดยมีนายหน้าจัดส่งมา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน มาขึ้นฝั่งบริเวณป่าไม่ทราบสถานที่ใด จากนั้นมีคนพาขึ้นรถกระบะนั่งอัดกันมาราว 15 คน มีผ้าใบปิดมิดชิด นำมาส่งบริเวณพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ หลังเดินทางมาถึงเข้าที่พักมีลักษณะเป็นบ้านอยู่ได้ประมาณ 2 วัน ถูกส่งไปที่แคมป์บ้านหน้าถ้ำบนเทือกเขาแก้ว ได้พบชาวโรฮิงญาอยู่รวมกันประมาณ 50 คน เป็นชาย 35 คน หญิง 15 คน ปัจจุบันมีชาวโรฮิงญาหลบอยู่บนเทือกเขาราว 3 แคมป์ เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามค้นหาเพิ่มเติม

ส่วนความคืบหน้าการสอบสวนขยายผลแก๊งค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภาค 9 เดินทางประสานกับ พ.ต.อ.อนุชน ชามาตย์ รอง ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราช ขอความร่วมมือในการสอบปากคำนายกูราเมีย อายุ 34 ปี ชาวโรฮิงญา พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เพิ่มเติม เนื่องจากนายกูราเมียเป็นญาติของนายกาซิม อายุ 20 ปี เหยื่อที่ถูกฆ่าฝังศพบนเทือกเขาแก้ว ชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งนี้นายกูราเมียให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยให้เบาะแสว่า ผู้ตายเป็นหลานชาย ถูกนายอานัว หัวหน้าแก๊งค้ามนุษย์ จับเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 95,000 บาท ตนสงสารหลานชายขายวัวและจำนำรถจักรยานยนต์โอนเงินไปให้ แต่ถูกหักหลัง นายอานัวเรียกเงินเพิ่มอีก 120,000 บาท ทำให้ตนจนปัญญาตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จนแก๊งค้ามนุษย์ไม่พอใจลงมือฆ่าหลานชายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนนำศพฝังที่สุสานชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยมีนายรอฟิก อายุ 25 ปี พยานปากสำคัญพบเห็นนาทีระทึกขวัญ ก่อนหลบหนีออกจากค่ายมาอาศัยอยู่กับตนและให้รายละเอียดหมดสิ้น

...

ขณะที่ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.สงขลา มีคำสั่งให้ ร.ต.ต.อารีย์ หมันสมัน รอง สวป.สภ.ปาดังเบซาร์ และ ด.ต.อัศณีย์รัญ นวลรอด ผบ.หมู่ ป.สภ.ปาดังเบซาร์ ทำหน้าที่ตำรวจประจำป้อมเขารูปช้าง หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ พื้นที่รับผิดชอบพื้นที่พบค่ายกักกันและสุสานโรฮิงญา ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.จ.สงขลา ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.58 เป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เย็นวันเดียวกัน หลัง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมคณะเดินทางถึงกรุงเทพฯ ได้เซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือโรงพัก สภ.ปาดังเบซาร์ ทันที ประกอบด้วย พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก. พ.ต.ท.ภูวรา แก้วพารัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.กติกา จิตบรรจง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ซาการียา มรรคาเขต สวป. พ.ต.ต.เกริกไชย ฉันทจิตต์ สว.สส.ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. นอกจากนั้นยังมี พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ภ.จ.สตูล พื้นที่ทางผ่านในการลำเลียงชาวโรฮิงญา และ พ.ต.ท.จาริพัฒน์ ทองแดง ผบ.หมวด ตชด.ที่ 43 รับผิดชอบพื้นที่ ถูกย้ายประจำ ศปก.ตร. ในคำสั่งเดียวกันด้วย

นอกจากนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ยังมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์พื้นที่ จ.สงขลา อีก 5 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร.ประกอบด้วย 1. ร.ต.ท.มงคล สุโร ผบ.มว.ร้อย ตชด.4303. 2. ร.ต.ท.สุนันท์ แก้วมณี รอง สว.หมวดการข่าว บก.ตชด.43 3. ด.ต.สุกาจ โสบผอม ผบ.หมู่ กก.ตชด.43 รับผิดชอบปากทางเข้า-ออกแคมป์โรฮิงญา 4. ด.ต.เฉลิมพล จันทรัตน์ ตำรวจ บก.ตม.6 ทำหน้าที่กำกับพื้นที่ดังกล่าว และ 5. ด.ต.สุชาติ จันทบูรณ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.ปาดังเบซาร์ ทั้งหมดน่าเชื่อมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา