ชาวบ้านข้างวัดที่ อ.มหาราช อยุธยา เข้าพบเจ้าคณะอำเภอจี้ดำเนินการกับเจ้าอาวาสวัดที่ขุดพื้นโบสถ์เก่า แล้วอ้างจะปูกระเบื้องใหม่ กับให้ปิดทองลูกนิมิตเก่า ชี้แค่ "จริยาไม่เหมาะสม" พระผู้ใหญ่สั่งคาดโทษ และฝังลูกนิมิตกลับลงหลุมเดิม...
จากกรณีที่ผู้นำชุมชนและชาวบ้าน สงสัยในพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ต.โรงช้าง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ดำเนินการขุดเจาะพื้นภายในโบสถ์โบราณอายุกว่า 100 ปี โดยอ้างว่าขุดหาลูกนิมิตเก่าจะเอาไปให้ปิดทอง และจะปูพื้นกระเบื้องในโบสถ์ จึงพากันไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน นั้น
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 58 ที่วัดแจ้ง ต.พิตเพียน อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้มี นายอำนาจ กองบุบผา อายุ 63 ปี ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงวัดเวฬุวัน ต.โรงช้าง อ.มหาราช เข้าพบ พระครูอรุณวราสัย เจ้าคณะอำเภอมหาราช เพื่อยื่นหนังสือให้สั่งยุติการเป็นผู้ปกครองดูแลวัดเวฬุวันของ พระครูประสิทธิธรรมานุโยค เจ้าอาวาสฯ ซึ่งมีพฤติกรรมส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ในหลายๆ เรื่อง รวมทั้งขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของวัด ขอให้ทางคณะสงฆ์ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และขอให้เจ้าอาวาสยุติการเป็นผู้ปกครองดูแลวัดเวฬุวัน จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
พระครูอรุณวราสัย เจ้าคณะอำเภอมหาราช กล่าวว่า จากกรณีที่มีชาวบ้านได้แจ้งความเอาไว้ ในเรื่องมีการลักลอบขุดเจาะโบสถ์เก่า อายุกว่า 100 ปี ของวัดเวฬุวัน ที่เป็นข่าวไปแล้วในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดยทางพระครูประสิทธิธรรมานุโยค เจ้าอาวาสฯ ระบุว่า การขุดเจาะเพื่อเตรียมปรับพื้นปูกระเบื้องของวัดและค้นหาลูกนิมิต เพื่อจะนำขึ้นมาให้ประชาชนได้ปิดทองกราบไหว้บูชากันนั้น ในเรื่องนี้ทางรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะสงฆ์ ได้ทำการสอบสวน แล้วพบว่าเป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ถือว่าไม่เหมาะสม จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไว้เป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมทั้งให้นำลูกนิมิตไปฝังกลบไว้อย่างเดิม
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านได้เข้ามาร้องเรียนถึงพฤติกรรม ที่ไม่เหมาะสม และการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จะต้องนำเสนอต่อเจ้าคณะจังหวัดเพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป และต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ทั้งเจ้าอาวาสและชาวบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านซึ่งเป็นคนเฒ่าคนแก่ เชื่อว่าบริเวณโดยรอบและภายในโบสถ์เก่าของวัดเวฬุวันนั้น การขุดค้นจะต้องมีการพบโบราณวัตถุ หรือพระเครื่องของเก่าที่ฝังเอาไว้อยางแน่นอน นอกจากนี้ ชาวบ้านที่มาจัดงานศพภายในวัด ยังร้องเรียนด้วยว่า การจัดงานศพแต่ละครั้ง ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับวัดตกคืนละหลายพันบาท รวมถึงมีพฤติกรรมอย่างอื่น ที่ชาวบ้านเห็นว่าไม่เหมาะสมด้วย.