พระลูกวัดแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ วัย 63 ปี ซิ่งรถเก๋งคู่ใจ เสียหลักพุ่งชนร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทางพังยับ โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต แม่ค้าและลูกค้าถูกน้ำก๋วยเตี๋ยวและน้ำมันทอดไก่ลวก บาดเจ็บ 2 ราย ส่วนพระปลอดภัยดี...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 58 ร.ต.ท.เดชา ทองประภา ร้อยเวรสอบสวนฯ สภ.ทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนร้านก๋วยเตี๋ยว เหตุเกิดที่บริเวณริมถนน สายบุรีรัมย์-ลำปลายมาศ บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.แสลงพัน
ที่เกิดเหตุพบรถยนต์สีบรอนซ์เทา ทะเบียน กค 2542 บุรีรัมย์ บริเวณกระจกด้านหน้าติดสติกเกอร์ คำว่า “ติกฺขญาโณ ภิกฺขุ เลขา จ.ต.หนองบัวโคก” และที่บริเวณกระจกด้านหลังติดสติกเกอร์ คำว่า “หลานหลวงพ่อคูณ วัดจตุราษฎร์บำรุง” จอดคาอยู่ในร้านขายก๋วยเตี๋ยวของบ้านเลขที่ 214 ม.10 บ้านสี่เหลี่ยมเจริญ ต.แสลงพัน อ.ลำปลายมาศ โดยรถคันดังกล่าวได้พุ่งชนแผงขายก๋วยเตี๋ยว และแผงขายส้มตำไก่ทอด ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน ข้าวของกระจัดกระจายพังเสียหายทั้งหมด และจอดติดคาโต๊ะเหล็กก๋วยเตี๋ยว ในสภาพด้านหน้าฝั่งขวาของตัวรถพังยับเยิน โดยมี พระดำรง สะคอนรัมย์ อายุ 63 ปี พระลูกวัดบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ ต.หนองบัวโคก อ.ลำปลายมาศ เป็นคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว ซึ่งอาการปลอดภัยดี
นอกจากนี้ พบว่ามีผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 2 ราย คือ นางทองเหลือ แซงรัมย์ อายุ 57 ปี เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว กับนางยุ้ย วงษ์พรจันทร์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นลูกค้าที่มากินก๋วยเตี๋ยว ได้ถูกน้ำร้อนจากหม้อก๋วยเตี๋ยว และนำมันในกระทะที่ใช้ทอดไก่ ลวกที่แขนและขาบางส่วน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพฯ ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวไปส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแสลงพัน ส่วนตัวพระดำรง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ทะเมนชัย เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงในครั้งนี้ต่อไป
จากการสอบถาม นางทองเหลือง เปิดเผยว่า ตนขายก๋วยเตี๋ยวและส้มตำไก่ทอดมานานหลายปีแล้ว โดยใช้บริเวณหน้าบ้านเป็นร้านค้า เนื่องจากบ้านของตนติดถนนใหญ่ ซึ่งระหว่างกำลังลวกก๋วยเตี๋ยวให้นางยุ้ย ที่มาซื้ออยู่นั้น ได้ยินเสียงรถดังมาแต่ไกล จึงพูดขึ้นว่าเสียงรถอะไรถึงได้ดังมากขนาดนี้ ระหว่างนั้นได้เหลือบมองดู จึงพบว่าเป็นรถเก๋งกำลังเสียหลักส่ายไปส่ายมา และกำลังมุ่งหน้ามาตรงร้านของตน จึงตะโกนเรียกให้คนในร้านที่ตอนนั้น มีอยู่ประมาณ 5-6 คน รวมกับนางยุ้ย ว่ามีรถพุ่งตรงเข้ามาที่ร้านให้รีบหลบ ซึ่งพูดยังไม่ขาดคำรถคันดังกล่าวก็พุ่งชนร้านเข้าอย่างจัง บริเวณที่ตนกำลังยืนลวกก๋วยเตี๋ยวพอดี แต่โชคยังดีที่ตนเดินออกมาจากที่ลวกก๋วยเตี๋ยวก่อน ไม่งั้นคงจะบาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิต.