ข่าว
100 year

เหยื่อแค้นบุกบีบคอ! สาวจอมตุ๋นมี 20 หมายจับ หลอกจนหมดตัว

ไทยรัฐออนไลน์1 เม.ย. 2558 02:11 น.
SHARE

ชุดสืบสวน ภ.5 รวบผู้ต้องหาสาวใหญ่ร่วมยักยอกทรัพย์ มีหมายจับถึง 20 หมาย ล็อกตัวจากกรุงเทพฯ พาแถลงข่าวที่เชียงใหม่ เหยื่อตามมาดูหน้า ตรงเข้าจะบีบคอ ร้องไห้บอกถูกหลอกจนหมดตัว เผยพฤติกรรมทั้งเช่ารถไปจำนำ และกู้เงินแล้วเชิดไปร่วม 30 ล้าน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 มี.ค.58 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.วีรชน บุญทวี รอง ผบก. และ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผกก.สส. 1 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นางมณีรัตน์ หรือ นางกฤติยาวารี หรือ แหม่ม ศรุณานิธิโรจน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 444/131 หมู่ 1 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ ตามหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวนถึง 20 หมายจับ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้ที่ในห้องพักคอนโดมิเนียมย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อตอนเช้าวันที่ 31 มี.ค. คุมตัวมาดำเนินคดีที่เชียงใหม่ โดยในช่วงแถลงข่าวมีเจ้าทุกข์ร่วม 20 คนพากันมาดูหน้าและต่อว่า บางคนแทบจะเข้าไปทำร้าย บางคนทำท่าจะบีบคอ ขณะที่บางคนร้องไห้เพราะถูกผู้ต้องหารายนี้โกงจนหมดตัว ทางตำรวจต้องระดม นปพ.มาเฝ้าระวังเหตุตลอดเวลา

พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 ได้เปิดเผยถึงพฤติการณ์ ในการกระทำความผิดของนางมณีรัตน์ว่า ก่อนเกิดเหตุ นางมณีรัตน์ หรือนางกฤติยาวารี หรือ แหม่ม ศรุณานิธิโรจน์ ผู้ต้องหารายนี้ ได้เข้าไปตีสนิทกับร้านรถเช่าใน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ โดยได้พาเจ้าของร้านรถเช่าไปดูบ้านของตนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และหลอกลวงว่าเป็นคนมีฐานะดี รู้จักกับนักธุรกิจต่างชาติ ต้องการขอเช่ารถยนต์เป็นรายเดือน เพื่อนำไปให้ลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเช่าต่อ จากนั้นผู้ต้องหาได้เช่ารถยนต์จากร้านครั้งละ 2 คัน โดยเช่าเป็นรายเดือน เดือนแรกและเดือนที่ 2 ได้ส่งชำระค่าเช่าตรงตามปกติ แต่เดือนที่ 3 ผู้ต้องหาได้ผัดผ่อนไม่ส่งค่าเช่า อย่างไรก็ตาม เจ้าของรถยนต์ที่ให้ผู้ต้องหาเช่า ได้ติดตามรถยนต์ของตนเองคืนมาได้ ซึ่งรถยนต์ที่เช่าไป ถูกนำไปจำนำในสถานที่ต่างๆ

ต่อมา เจ้าของรถยนต์ได้สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าได้นำรถยนต์ไปจำนำจริง และจะหาเงินมาคืนให้ แต่ไม่แจ้งว่าจำนำไว้ที่ใดบ้าง เจ้าของรถผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งจากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้เช่ารถประมาณ 35 คัน เจ้าของรถติดตามได้รถคืนมา 15 คัน ส่วนอีกประมาณ 20 คัน ยังไม่สามารถติดตามรถกลับคืนมาได้ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เสียหายประมาณ 10 ล้านบาทเศษ

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังได้หลอกลวงบุคคลอื่นอีกจำนวนมาก โดยไปตีสนิทกับบุคคลที่มีฐานะดี และหลอกให้ผู้เสียหายเชื่อว่า ตนเป็นนักธุรกิจ ต้องการนำเงินไปลงทุน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง โดยทำสัญญากู้ยืมเงินจากผู้เสียหายและจะให้ดอกเบี้ยสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้ผู้ต้องหากู้เงิน ต่อมาเมื่อถึงเวลาต้องชำระเงินกู้ ผู้ต้องหาอ้างกับผู้เสียหายว่ายังต้องลงทุนเพิ่ม และให้ผู้เสียหายหาบุคคลอื่นที่มีเงินให้กู้ยืม โดยผู้ต้องหาจะเป็นผู้กู้เงิน และให้ผู้เสียหายเป็นผู้ค้ำประกัน โดยนำเงินที่กู้มาได้คืนให้กับผู้เสียหายส่วนหนึ่ง ต่อจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้ ซึ่งผู้ต้องหาได้กระทำความผิดลักษณะนี้หลายครั้ง มีผู้เสียหายทั้งชาวบ้านและพระสงฆ์ถูกหลอกจำนวนมากเข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี โดยคดีมีมูลค่าความเสียหายรวมกันมากถึง 30 ล้านบาท ซึ่งผู้ใดที่ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของผู้ต้องหาดังกล่าว ให้มาตรวจสอบได้ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5

ด้าน นางมณีรัตน์ หรือแหม่ม ผู้ต้องหา ได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าอยู่ในช่วงกำลังหาเงินคืนให้กับทุกคน แต่ช่วงหลังเงินช็อตจึงนำรถยนต์ที่คนนำมาฝากให้เช่า ไปไว้กับเพื่อนเพื่อนำเงินมาหมุน และพยายามจ่ายเงินให้กับทุกคน ผ่านคนชื่อต่าย แต่ปรากฏว่า คนชื่อต่ายนำเงินไปจนหมด ทำไมตำรวจไม่ไปจับนางต่ายมา ส่วนเรื่องที่ไปหลอกเงินคนมาลงทุน ตนก็พยายามจะใช้เงินคืนแต่ถูกจับเสียก่อน.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จับสาวแสบต้มตุ๋นหลอกเช่ารถหลอกกู้เงิน20หมายจับมณีรัตน์กฤติยาวารี ศรุณานิธิโรจน์แถลงข่าวข่าวไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์ข่าวสังคมข่าวภูมิภาคตำรวจภาค5เชียงใหม่

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้