พบศพหนุ่มใหญ่ถูกฆ่าอยู่บนเขาทางไปน้ำตกใน อ.เมืองปราจีนบุรี ในตัวไม่มีหลักฐาน มีเพียงยาชาแบบฉีดอยู่ในกระเป๋า ถูกจ่อยิงที่ศีรษะ 2 นัด และร่องรอยถูกสวมกุญแจมือ คาดคนร้ายพามาตกลงปัญหาก่อนจะฆ่าทิ้ง โดยมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี... 

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 มี.ค.58. ร.ต.ท.นฤมล ควรรำพึง ร้อยเวร สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งพบศพคนเสียชีวิต ที่บริเวณเขาลอย หมู่ 14 ต.เนินหอม อ.เมือง ปราจีนบุรี จึงแจ้งประสานแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากพิสูจน์หลักฐาน จ.ปราจีนบุรี รุดไปตรวจสอบ

บริเวณที่พบศพ เป็นถนนทางเข้าไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนไม้ปล้อง เป็นทางลูกรังเข้าจากถนนใหญ่ไปประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นเนินเขา พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี ลักษณะนอนคว่ำหน้า สวมกางเกงยีนสีฟ้า กางเกงในสวมแบบหูรูด เสื้อโปโลสีขาว มีอาร์มปักที่หน้าอก และแขนเสื้อทั้งซ้ายขวา ตำหนิรูปพรรณฟันบนด้านขวาหลอราว 2 ซี่ ศีรษะมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. ที่ท้ายทอย 1 นัด และที่ขมับด้านซ้าย 1 นัด ตรวจค้นในตัวไม่พบเอกสารใดๆ มีเพียงเงินเหรียญอยู่ 7 บาท และยาสเปรย์พ่นแบบพกพาอยู่ในกระเป๋ากางเกง แพทย์ระบุเป็นยาชาที่นิยมใช้กับผู้ชายเพื่อไม่ให้หลั่งเร็ว


นอกจากนี้ จากการพลิกศพ พบที่ข้อมือซ้ายมีแผลบาดลึกคล้ายกับมีการสวมกุญแจมือแล้วถูกกระชากอย่างรุนแรง ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน ขนาด 11 มม. จำนวน 2 ปลอก รองเท้ายางยี่ห้ออาดิดาส แบบสวม 1 ข้าง คาดว่าเป็นของผู้ตาย และพบร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนนายสันติ ติราวรัมย์ อายุ 40 ปี พนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ได้ขับรถยนต์พาครอบครัวเพื่อไปเที่ยวน้ำตกเขื่อนเขาไม้ปล้อง เมื่อขับรถผ่านมา ภรรยาได้สังเกตเห็นว่าบริเวณเชิงเขา มีร่างของคนนอนอยู่ จึงตัดสินใจจอดรถลงไปดู จนเห็นว่าเป็นศพคนนอนตาย จึงได้รีบขับรถไปแจ้งกับชาวบ้านในหมู่บ้านทราบ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากตรวจที่เกิดเหตุแล้ว คาดว่าคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คน คงจะนำผู้เสียชีวิตมาจากที่อื่น เพื่อตกลงปัญหากัน โดยอาจใช้กุญแจมือสวมล็อกข้อมือทั้งสองไว้ แล้วพาขึ้นเขาในช่วงกลางคืน สุดท้ายผู้เสียชีวิตอาจจะพยายามหนี เนื่องจากพื้นที่มีร่องรอยการต่อสู้ คนร้ายจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนจ่อยิงที่ศีรษะ 2 นัด จนถึงแก่ความตาย ก่อนที่จะเก็บเอกสาร และเครื่องมือสื่อสารของผู้ตาย พร้อมกับปลดกุญแจมือหลบหนีไป

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุอาจจะมาจากเรื่องของชู้สาว หรือเป็นปมการขัดผลประโยชน์กันเอง ลักษณะน่าจะมีการวางแผนเตรียมการมาแล้วเป็นอย่างดี ซึ่งตำรวจจะติดตามหาญาติผู้ตายมาสอบปากคำ เพื่อคลี่คลายคดีต่อไป.