พายุฝนถล่ม กำแพงเพชร บ้านเรือนได้รับความเสียหายเกือบ 100 หลังคา ทำไฟฟ้าดับวงกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อนต้องอยู่ท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่ทหาร เร่งเข้าพื้นที่ดูแลความเรียบร้อย หวั่น เหตุร้ายซ้ำซ้อน
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนตกหนักและมีลมพายพัดแรง ในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร หลังพายุสงบจากการออกสำรวจของผู้นำชุมชนพื้นที่ต่างๆ และรายงานมาที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กำแพงเพชร ทราบว่า มีที่บ้านพังเสียหายหลายพื้นที่ ทั้งในเขต อ.เมืองและ อ.คลองลาน ม.3 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบว่ามีบ้านเรือนพังเสียหายเกือบ 20 หลังคาเรือน ที่บ้านของนายชะลอ พงษา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/2 บ้านที่กำลังก่อสร้างใหม่ขึ้นหลังคาเรียบร้อยแล้ว ได้ถูกลมพายุพัดจนยุบลงทั้งหลังเสียหายหมด
นายชะลอ เจ้าของบ้านเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ช่วงเกิดเหตุลมพายุพัดมาแรงมาก จากนั้นได้มีลมหมุนยกอาหลังคาทั้งหลังขึ้นไป และก็ยุบลงมาอยู่กับพื้น ยังดีที่ตนกับภรรยาและลูก 3 คน ไม่ได้อยู่ในบ้าน ไม่เช่นนั้นก็คงได้รับบาดเจ็บไปด้วย โดยบ้านหลังบ้านหลังนี้ ตนอุตส่าห์เก็บออมเงินไว้ปลูก แต่ยังไม่ทันเรียบร้อยก็มาพังเสียต่อหน้าต่อตา ทำให้รู้สึกท้อใจเป็นอย่างมาก
ส่วนที่บ้านของนายประเทือง คำมุ่ย อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45/4 ม.3 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งก็ได้รับความเสียหายหลังคาบ้านทั้งหลังถูกลมหอบยกลอยออกไปตกอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง ห่างจากบ้านประมาณ 30 เมตร ข้าวของในบ้านเปียกฝน เสียหายจำนวนมาก ต้องช่วยกันเก็บข้างของเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่า ช่วงกลางคืนอาจจะมีฝนตกลงมาอีก โดย นายประเทือง เปิดเผยว่า ลมพัดมาแรงมากไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นฝนก็ตกหนักลมพายุได้พัดจนหลังคาทั้งหลังปลิวหายไป ฝนที่ตกหนักจึงทำให้ข้าวของเปียกเสียหายหมด
ต่อมา ร้อยตรีเวชยันต์ บ่อเงิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุศาสน์จารย์ กรมทหารราบที่ 14 หัวหน้าชุดปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองพลทหารราบที่ 4 ส่วนแยก 1 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารเข้าพื้นที่ตรวจเยี่ยมราษฎร และสำรวจความเสียเพื่อรายงานให้หน่วยเหนือทราบเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป
โดยร้อยตรีเวชยันต์ เปิดเผยว่า หลังทราบเหตุจึงรีบนำกำลังเข้ามาเยี่ยมปลอบขวัญชาวบ้านที่ประสบวาตภัยได้รับความเดือดร้อน พร้อมทั้งจัดชุดมาลาดตระเวนดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เพราะเกรงว่าอาจจะมีคนร้ายมาก่อเหตุซ้ำเติม เนื่องจากไฟฟ้าในหมู่บ้านดับทั้งหมู่บ้าน ในส่วนของการช่วยเหลือจะเข้ามาสำรวจอีกครั้งและจะร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วต่อไป
ทางด้านนางรุ่งนภา พงษา อายุ 29 ปี ซึ่งบ้านถูกพายุฝนพัดทั้งหลังเปิดเผยว่า รู้สึกวิตกกังวลมากที่ไฟฟ้าดับหมด ต้องอยู่ท่ามกลางความมืด เนื่องจากยังมีลูกเล็กๆ อีก 3 คนที่ต้องดูแล แต่ก็รู้สึกอุ่นใจที่มีทหารมาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย
และจากการออกสำรวจพบว่าทั้งหมู่บ้านไฟฟ้าดับหมด ชาวบ้านต้องอยู่กันท่ามกลางความมืด โดยต้องจุดเทียน จุดตะเกียงและใช้ไฟฉายในการส่องสว่าง นอกจากที่หมู่ที่ 3 แล้วยังได้รับรายงานว่าในหมู่ที่ 5-13-15 ของ ต.ไตรตรึงษ์ พายุได้พัดทำความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนซึ่งยังไม่สามารถสำรวจได้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน นอกจากนั้นในเขต ต.วังทอง อ.เมือง ก็มีรายงานว่าบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายกว่า 30 หลังคาเรือน เช่นเดียวกับที่ อ.คลองลาน ก็มีรายความเสียจากลมพายุเช่นกันแต่ยังไม่ทราบจำนวน.


