‘เสี่ยบั๊ก’ ผู้ต้องหาจ้างวานฆ่าพระหมอ ที่ถูกฝากขังในเรือนจำกลางอุดรธานี และตำรวจคัดค้านการประกันตัว ถูกจัดให้นอนในเรือนนอนรวมขนาด 500 คน เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหาเอง เกิดอะไรขึ้นจะได้มีคนเห็น...
เมื่อวันที่ 30 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี กรณีตำรวจกองปราบ ตำรวจสืบสวน ภ.4 ตำรวจสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี และสภ.เมืองอุดรธานี ร่วมกันคลี่คลายคดีสังหารพระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดรธานี ตำรวจสามารถจับกุม นายปัญจ๋า ชารีแสน อายุ 49 ปี มือปืน ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อายุ 48 ปี คนรับงานชี้เป้า และขับรถให้มือปืน นายบุญนาค หงษาคำ อายุ 50 ปี คนดูเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ
ทั้งนี้ ด.ต.ชาญชัย ให้การซัดทอดว่า นายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ หรือเสี่ยบั๊ก อายุ 63 ปี ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร เป็นผู้จ้างวานให้ไปยิงพระหมอ 3 แสนบาท ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลมณฑลทหารบกที่ 24 ออกหมายจับ และเข้าจับกุมนายบรรเจิดในโรงพยาบาลเอกอุดร ในวันที่ 27 มี.ค. ในชั้นสอบสวน นายบรรเจิดให้การปฏิเสธ ศาลได้ฝากขังในเรือนจำกลางอุดรธานี 12 วัน และตำรวจคัดค้านการประกันตัว ทำให้นายบรรเจิดต้องนอนในเรือนจำกลางอุดรธานีมาได้ 2 วัน
ล่าสุด นายประมูล ประเสริฐสุข ผบ.เรือนจำกลางอุดรธานี เปิดเผยว่า เรือนจำจะปฏิบัติกับผู้ต้องขังทุกคนทุกคดีในมาตรฐานเดียวกัน จะไม่มีการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษ สำหรับนายบรรเจิด ผู้ต้องหาฝากขังในคดีฆ่าพระหมอ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปขังรวม โดยขึ้นเรือนนอนขังรวมกับผู้ต้องขังอื่นประมาณ 500 คน ซึ่งการขังรวมก็เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขังเอง
"ในเรือนจำกลางอุดรธานี ไม่มีการแบ่งแดน มีแต่เรือนนอนขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 100 คน ไปจนถึงหลายร้อยคน และไม่มีนโยบายตีตรวนผู้ต้องขัง แต่ถ้าผู้ต้องขังมีพฤติกรรมไปทางรุนแรง เจ้าหน้าที่จะจัดแยกการคุมขังไปยังเรือนนอนที่มีผู้ต้องขังน้อย แต่ไม่มีการขังเดี่ยว ซึ่งญาตินายบรรเจิดสามารถมาเยี่ยมได้ตามระเบียบของเรือนจำ" นายประมูล กล่าว


