‘ผบ.ตร.’ ยัวะ! ตะเพิดทนาย

ผบ.ตร.ยืดอกแถลงปิดคดีฆ่าพระหมอ คุมตัวเสี่ยบั๊ก ผู้บริหาร รพ.เอกอุดร พร้อม ด.ต.คนรับงาน และคนชี้เป้าขึ้นเครื่องบินด่วนแถลงผลจับกุม ยืนยัน คลี่คดีได้สมบูรณ์แบบ จับได้ทั้งผู้จ้างวานและทีมสังหาร มั่นใจมีหลักฐานมัดผู้จ้างวานในชั้นศาล ส่วนอดีต ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ที่ถูกพาดพิง เพียงสั่งให้ลูกน้องติดตามพฤติกรรมหมอสาวกับพระหมอ เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยของเสี่ยบั๊ก ไม่รู้เห็นการสังหารพระ ขณะที่ ด.ต.นอกแถว รับสารภาพผู้จ้างวานพยายามให้จัดหามือปืนหลายครั้งแต่ตอบปฏิเสธ กระทั่งต้องการเงินเลยตกลงรับงานในราคา 3 แสนบาท พร้อมยืนยันพระหมอไม่ได้มีเรื่องทางชู้สาวกับสีกา ขณะเดียวกัน ผบ.ตร.เซ็นคำสั่งให้ ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และ ผบก.กฝ.บช.ตชด. อดีต ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม

ปิดฉากคดีคนร้ายควบรถปิกอัพใช้ปืนลูกซองดัดแปลงยิงด้วยกระสุนปืนเอ็ม 16 สังหารพระบัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด หมู่ 15 บ้านโนนเดื่อ ต.บ้านตาม อ.เมืองอุดรธานี เมื่อเช้าวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่พระหมอเดินกลับจากบิณฑบาต ตำรวจได้จับกุมนายปัญจ๋า หรือโบ ชารีแสน อายุ 49 ปี มือลั่นไก เป็นรายแรก ก่อนจะประสานตำรวจ สปป.ลาว ช่วยล็อกตัว ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ อายุ 48 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี คนรับงานและขับรถให้มือปืน ขณะหนีไปอยู่ฝั่งลาว เค้นสอบเปิดรับสารภาพซัดทอดคนบงการและเพื่อนร่วมแก๊งที่เหลือ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมนายบุญนาค หรือต๋อง หงษาคำ อายุ 48 ปี คนขับรถสำนักชลประทานที่ 5 อุดรธานี คนชี้เป้า และนายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ อายุ 63 ปี ผู้บริหาร รพ.เอกอุดร ผู้บงการตามลำดับ

ความคืบหน้าการคลี่คดีสังหารพระหมอ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 มี.ค. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.4 ป. พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี พงส.ผทค.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังเบิกตัวนายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ หรือเสี่ยบั๊ก ประธานบริหาร รพ.เอกอุดร ผู้ต้องหาบงการฆ่าพระหมอ ด.ต. ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ และนายบุญนาค หงษาคำ ทีมสังหาร จากห้องควบคุม สภ.เมืองอุดรธานี ขึ้นรถตู้และรถยนต์ตราโล่ แยกขึ้นรถคนละคันไปที่สนามบินนานาชาติ จ.อุดรธานี ขึ้นเครื่องบินฟอกเกอร์ ของกองบินตำรวจ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้ ผบ.ตร. สอบสวนและแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังนายบรรเจิดถูกจับกุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจนำตัวมาสอบปากคำที่ บก.ภ.จ.อุดรธานี จนถึงเที่ยงคืน และได้นำเข้าควบคุมในห้องขัง สภ.เมืองอุดรธานี โดยแยกขังไม่ให้ปะปนกับ ด.ต.ชาญชัย และนายบุญนาค ขณะถูกนำออกจากห้องควบคุม นายบรรเจิดอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเสื้อคลุมสีดำ กางเกงสีดำ มีสีหน้าอิดโรย ระหว่างเดินขึ้นรถตู้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมมา พอเห็นสื่อมวลชนมาทำข่าวรีบยกปกเสื้อขึ้นปิดใบหน้า เดินขึ้นรถตู้ไปพร้อมกับนายตฤณ ดวงเงิน ทนายความ โดยมีภรรยาและญาติ มายืนรอส่งแว่นตากันแดดให้

ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำตัวผู้ต้องหามาที่ห้องโถงชั้น 2 โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รกน.ผบช.ก. ร่วมซักถามผู้ต้องหา ท่ามกลางการอารักขาของตำรวจคอมมานโดและตำรวจสันติบาล โดยให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพด้านนอก ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าว

จากนั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ส. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รกน.ผบช.ก. พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. แถลงผลจับกุมนายบรรเจิด ผู้จ้างวานฆ่า นายบุนนาค และ ด.ต.ชาญชัย ผู้ต้องหาคดีฆ่าพระหมอ โดยไม่ได้นำตัวนายบรรเจิดมาร่วมแถลงข่าวเนื่องจากนายบรรเจิดให้การปฏิเสธและไม่ยอมร่วมแถลงข่าว

ด.ต.ชาญชัยกล่าวว่า นายบรรเจิดเป็นผู้ติดต่อจ้างวานฆ่าพระหมอและเป็นผู้จ่ายเงิน โดยส่วนตัวไม่ได้รู้จักมาก่อน แต่ได้ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.กฝ.บช.ตชด. อดีต ผบก.ภ.จ.อุดรธานี นายเก่าให้ติดตามพฤติกรรมของหมอแก้ว ตามที่นายบรรเจิดไหว้วาน เนื่องจากสงสัยความสัมพันธ์ในเรื่องชู้สาวระหว่างหมอแก้วกับพระหมอ โดยนายบรรเจิดจะบอกว่าพระหมอเป็นพระไม่ดี พูดแต่เรื่องเสียหายทั้งอุ้มเงินวัด มั่วสีกา

นายดาบตำรวจคนเดิมกล่าวต่อว่า ตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นายบรรเจิดพยายามให้ช่วยติดต่อหามือปืนยิงพระหมอแต่ตนปฏิเสธหลายครั้งจนมาช่วงหลังอยากได้เงิน ตกลงรับจ้างฆ่าพระหมอ 300,000 บาท นายบรรเจิดนัดมอบเงินครั้งแรกที่โรงแรมแห่งหนึ่ง 50,000 บาท และจ่ายอีกหลังยิงพระ 250,000 บาท ในวันที่ 4 มี.ค. โดยแบ่งจ่ายให้นายปัญจ๋า มือปืน 100,000 บาท นายบุญนาค คนดูลาดเลา 55,000 บาท โดย พล.ต.ต.บุญลือ ไม่รู้เรื่องการจ้างวานฆ่า ระหว่างแถลงข่าว ด.ต.ชาญชัย และนายบุญนาค รับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมลงมือฆ่าพระหมอโดยมีนายบรรเจิดเป็นผู้จ้างวาน และหลังลงมือยิงไม่ได้ติดต่อนายบรรเจิด

ด.ต.ชาญชัยกล่าวอีกว่า สาเหตุที่รับงานฆ่าพระหมอเพราะอยากได้เงิน แต่ทำแล้วกลัวบาปกรรม สำนึกผิดจึงขอเข้ามอบตัว ก่อนหน้านี้ได้ติดตามพฤติกรรมของหมอแก้วได้ 1 เดือน ตามคำสั่งของ พล.ต.ต.บุญลือ แต่ไม่ได้รับเงินค่าจ้าง และในการติดตามพฤติกรรมของหมอแก้วในช่วง 1 เดือนไม่น่า จะมีอะไรเกี่ยวพันเชิงชู้สาวกับพระหมอ จากนั้น ด.ต.ชาญชัยกล่าวว่า กราบขอโทษ ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาทุกท่าน ที่ตนขาดสติไม่ยั้งคิดในการทำครั้งนี้ กราบขอโทษตำรวจทุกคน กราบขอโทษประชาชน และกราบนมัสการหลวงปู่สุข พ่อของพระหมอ และแม่ตุ๋ย และขอนมัสการพระหมอ ขณะนี้ตนสำนึกในสิ่งที่กระทำลงไปนะ และเป็นการกระทำของตนเป็นส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับองค์กร และไม่ได้เกี่ยวกับใคร มีเพียงพวกตนสามคน

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ภูมิใจเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันคลี่คลายคดีนี้ได้สมบูรณ์แบบได้ผู้ลงมือฆ่า และผู้จ้างวานฆ่า เชื่อมั่นว่าจากพยานหลักฐานสามารถดำเนินคดีผู้จ้างวานฆ่าชั้นศาล ซึ่งพยานหลักฐานมีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมโยงผู้ต้องหารวมถึงผู้จ้างวานมากกว่าคำซัดทอดของผู้ต้องหา มีน้ำหนักทำให้ศาลอนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาแต่สิ่งเหล่านี้เปิดเผยไม่ได้

ส่วน พล.ต.ต.บุญลือ ที่มีความสนิท ด.ต.ชาญชัย นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ในฐานะ ผบ.ตร.ได้ร่วมกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เรียก พล.ต.ต.บุญลือ มาพูดคุย พล.ต.ต.บุญลือชี้แจงว่ารู้จักนายบรรเจิด ผู้ต้องหาเป็นคหบดีกว้างขวางใน จ.อุดรธานี ขอร้องให้ช่วยส่งลูกน้องติดตามพฤติกรรมของหมอแก้วที่สงสัยว่ามีสัมพันธ์กับพระหมอ ด.ต.ชาญชัยเป็นหนึ่งในตำรวจที่ใช้ให้ติดตามพฤติกรรมหมอแก้ว เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยของนายบรรเจิด ไม่ใช่เพื่อลงมือฆ่า จนย้ายออกนอกพื้นที่นายบรรเจิดได้โทรศัพท์มาสอบถามรายละเอียดหลายครั้งทำให้รำคาญ จึงบอกให้ไปพูดคุยรายละเอียดกับ ด.ต.ชาญชัย โดยไม่รู้เห็นเรื่องการจ้างวานฆ่าพระหมอ

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ข้อมูลจากปากของ พล.ต.ต.บุญลือ สอดคล้องคำให้การของ ด.ต.ชาญชัย นอกจากนี้ข้อมูลส่วนหนึ่งในการติดตามรถกระบะของกลางและตามตัว ด.ต.ชาญชัย ได้รับความร่วมมือจาก พล.ต.ต.บุญลือ ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ จ.อุดรธานี ขอยืนยันว่าจากพยานหลักฐานที่มีจบที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้ง 4 คนดังกล่าว แต่หากมีพยานหลักฐานว่าตำรวจคนไหนเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนกระทำผิดกฎหมาย จะไม่มีการปกป้องช่วยเหลือ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวย้ำว่า คนในสังคมในพื้นที่สงสัยเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีไม่คืบหน้า มีการวิพากษ์-วิจารณ์ว่ามีตำรวจเกี่ยวข้อง อาจจะมีการช่วยเหลือตำรวจด้วยกัน จำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าไม่ปกป้องช่วยเหลือ จึงย้าย ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และอดีต ผบก.ภ.จ.อุดรธานี มาประจำ ศปก.ตร.เพื่อความสบายใจของสังคม และสั่งชุดสืบสวนพิเศษลงไปทำคดีเพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย พล.ต.ต.บุญลือ อยู่พื้นที่มานานมีความรู้ประสบการณ์กว้างขวางซึ่งการเรียกเข้ามาสอบถามทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำไปสู่การขยายผลจับกุมผู้ลงมือฆ่าและผู้จ้างวาน เมื่อคดีคลี่คลายได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.ชัยญัติ และ พล.ต.ต.บุญลือ กลับที่เดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนแถลงผลจับกุม ในช่วงที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และคณะ ร่วมพูดคุยกับนายบรรเจิด ผู้ต้องหาคนสำคัญ โดยมีทนายความนั่งอยู่ด้วย พล.ต.อ.สมยศได้มีปากเสียงกับทนายส่วนตัวนายบรรเจิดที่ไม่ยอมนั่งแถลงข่าวร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่น และให้การปฏิเสธอ้างว่ามาตามคำเชิญของ ผบ.ตร. ให้มาพบเพื่อสอบถาม พร้อมทั้งยืนยันคำให้การเดิมที่ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เคยเรียกสอบในฐานะพยานในคดี ทำให้ พล.ต.อ.สมยศไม่พอใจสวนกลับว่า นายบรรเจิดอยู่ในฐานะผู้ต้องหามีหมายจับของศาล คดีนี้ตำรวจเป็นฝ่ายเข้าจับกุม นายบรรเจิดไม่ได้มอบตัว ในฐานะ ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน จะเรียกผู้ต้องหามาสอบเมื่อไรที่ไหนก็ได้ นายบรรเจิดมาอ้างใช้สิทธิพยานไม่ได้ และการพูดคุยวันนี้ไม่ใช่การสอบสวนปากคำผู้ต้องหา พร้อมกับไล่ทนายส่วนตัวนายบรรเจิดออกจากห้องโถง

ต่อมาเวลา 15.50 น. พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ พงส.ผู้เชี่ยวชาญ ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 บก.ภ.4 พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.บรรจบ สีหานาวี พงส.ผทค.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังคุมตัว ด.ต.ชาญชัย และนายบุญนาค มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเบิกตัวนายปัญจ๋า ชารีแสน มือปืน จากเรือนจำกลางอุดรธานี ร่วมทำแผนฯด้วย เริ่มจากบริเวณทางเข้าบ้านโนนเดื่อ ที่นายปัญจ๋า และนายบุญนาคใช้กระดาษปิดแผ่นป้ายทะเบียนรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีดำ มาดูเป้าหมาย โดยมี ด.ต.ชาญชัยดูต้นทาง เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา จุดที่ 2 ที่ผู้ต้องหาขับรถมาจอดบนถนนริมคลองบ้านโนนเดื่อ ทางเข้าวัดป่าตอสีเสียด เพื่อดักยิงพระหมอ แต่มีรถขนอ้อยผ่านไปมาจึงไม่ลงมือ

ส่วนจุดที่ 3 เหตุการณ์วันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาขับรถมาจอดดูเป้าหมาย แล้วเข้าไปซุ่มในป่าอ้อย หวังลอบยิงพระหมอเดินเข้ากุฏิหลังกลับจากบิณฑบาต แต่สุนัขที่พระหมอเลี้ยงไว้เห่าใส่จนต้องยกเลิกแผน แต่ขณะขับรถไปทางบ้านตอสีเสียด สวนทางกับพระหมอที่เดินกลับจากบิณฑบาตเลยกลับรถตามไปยิงจนมรณภาพ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพนานครึ่งชั่วโมง จากนั้นได้นำ ด.ต.ชาญชัย และนายบุญนาค ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ส่งไปควบคุมตัวที่เรือนจำกลางอุดรธานีเช่นเดียวกับนายปัญจ๋า มือลั่นไก โดย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช. เปิดเผยว่า นายบรรเจิด ผู้บงการ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ส่งไปฝากขังต่อศาลพร้อมคัดค้านการประกันตัวส่งเข้าเรือนจำกลางจังหวัดอุดรธานีแล้ว

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มีคำสั่ง ตร.ที่ 173/2558 ลงวันที่ 28 มี.ค.2558 ให้ พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง ผบก.กฝ.บช.ตชด. กลับไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในหน่วยงานต้นสังกัด ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2558