ไลฟ์สไตล์
100 year

สะเทือนใจชาวพุทธ! ย้อนรอยนาทีสังหาร ปมปริศนาบงการฆ่า 'พระหมอ'

ไทยรัฐออนไลน์
29 มี.ค. 2558 05:30 น.
SHARE

เสียงปืนดังสนั่นในช่วงเช้าของวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุสะเทือนขวัญกับการสูญเสียในวงการผ้าเหลือง หลังพระอาจารย์บัณฑิต สงวนแก้ว หรือ นพ.บัณฑิต สงวนแก้ว หรือที่รู้จักกันในนาม “พระหมอ” อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด อ.เมือง จ.อุดรธานี ถูกมือปืนจ่อยิงอย่างอุกอาจ ขณะกำลังเดินกลับจากบิณฑบาต ส่งผลให้พระบัณฑิตมรณภาพในทันที

เรื่องราวสุดสะเทือนใจชาวพุทธนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.20 น. ของวันที่ 1 มี.ค. 58 หลังจากที่พระบัณฑิตออกเดินบิณฑบาตเพียงรูปเดียวเหมือนเช่นทุกวัน โดยมีลูกศิษย์ 2 คน คอยช่วยถือของใส่บาตร เดินไปตามเส้นทางในหมู่บ้าน จนถึงช่วงสาย ทั้งหมดได้เดินกลับวัดในเส้นทางเดิม กระทั่ง เดินมาถึงสวนยางพารา ห่างจากวัดราว 1 กม. ลูกศิษย์ทั้ง 2 คนได้เดินนำไปก่อน ส่วนพระบัณฑิตเดินรั้งท้าย

ข่าวแนะนำ

ขณะเดียวกัน มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 2 คน ขับรถปิกอัพนิสสัน สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนสะกดรอยตามมา ก่อนจะจอดรถเพื่อให้มือปืนลงจากรถ ชักปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่กลางหลังพระบัณฑิต 2 นัด กระสุนทะลุหน้าท้อง จนล้มฟุบลงเสียชีวิตคาที่ จากนั้น คนร้ายจึงพากันขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ 'พระหมอ'
พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ 'พระหมอ'
เร่งล่ามือปืนสังหารโหด ‘พระหมอ’

คดีนี้ถือเป็นอีกคดีหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เนื่องจากพฤติกรรมของคนร้ายได้ก่อเหตุฆาตกรรมพระสงฆ์อย่างเหี้ยมโหด ทำให้ตำรวจจากหลายหน่วยงานลงมาร่วมกันคลี่คลายคดีและไล่ล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

เริ่มต้นจากการชันสูตรศพพระบัณฑิต พบว่า มีเศษกระสุนฝังในร่างกาย 1 หัว แตกเป็น 3 ชิ้น ตรวจสอบพบเป็นกระสุนขนาด .223 หรือ 5.56 ซึ่งใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า นอกจากนี้ ยังมีกระสุนอีกหนึ่งนัดที่ทะลุร่างพระบัณฑิต เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงลงพื้นที่กระจายกำลังตรวจสอบหาวัตถุกระสุน แต่ต้องมาพบกับอุปสรรค เมื่อพบว่าบริเวณจุดเกิดเหตุได้ถูกปรับถมหน้าดินเป็นทางยาวตลอดเส้นทางของถนนลูกรัง ทำให้ยากในการหาวัตถุพยาน โดยทางวัดแจ้งว่าต้องการจะปรับถนนเพื่อให้ญาติโยมได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมาเคารพศพพระบัณฑิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบรอบจุดเกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบหลักฐานแต่อย่างใด

ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
ตร.พุ่งประเด็นขัดแย้งที่ดินวัด ภบท.5 ปลอมหลอกขาย

แนวทางของชุดสืบสวนสอบสวน พบว่า ตำรวจมุ่งประเด็นไปที่เรื่องขัดแย้งที่ดินวัด ซึ่งมีทั้งหมดราว 50 ไร่ โดยแม่พระบัณฑิต ยกที่ดินที่มีโฉนดให้สร้างวัด 10 ไร่ และชาวบ้านที่มีที่ดินรอบๆ วัด ถวายที่ให้อีก 20 ไร่ ที่เหลือซื้อเพิ่มจนครบ 50 ไร่

กระทั่ง มีนายหน้านำที่ดิน ภบท.5 ที่ติดกับวัด มาเสนอขายจำนวน 10 ไร่ ราคา 1 ล้านบาท วัดตกลงซื้อและจ่ายเงินมัดจำไป 500,000 บาท แต่มาทราบภายหลังว่าเป็น ภบท.5 ปลอม จึงไม่จ่ายเงินที่เหลือ ทำให้นายหน้าตามทวงเงินอีก 500,000 แสนบาท และส่งชายฉกรรจ์มาข่มขู่ จนทางวัดต้องร้องขอกำลัง อปพร.เทศบาลตำบลบ้านตาด มาดูแลรักษาความปลอดภัยนานกว่า 1 เดือน โดยหลังจาก อปพร.ถอนกำลังออกไป เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

ขณะที่ นายคเณศ ศรีจันทร์ อดีตปลัดอำเภอเมืองขอนแก่น ผู้ใกล้ชิดกับพระบัณฑิต ออกมาเปิดเผยว่า ที่ดินส่วนใหญ่เป็นชื่อของตัวบุคคล ซึ่งเมื่อราวเดือนกว่าพระบัณฑิตได้ขอให้ช่วยรวบรวมที่ดินและโอนเป็นชื่อวัดให้ถูกต้อง แต่มาเกิดเหตุร้ายก่อน พร้อมกับยืนยันว่าไม่เคยได้ยินว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินและที่ดินบริเวณดังกล่าวราคาไม่สูง

คุมตัวนายปัญจ๋า ชารีแสน อายุ 49 ปี มือปืนผู้ลั่นไกสังหารพระบัณฑิตได้ที่ จ.กาฬสินธุ์
คุมตัวนายปัญจ๋า ชารีแสน อายุ 49 ปี มือปืนผู้ลั่นไกสังหารพระบัณฑิตได้ที่ จ.กาฬสินธุ์
นายปัญจ๋า ให้การรับสารภาพทั้งหมด
นายปัญจ๋า ให้การรับสารภาพทั้งหมด
ผู้ช่วยผบ.ตร. เผยปมเข้าใจผิด-หึงหวง ก่อนว่าจ้างสังหาร

วันที่ 8 มี.ค. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผู้ช่วยผบ.ตร. ระดมชุดสืบสวนจากกองปราบปราม บช.ภ.4 บก.ภ.จ.อุดรธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบ ก่อนออกมาเปิดเผยหลังการประชุมว่า คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 หรือ เอชเค 33 และใช้รถกระบะเป็นพาหนะ ส่วนประเด็นการสังหารเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความเข้าใจผิดของผู้บงการเกี่ยวกับตัวพระบัณฑิต

ต่อมา มีรายงานความคืบหน้าจากชุดคลี่คลายคดีว่า ตำรวจพุ่งปมสังหารพระบัณฑิตจากเรื่องที่มีสีกาคนหนึ่งได้เข้ามาปฏิบัติธรรมในวัด ทำให้ผู้บงการที่คบหากับสีกาคนดังกล่าวอยู่นั้นเกิดความเข้าใจผิดและเกิดอารมณ์หึงหวง จนออกปากจ้างวานมือปืนลั่นไกปลิดชีพพระบัณฑิต

นายปัญจ๋า (มือปืน) กราบขอขมาหลวงปู่สุข บิดาของพระหมอ
นายปัญจ๋า (มือปืน) กราบขอขมาหลวงปู่สุข บิดาของพระหมอ
สั่งสอบอดีตนายกเล็ก ยอมรับ ถูกขอให้ช่วยตรวจสอบประวัติ ‘พระหมอ’

จากนั้นไม่นาน พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รองผบช.ภ.4 นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 79 หมู่ 2 ต.นาดินดำ อ.เมืองเลย ของ น.ส.ณัชชา พรมจันทร์ พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าภายในบ้าน โดย น.ส.ณัชชา ให้การว่า อาวุธทั้งหมดที่พบเป็นของ นายวิเวทย์ วิไชโย อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาอาน อ.เมืองเลย นอกจากนี้ ตำรวจยังมีข้อมูลอีกว่า นายวิเวทย์ เป็นคนใกล้ชิดกับผู้ต้องสงสัยจ้างวานได้มาตามสืบดูพฤติกรรมพระบัณฑิตและสีกานานราว 6 เดือน

พล.ต.ท.ปัญญา ออกมาเปิดเผยถึงปมสังหารคดีนี้ว่า เป็นเรื่องคนบงการเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องหึงหวง และคิดว่าเมื่อไม่มีพระบัณฑิต อะไรๆ จะดีขึ้นมา จึงมีการจัดคนเฝ้าติดตามเช็กประวัติพระก่อนจะติดต่อว่าจ้างมือปืน ซึ่งผู้ต้องสงสัยเป็นผู้จ้างวานเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนมีชื่อใน จ.อุดรธานี และทำธุรกิจหลายอย่าง

ด้าน นายวิเวทย์ ยอมรับว่ารู้จักกับเจ้าของ รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ใน จ.อุดรธานี มานาน เพราะเคยทำธุรกิจใน จ.เลย จึงคุ้นเคยกัน กระทั่ง เจ้าของรพ. ขอให้ช่วยตรวจสอบประวัติพระบัณฑิต ว่าทำไมถึงลาออกจาก ผอ.รพ. จึงให้ปลัดอำเภอปริ้นข้อมูลจากทะเบียนราษฎรก่อนส่งไปให้เจ้าของรพ.

แถลงข่าวจับกุม ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี 1ในทีมสังหาร
แถลงข่าวจับกุม ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี 1ในทีมสังหาร
ประธาน รพ.เอกอุดร เข้าให้การตำรวจ รับสั่งเช็กประวัติ ‘พระหมอ’ จริง

ต่อมา นายบรรเจิด ฉัตรไพบูลย์ อายุ 63 ปี ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร จ.อุดรธานี เข้าให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมรับสารภาพว่า ได้ให้นายวิเวทย์ คนสนิท สืบประวัติพระบัณฑิตจริง เพราะต้องการบริจาคเงินสร้างตึก CICU รพ.ศูนย์อุดรธานี จึงต้องตรวจสอบประวัติผู้ดูแลโครงการ เพราะไม่รู้จักพระบัณฑิตมาก่อน ส่วนเรื่องสีกาที่เป็นประเด็น คือ หมอแก้ว เป็นแพทย์ผู้ร่วมงานอยู่ รพ.เอกอุดร และลาออกจากรพ.ไปได้ 2 ปี รวมถึงได้เคยขับรถเฉี่ยวชนกัน โดยนายบรรเจิดจะรับผิดชอบซ่อมรถให้ แต่หมอแก้วไม่มาเอารถคืน

ขณะที่ ตำรวจได้สอบสวนหมอแก้วไปแล้วในฐานะพยานและได้ให้น้ำหนักของคดีในประเด็นการเข้าใจผิด

นายบุญนาค หงษาคำ ผู้เฝ้าติดตามพระหมอคอยดูลาดเลา
นายบุญนาค หงษาคำ ผู้เฝ้าติดตามพระหมอคอยดูลาดเลา
จับมือปืน ปลิดชีพ ‘พระหมอ’ ได้ที่กาฬสินธุ์ ซัดทอด ด.ต.จ้างวาน

วันที่ 24 มี.ค. พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก.สส.ภ.4 พร้อมกำลังชุดสืบสวนภาค 4 ได้เข้าควบคุมตัว นายปัญจ๋า ชารีแสน อายุ 49 ปี เป็นลูกจ้างประจำงานอาคารและสถานที่สำนักคณะกรรมการอาชีวศึกษา และเป็นผู้ลั่นไกสังหารพระบัณฑิต ได้ที่ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมรับสารภาพว่า ก่อนรับงานยิงพระบัณฑิตประมาณ 2 สัปดาห์ ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ที่รู้จักกันมากว่า 10 ปี ชวนไปยิงคน โดยบอกว่าเป็นพระไม่ดีโกงเงินการก่อสร้างตึก CICU เป็นพระชอบสีกา และจะให้ค่าจ้าง 50,000 บาท ตอนนั้น นายปัญจ๋า ต้องการใช้เงินไปซ่อมรถไถเพื่อทำนาเลยรับงานดังกล่าว โดยมี ด.ต.ชาญชัย ขับรถนำพาไปก่อเหตุยิงพระบัณฑิต

ผบ.ตร. นำทีมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา
ผบ.ตร. นำทีมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา
ด.ต.ชาญชัย ถูกควบคุมตัวกลับไทย หลังหนีไปกบดานที่ สปป.ลาว
ด.ต.ชาญชัย ถูกควบคุมตัวกลับไทย หลังหนีไปกบดานที่ สปป.ลาว
รวบ 'ดาบชาญชัย’ เอี่ยวฆ่า 'พระหมอ' หนีซุกลาว ได้ค่าจ้าง 3 แสน

จากนั้น ตำรวจได้นำคณะข้ามไปยังเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยได้เข้าพบปะหารือกับ พ.ต.อ.ทองแดง คำพิทูน หัวหน้าตำรวจ ปกส.แขวงบอลิคำไซ โดยใช้เวลาเจรจาพูดคุยกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้นำตัว ด.ต.ชาญชัย ออกจากห้องขังเรือนจำแขวงบอลิคำไซ นำตัวมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย และได้ควบคุมตัวนั่งเรือข้ามน้ำโขงมาฝั่งไทยทันที

หลังการสอบสวน ด.ต.ชาญชัย ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกับนายปัญจ๋า และนายบุญนาคฆ่าพระบัณฑิตจริง โดยซัดทอดว่า ได้รับจ้างจากนายบรรเจิด ฉัตรไพฑูรย์ ประธาน รพ.เอกอุดร ซึ่งอ้างว่าพระบัณฑิตมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม และมีความสัมพันธ์กับสีกาหญิง ซึ่งเป็นแพทย์หญิงคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องชู้สาวกัน และนายบรรเจิดกับพลตำรวจตรีคนหนึ่ง มอบหมายให้ติดตามพฤติการณ์ของแพทย์หญิง กับพระบัณฑิต เกือบ 1 เดือน กระทั่งพบว่าแพทย์หญิง ได้ไปที่วัดดังกล่าวจริง แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ ต่อมานายบรรเจิด จึงได้ว่าจ้างนายปัญจ๋า เป็นเงิน 110,000 บาท และว่าจ้างนายบุญนาค เป็นเงิน 55,000 บาท ส่วนที่ทำลงไปเพราะอยากได้เงิน ภายหลังทราบว่านายปัญจ๋าถูกจับ จึงได้หลบหนีไปข้ามไปอยู่ที่รีสอร์ต ใน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ไปแต่ถูกจับกุมได้ในที่สุด

ขณะเดียวกัน ทหารจาก มทบ.24 อุดรธานี อาศัยอำนาจกฎอัยการศึกเข้าควบคุมตัว นายบุญนาค หงษาคำ อายุ 48 ปี พนักงานขับรถ สนง.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี เพื่อนของ ด.ต.ชาญชัย ที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการไปเฝ้าติดตามพระหมอ และพามือปืนไปลอบยิง ได้ที่ จ.สกลนคร

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว 'เสี่ยบั๊ก' ตามหมายศาล
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว 'เสี่ยบั๊ก' ตามหมายศาล
จับ ‘เสี่ยบั๊ก’ ประธาน รพ.เอกอุดร จ้างวานฆ่า ‘พระหมอ’

ในที่สุดคดีฆาตกรรมโหดคาผ้าเหลือง ได้มาถึงจุดไคลแม็กซ์แล้ว โดยเมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 27 มี.ค. กำลังตำรวจนำทีมโดย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 รักษาการ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เดินทางไปยัง รพ.เอกอุดร ถนนโพศรี เทศบาลนครอุดรธานี และขึ้นไปตรวจค้นบนชั้น 4 ในส่วนฝ่ายบริหาร พบกับนายบรรเจิด จึงเชิญตัวมาที่ ภ.จว.อุดรธานี ตามหมายจับศาล มทบ.24 เลขที่ จ 18 ก./2558 ข้อหา ข้อหาให้ผู้อื่นฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน มีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่ใช้เฉพาะราชการสงคราม ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ควบคุมตัวนายบรรเจิด ฉัตรไพบูลย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร
ควบคุมตัวนายบรรเจิด ฉัตรไพบูลย์ ประธานบริหารโรงพยาบาลเอกอุดร
แกะรอยไล่ล่า ขบวนการสุดโหด ปมสังหารโยงผู้บงการ

ขณะที่ พ.ต.อ.ยรรยง เวชโอสถ รองผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยกับ 'ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์' ถึงการแกะรอยล่าคนร้ายจนกระทั่งตามจับได้ในที่สุดว่า ตำรวจจะต้องสืบสวนหาปมการสังหารก่อน จากพยานต่างๆ ความขัดแย้งก่อนหน้านั้น เมื่อรู้ถึงปมการสังหารก็จะโยงไปถึงว่าใครเป็นคู่กรณี ผู้จ้างวาน จากนั้นจึงเริ่มค้นหาตัวมือปืน โดยแกะรอยมือปืนที่จากกลุ่มที่มีพฤติกรรมในการใช้อาวุธ ใครที่ชอบใช้อาวุธ ใครที่ใกล้ชิดกับเป้าหมาย หรือใครมีความใกล้ชิดกับกลุ่มที่เสี่ยงที่เข้าข่ายการใช้อาวุธบ้าง

"เมื่อรู้ว่าคนร้ายข้ามไปฝั่ง สปป.ลาว ตำรวจจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางฝั่งลาวที่เคยทำงานร่วมกันมาบ่อยครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของฝั่งลาวก็ช่วยตามสืบให้ อีกทั้ง ตำรวจก็พอจะรู้ตัวคนที่นำพาคนร้ายข้ามไปฝั่งลาวเช่นกัน จากนั้น ตำรวจไทยก็คอยประสาน ป้อนข้อมูลให้กับทางตำรวจลาว จนสามารถไปเจอตัวคนร้ายได้ที่แขวงบอลิคำไซ" รองผบก.สส.ภ.4 ระบุ

ต้องยกความดีความชอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งขบวนการ โดยหลังจากนี้ จะมีการควบคุมตัวผู้ต้องหา กลับที่จังหวัดอุดรธานี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และฝากขังศาลทหารพร้อมคัดค้านการประกันตัว

แผนผังความเชื่อมโยงการจ้างวานฆ่าพระหมอ
แผนผังความเชื่อมโยงการจ้างวานฆ่าพระหมอ

สำหรับ พระอาจารย์บัณฑิต สุปัณฑิโต หรือ ‘พระหมอ’ เกิดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2510 พรรษา 20 สิริอายุรวม 48 ปี บิดาชื่อ หลวงปู่สุข มารดาชื่อ รุวณี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา จำนวนทั้งหมด 3 คน โดยมีพี่สาว 1 คน และน้องสาว 1 คน

จบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มต้นชีวิตราชการที่ รพ.โนนสะอาด และย้ายมาเป็น ผอ.รพ.อำเภอไชยวาน จ.อุดรธานี ก่อนบวชได้ย้ายมาอยู่ประจำที่ รพ.นายูง และลาออกจากราชการเพื่ออุปสมบท ณ วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี โดยมีพระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลังออกบวชได้ดูแลสุขภาพของหลวงปู่มาตลอด และดูแลงานสำคัญ อาทิ สร้างและดูแลพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ วัดโพธิสมภรณ์ รวมทั้งการปรับปรุงอาคารหอผู้ป่วยหนัก หอเมตตาธรรมบำบัดวิกฤติ (CICU) อนุสรณ์ 100 ปี พระอุดมญาณโมลี รพ.ศูนย์อุดรธานี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมสร้างโรงพยาบาลผ่านพระบัณฑิต 22 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:28 น.