ผู้ปกครองพาเด็กวัยรุ่น 5 คน ที่ก่อเหตุรุมทำร้ายสองหนุ่มโรงงานบาดเจ็บสาหัส ที่ถนนจรัญญานนท์ พร้อมของกลางปืนปากกาขนาด .38 เข้าพบตำรวจ สภ.บางปะกง แล้ว หลังโดนกดดันอย่างหนัก

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 28 มี.ค. 58 ทาง พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผกก.สภ.บางปะกง ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่น ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นายไสว ปราบภัย อายุ 31 ปี และนายอาทิตย์ ลุนพุฒ อายุ 21 ปี แล้ว

หลังทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางปะกง ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อายุตั้งแต่ 16 - 19 ปี มีนายอิทธิพล หรือเคน พวงบู่ อายุ 21 ปี และพวก รวม 5 คน พร้อมปืนปากกาขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 นัด ที่ใช้ในคืนก่อเหตุ เข้ามอบตัว หลังถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก ผู้ปกครองจึงติดต่อพากลุ่มวัยรุ่น พร้อมของกลางอาวุธปืนที่ใช้ในคืนก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ นายรัก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ถูกเพิ่มข้อหาครอบครองและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะอีก 1 ข้อหา โดยทั้งหมดให้การยอมรับสารภาพว่า ร่วมกันก่อเหตุจริงและยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังจากพ่อแม่ของกลุ่มเยาวชน ได้เห็นข่าวออกอากาศจากทางทีวีช่อง 7 จึงรีบติดต่อเกลี้ยกล่อมให้ลูกยอมมอบตัวกับตำรวจ

สอบถามนายอิทธิพล ทราบว่า ถูกนายไสวและนายอาทิตย์ พูดจาโอ้อวดว่ารู้จักสนิทสนมกับคนใหญ่คนโต พร้อมทั้งท้าทาย อีกทั้งชอบมองหน้าขณะนั่งอยู่ภายในร้าน เป็นเหตุให้ตนเกิดความไม่พอใจ

ส่วนนายรัน (นามสมมติ) อายุ 16 ปี กล่าวว่า นายไสว คู่กรณีและผู้บาดเจ็บ อยู่ในอาการมึนเมาและเดินมาชนโต๊ะ แล้วพูดจาโอ้อวดว่า ตนเองมีพรรคพวกมาก ไม่มีใครกล้ามาหาเรื่องและไม่เคยกลัวใคร ทั้งยังกล่าวท้าทายต่างๆ นานา ระหว่างที่อยู่ในร้าน จนตนเกิดความไม่พอใจเช่นกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลของทางร้านเห็นว่าน่าจะเกิดปัญหา และเกรงจะมีเรื่องเกิดขึ้นในร้าน จึงเชิญให้พวกตนที่เป็นเด็กในพื้นที่กลับบ้านไปก่อน

หลังจากนั้น พอกลุ่มพวกตนเดินออกมาจากร้าน ก็ไม่ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ยังเฝ้ารออยู่ เมื่อเห็นทั้งสองออกมาจากร้าน พวกตนก็รีบขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไปติดๆ ก่อนนำปืนปากกาขึ้นมาข่มขู่ให้ทั้งสองจอดและลงมารถ ก่อนที่พวกตนจะตรงเข้าไปรุมทำร้ายทั้งสอง แล้วรีบขี่รถหลบหนีกลับบ้าน ภายหลังผู้ปกครองทราบข่าวจึงพูดให้ตนเข้ามอบตัว

สำหรับผู้บาดเจ็บทั้งสองคนนั้น มีอาการดีขึ้นมาก อยู่ระหว่างการรักษา โดยรอผลยืนยันบาดแผลตามศีรษะและใบหน้าเท่านั้น.