300หนีตายวุ่น ดารา‘เด่นคุณ’ ช่วยอุ้มคนชรา
รถไฟไทยทำระทึกอีก แล้ว เป็นขบวนรถ 111 (กรุงเทพฯ-เด่นชัย) เกิดไฟลุกไหม้หัวรถจักรใกล้สถานี รถไฟ ท่าเรือ ผู้โดยสารกว่า 300 ชีวิตหนีตายโกลาหล ขณะเกิดเหตุพระเอกหนุ่ม “เด่นคุณ งามเนตร” พร้อมทีมงานยกกองถ่ายขึ้นไปถ่ายทำละครเรื่อง “ดอกไม้ใต้เมฆ” อยู่พอดี เข้าช่วยเหลือคนเจ็บและคนชรา ชาวเน็ตแห่ชมพระเอกน้ำใจงาม เป็นพระเอกทั้งในจอนอกจอ พร้อมยกย่องให้เป็น “ฮีโร่” ส่วนเหตุรถไฟชนท้ายกัน ผู้ว่าการ รฟท.ยัน พขร.ประมาท พร้อมสั่งคุมเข้มการเดินรถ ขณะที่ พขร.นักซิ่งพร้อมช่างเครื่องยังโคม่า โดยเฉพาะช่างเครื่องแพทย์ต้องตัดแขนทิ้ง
กรณีอุบัติเหตุรถไฟขบวน 107 กรุงเทพฯ-เด่นชัย ชนท้ายรถด่วนขบวน 69 กรุงเทพฯ-หนองคาย ระหว่างสถานีรถไฟบ้านดอนกลางกับสถานีชุมทาง รถไฟบ้านภาชี หมู่ 7 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมากนั้น ล่าสุดได้เกิดเหตุระทึกซ้ำกับขบวนรถไฟอีกแล้ว โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มี.ค. พ.ต.อ.จิตเกษม สนขำ ผกก.สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา รับรายงานเกิดเหตุไฟไหม้หัวรถจักรใกล้สถานีรถไฟท่าเรือ หมู่ 3 ต.ท่าเจ้าสนุก นำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ห่างสถานีรถไฟท่าเรือไปประมาณ 1 กม.สองข้างทางเป็นทุ่งนา พบรถไฟขบวนที่ 111 (กรุงเทพฯ-เด่นชัย) จอดอยู่ โดยมีไฟลุกไหม้ที่บริเวณหัวรถจักรกับมีควันไฟพวยพุ่งออกมา ผู้ที่โดยสารมากับขบวนรถกว่า 300 คน ต่างหอบสัมภาระหนีตายออกมาจากขบวนรถกันอย่างโกลาหล แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ช่วยกันดับเพลิง ก่อนจะประสานเจ้าหน้าที่ทหารมารับผู้โดยสารทั้งหมดไปยังสถานีรถไฟท่าเรือ เพื่อโดยสารรถขบวนถัดไปเดินทางต่อไปยังสถานีปลายทาง พร้อมลากหัวรถจักรไปไว้ที่สถานีรถไฟท่าเรือเพื่อเปิดเส้นทางเดินรถ
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุรถไฟขบวนดังกล่าวมีนายวีระเดช ขาวแป้ง เป็น พขร.นำผู้โดยสารกว่า 300 ชีวิต ออกจากสถานีต้นทางหัวลำโพงปลายทางสถานีรถไฟเด่นชัย โดยในจำนวนนี้ มีดารานักแสดงชื่อดัง “เด่นคุณ งามเนตร” พระเอกละครเรื่อง “ดอกไม้ใต้เมฆ” และทีมงานยกกองถ่ายขึ้นไปถ่ายทำละครเรื่องดังกล่าวบนขบวนรถไฟด้วย แต่เมื่อขบวนรถวิ่งไปถึงที่เกิดเหตุสองข้างทางเป็นทุ่งนา ปรากฏว่าได้เกิดไฟไหม้ขึ้นที่หัวรถจักร นายวีระเดชจึงได้หยุดรถ ทำให้ผู้โดยสารแตกตื่นหนีตายออกจากตัวรถโกลาหล โดยนายวีระเดชแจ้งให้ทราบถึงสาเหตุว่าเกิดจากประกับเทอร์โบของเครื่อง ยนต์แตก เป็นเหตุให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้น อย่างไรก็ตามภายหลังเกิดเหตุ “พริม-พริมา พันธุ์เจริญ” หนึ่งในนักแสดงของเรื่อง ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เป็นภาพของ “เด่นคุณ งามเนตร” กำลังช่วยอพยพผู้โดยสารสูงอายุออกจากขบวนรถไฟ สร้างความชื่นชมให้กับผู้คนในสังคมออนไลน์เป็นอย่างมาก ยกย่องให้พระเอกหนุ่มเป็นฮีโร่คนใหม่ สำหรับ “เด่นคุณ งามเนตร” พระเอกหนุ่มอายุ 20 ปี เป็นนักแสดงของช่อง 3 ประเดิมผลงานละครเรื่องแรก “หลบผีผีไม่หลบ” และแจ้งเกิดเต็มตัวในละครเรื่อง “เพลิงฉิมพลี”
“เด่นคุณ งามเนตร” พระเอกวิก 3 เผยกับ “ไทยรัฐ” ในเวลาต่อมาว่า ตนเดินทางไปถ่ายทำละครเรื่อง “ดอกไม้ใต้เมฆ” ทางช่อง 3 บนรถไฟสายกรุงเทพฯ-เด่นชัย เหตุเกิดใกล้กับสถานีรถไฟท่าเรือ ขณะถ่ายทำละครก็มีควันไฟเกิดขึ้น แต่ตนและเพื่อนๆก็ไม่ได้ตกใจอะไร กระทั่งไฟมันลามมากขึ้น ผู้คนในรถไฟเริ่มตกใจ จึงช่วยกันอพยพผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เดินทางมาคนเดียว ไม่มีใครช่วยพยุง บางคนเป็นโรคหอบหืด ตนและทีมงานในกองละครก็ได้เข้าไปช่วยพยุงลงจากรถไฟ ช่วยถือของ ที่หลายคนมองว่าเป็น ฮีโร่ ส่วนตัวไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่เลย รู้สึกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว และเหตุการณ์ก็ไม่ได้น่ากลัวมาก บางคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนคือดารา คิดว่าเป็นหน่วยกู้ภัย ส่วนตัวก็รู้สึกดีที่ได้มีส่วนช่วยเหลือผู้อื่นได้พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดกันระหว่างเกิดเหตุการณ์นี้ เป็นคนชอบการผจญภัยอยู่แล้ว เป็นคนบ้าพลัง อย่างมีภาพที่ตนอุ้มคนชราเนื่องจากเขาล้มขาหักเดินไม่ไหว ต้องพาข้ามไปอีกฟากและต้องรีบไปช่วยคนที่เป็นโรคหอบหืดต่อ เหตุการณ์นี้ใช้เวลานานเหมือนกัน มีคนต้องการความช่วยเหลือหลายคน แต่ที่เห็นมีภาพตนออกมาเยอะเนื่องจากเพื่อนชอบถ่ายรูปและได้ถ่ายไว้เท่านั้นเอง
ส่วนความคืบหน้าเหตุการณ์รถไฟขบวนที่ 107 (กรุงเทพฯ-เด่นชัย) ชนท้ายรถด่วนขนวนที่ 69 (กรุงเทพฯ-หนองคาย) ระหว่างสถานีรถไฟบ้านดอนกลางกับสถานีชุมทางรถไฟบ้านภาชี หมู่ 7 ต.กระจิว อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ผู้โดยสารบาดเจ็บจำนวนมากแล้วนั้น เมื่อตอนสายวันที่ 27 มี.ค. นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและให้กำลังใจที่ รพ. พระนครศรีอยุธยา และ รพ.ภาชี โดยทราบว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ทั้งหมด 52 คน กระจายไปตาม รพ.ต่างๆ ประกอบด้วย รพ.พระนครศรีอยุธยา 39 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 3 คน คือ นายอภิเดช อรรควิทยาคม อายุ 45 ปี 2.นายสมพล ชาญบัญชี อายุ 48 ปี พขร.ขบวน 107 (กรุงเทพฯ-เด่นชัย) 3.นายเติมพงษ์ สิงห์ชูวงษ์ อายุ 38 ปี ช่างเครื่อง ขบวน 107 ที่ รพ.อุทัย 10 คน บาดเจ็บสาหัส 1 คน คือ นายสวัสดี ผดุงมาตรวรกุล และ ที่ รพ.ท่าเรือ อีก 2 คน ล่าสุดผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว และบางส่วนญาติมารับตัวไปรักษาที่อื่น เหลือพักรักษาตัวที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา 3 คน
ต่อมาวันเดียวกันนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุรถไฟชนท้ายกัน พร้อมกับเปิดเผยว่า ผลสรุปที่ได้รับรายงานจากฝ่ายตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวคาดว่าเป็นความประมาทของพนักงานขับรถขบวน 107 กรุงเทพฯ-เด่นชัย ที่พุ่งชนรถไฟขบวน 69 กรุงเทพฯ-หนองคาย เนื่องจากไม่ยอมหยุดขบวนรถทั้งๆที่เห็นสัญญาณไฟแดงที่เป็นสัญลักษณ์ให้หยุดแล้วก็ตาม ซึ่งตรงจุดเกิดเหตุรถไฟขบวน 69 ได้จอดรถเพราะระบบล้อมีปัญหา หากพนักงานขับรถขบวน 107 เห็นสัญญาณ เตือนว่าไม่ให้วิ่งก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากสัญญาณ ไฟแจ้งหยุดรถอยู่ห่างก่อนถึงจุดเกิดเหตุระยะทางประมาณ 20 กม. แต่รถขบวน 107 ไม่ได้หยุดรอ เบื้องต้นยืนยันข้อมูลว่าเป็นความประมาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดการประมาทนั้น ทาง รฟท.ยังไม่สรุป แต่ยืนยันว่าไม่มีกรณีหลับในหรือดื่มแอลกอฮอล์
นายวุฒิชาติเผยอีกว่า สำหรับกฎเดินรถของ รฟท. กำหนดชัดเจนว่าหากมีรถวิ่งอยู่ข้างหน้าและยังไม่เข้าสถานีถัดไป รถไฟที่ขับตามหลังยังไม่สามารถออกจากสถานีได้เพื่อความปลอดภัย ซึ่ง รฟท.ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม มีศูนย์ควบคุมใหญ่อยู่ที่บางซื่อ ดูแลและบริหารระบบการเดินรถได้ทั่วประเทศ พนักงานขับรถที่ประมาทจะต้องดูแลก่อนเพราะบาดเจ็บสาหัส ส่วนความผิดให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนและระเบียบ รฟท.ขอแสดงความเสียใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและพนักงานรถไฟฯ อย่างเต็มที่ ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บเหลือพักรักษาตัวที่ รพ. 3 ราย เป็นพนักงานขับรถ ผู้โดยสาร แต่ที่บาดเจ็บสาหัสมากสุด คือพนักงานช่างเครื่องที่ถูกตัดแขน ส่วนผู้โดยสารที่เหลือสามารถกลับบ้านได้หมดแล้ว พร้อมดูแลเยียวยาช่วยผู้บาดเจ็บเต็มที่ พร้อมกับกำชับให้พนักงานทุกคนปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติของรถไฟอย่างเคร่งครัด การกู้ซากรถไฟคาดว่าในเย็นวันที่ 27 มี.ค.จะแล้วเสร็จ ตอนนี้ค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้ ส่วนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้หัวรถจักร คาดว่าอาจจะเกิดจากเครื่องรถจักรเก่า และจะมีการตรวจสอบหาสาเหตุต่อไป


