จ่อออกหมายจับ ผู้บงการฆ่าพระหมอ หลังเค้นสอบ 'ด.ต.' ผู้จ้างวาน 'ปัญจ๋า' มือยิง ให้การเป็นประโยชน์ ล็อกตัวเพิ่มอีก 1 ผู้ร่วมขบวนการ ...

จากเหตุการณ์มือปืนยิงพระบัณฑิต สุปัณฑิโต หรือพระหมอ อายุ 48 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าตอสีเสียด อ.เมือง จ.อุดรธานี จนมรณภาพอย่างอุกอาจเมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจได้จับกุมตัวนายปัญจ๋า ชารีแสน ผู้ต้องหา ซึ่งทำหน้าที่มือปืนสังหารพระหมอ จากนั้นมาได้ซัดทอดว่าได้รับจ้างวานจาก ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ผบ.หมู่ สส.ภ.จ.อุดรธานี ซึ่งตำรวจไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปป.ลาว ควบคุมตัวไว้ได้ที่ฝั่งลาว

ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 08.30 น. วันที่ 27 มี.ค. 58 พล.ต.ท.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ผบช.สง.ผบ.ตร. รักษาราชการแทน จเรตำรวจ (สบ 8) ปฏิบัติหน้าที่รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.กองแผนงานกิจการพิเศษ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.สส.ภ.4 ได้นำคณะข้ามไปยังเมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สปป.ลาว โดยได้เข้าพบปะหารือกับ พ.ต.อ.ทองแดง คำพิทูน หัวหน้าตำรวจ ปกส.แขวงบอลิคำไซ โดยใช้เวลาเจรจาพูดคุยกันอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้นำตัว ด.ต.ชาญชัย สร้อยสังวาลย์ ออกจากห้องขังเรือนจำแขวงบอลิคำไซ นำตัวมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ควบคุมตัว ด.ต.ชาญชัย นั่งเรือข้ามน้ำโขงมาฝั่งไทยทันที เพื่อทำการสอบสวนที่ จ.บึงกาฬ ซึ่ง ด.ต.ชายชัย มีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีอาการอิดโรย หรือกังวลอะไร โดยหลังจากสอบสวนเสร็จ จะนำตัวเข้ามาสอบสวนขยายผล และทำแผนประกอบคำรับสารภาพในสถานที่เกิดเหตุที่จังหวัดอุดรธานี

ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังตำรวจและทหารใช้กฎอัยการศึกร่วมสอบสวน ด.ต.ชาญชัย ซึ่งได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างยิ่ง จนทราบว่ามีใครร่วมขบวนการสังหารพระหมอขณะนี้ได้สั่งให้ตำรวจเข้าล็อกตัว “นายต๊อง” เพื่อน ด.ต.ชาญชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการไว้แล้ว เพื่อรอให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานและหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 24 เข้าจับกุมผู้ต้องสงสัย บงการฆ่าพระหมอเพิ่มเติม

ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลการสอบปากคำ ด.ต.ชาญชัย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ตลอดทุกข้อกล่าวหา ตามที่ นายปัญจ๋า ชารีแสน มือปืนให้การซัดทอด ขณะที่การสืบสวนถึงผู้จ้างวาน พบว่ายังกบดานอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตำรวจได้จัดชุดเฝ้าสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ

 ส่วนจะมีนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล แต่ทั้งนี้ หากพบว่ามีตำรวจหรือประชาชนให้การช่วยเหลือกลุ่มผู้กระทำผิด ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด

ทั้งนี้ พลตำรวจประวุฒิ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนสบายใจเกี่ยวกับวิธีการทำงานของตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาคนสำคัญได้แล้ว