กรมสอบสวนคดีพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินกว่า 40 ไร่ ใน อ.แม่ริม เครือข่ายของนายศุภชัย พร้อมระบุ พระธัมมชโย จำเป็นต้องเข้าให้ปากคำเพื่อหาข้อยุติ เจตนาการยักยอกทรัพย์อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น...

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พันตำรวจเอกสมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พันตำรวจโทปกรณ์ สุชีวกุล ผู้อำนวยการส่วนตรวจ 2 พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ร่วมกันแถลงข่าว หลังประชุม หรือติดตามความคืบหน้าคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร่วมกับที่ปรึกษา 5 ฝ่าย

พันตำรวจโทปกรณ์ เปิดเผยว่า พระธัมมชโยจำเป็นต้องเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีชื่อรับเช็ค ซึ่งจะสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการพิสูจน์เจตนาและหาข้อยุติการยักยอกทรัพย์และการฉ้อโกงของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ แม้พระมหาบุญชัย ที่ดูแลจัดการทรัพย์บริจาควัดพระธรรมกาย ได้เข้าให้ข้อมูลเงิน 684 ล้านบาทแล้วก็ตาม

หากพระธัมชมโยไม่ยินยอมเข้าให้ปากคำด้วยเหตุผลอาการอาพาธอีก จะประสานเข้าไปพบตามอำนาจพนักงานสอบสวนภายในวัดพระธรรมกาย เพื่ออำนวยความสะดวกในการสอบปากคำ แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอน นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการประสานและกำหนดวันจะเชิญพระวิรัตน์ โตมา พระวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำ เพราะมีชื่อปรากฏรับเช็ค 60 ล้านบาท

ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนอีกชุดลงพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบที่ดิน 4 จุด รวม 40 ไร่ ของเครือข่ายนายศุภชัย คือนางประทุมพร บุตรศรี นางผกามาศ ไชยสงคราม เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์สินได้ แต่พบมีสินค้าแบรนด์เนม รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ เครื่องประดับเพชรพลอย ทองคำ พระเครื่อง พระพุทธรูป โบราณวัตถุ ตู้คอนเทนเนอร์ 4 ตู้ภายในพบถุงปุ๋ยจำนวนมาก ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบ จะอายัด และรวบรวมข้อมูลอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนประเด็นการสอบสวนนิติบุคคลที่มีรายชื่อในการรับเช็คเงินสด ล่าสุด ได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 30 ปาก เหลือเพียงสิบกว่ารายเท่านั้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 13 เม.ย.นี้ และจะยื่นให้ฝ่ายเลขานุการพิจารณาความว่า ครบถ้วนพอที่จะยื่นส่งอัยการพิจารณาการส่งฟ้องศาลได้หรือไม่ โดยนิติบุคคลทั้งหมด 46 ราย ที่เรียกสอบปากคำในสำนวนนี้ เป็นผู้รับเช็คกว่า 200 ฉบับ.