โฆษก กอ.รมน. เผย ผบ.ทบ.ห่วงสถานการณ์หลังทหารปะทะดับโจรใต้ 4 ศพ จับผู้ต้องสงสัย 22 คน ที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการตอบโต้จากกลุ่มไม่หวังดี...

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 58 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อม พ.ต.อ.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ ผกก.บก.สส.ศชต. ร่วมกันแถลงว่า จากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย สนธิกำลังเข้าปิดล้อมในพื้นที่ ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้ทำการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิต 4 คน เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 22 คน พร้อมทั้งตรวจยึดอาวุธปืน 4 กระบอก ระเบิดขว้าง 1 ลูก รวมถึงเครื่องกระสุนและอุปกรณ์ต่างๆ หลายรายการ

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวต่อว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตทั้ง 4 คน ในส่วนของผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้ง 22 ราย ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้แยกไปควบคุมตัวที่หน่วยซักถาม ฉก.ทพ.41 จำนวน 6 คน, ฉก.ทพ.43 จำนวน 6 คน และหน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า จำนวน 10 คน

ทั้งนี้ ในขั้นต้นพบว่า บางคนอยู่ในระหว่างการประกันตัวคดีความมั่นคง สำหรับอาวุธปืนที่ทางเจ้าหน้าที่ยึดได้ จะทำการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์อื่นๆ ทั้งนี้ ทาง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการตอบโต้ พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยปฏิบัติต่อผู้ถูกควบคุมตัวภายใต้กรอบของกฎหมาย และให้ประสานผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินกรรมวิธีต่างๆ

"ในส่วนของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ เกิดจากการแจ้งเบาะแสของแหล่งข่าวภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับภาพข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหลายคน ที่เตรียมก่อเหตุเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการ และสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังสนธิเข้าตรวจสอบดังกล่าว โดยใช้มาตรการจากหนักไปหาเบา ตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธยิงใส่เจ้าหน้าที่ เพื่อเปิดทางหลบหนี จึงมีความจำเป็นตอบโต้ จนนำไปสู่ความสูญเสียดังกล่าว สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายที่เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ตามกระบวนการของกฎหมาย" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว.