เมื่อวันที่ 24 มี.ค.58 ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น., ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แถลงเปิดตัวงานวิจัยโครงการ “ระบบจ่าเฉยอัจฉริยะพร้อมออกใบสั่งอัตโนมัติ” ว่าระบบจ่าเฉยอัจฉริยะเป็นความร่วมมือระหว่าง บก.จร.และ สกว.ที่จะช่วยตำรวจออกใบสั่งและตรวจจับผู้กระทำความผิดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยตัวกล้องจะติดบริเวณเชิงสะพานคอยจับรถที่ฝ่าเส้นทึบหรือเบียดขึ้นสะพานข้ามแยกหรือลงอุโมงค์ สามารถบันทึกภาพนิ่งและวีดิโอเห็นป้ายทะเบียนรถแต่ละคัน เพื่อนำเข้าระบบเพื่อวิเคราะห์รายละเอียดของรถยนต์ที่กระทำความผิดต่อไป ทั้งนี้จะนำร่องติดที่ สน.สุทธิสาร บริเวณทางแยกก่อนลงอุโมงค์สุทธิสารก่อน เนื่องจากมีประชาชนฝ่าฝืนมากที่สุด สูงถึง 500-800 ครั้งต่อวัน และในอนาคตจะติดตั้งให้ครบ 100 จุดทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างของบประมาณกับ กทม.

ศ.นพ.สุทธิพันธ์กล่าวว่า ระบบอัจฉริยะพร้อมระบบออกใบสั่งอัตโนมัติมีหลักการทำงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ระบบวิเคราะห์รายละเอียดของรถยนต์และระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ ทั้งนี้ ระบบวิเคราะห์รายละเอียดของป้ายทะเบียน จะเชื่อมข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาชื่อของเจ้าของรถผู้กระทำผิด สามารถอ่านยี่ห้อรถ ประเภทรถและแยกแยะสีรถได้ถึง 12 สี คือ แดง ส้ม น้ำตาล เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง ชมพู ขาว ดำ เทา ส่วนระบบออกใบสั่งอัตโนมัติ หากพบผู้กระทำผิดระบบจะดึงภาพเข้าระบบและทำการพิมพ์ใบสั่งทันที จากนั้นจะส่งจดหมายไปเพื่อให้ผู้กระทำผิดมาชำระค่าปรับ โดยเดือน เม.ย.นี้จะเริ่มใช้จริง และในอนาคตการขยายไปตรวจจับด้านอื่น เช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด จอดรถในที่ห้ามจอด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับโครงการระบบจ่าเฉยอัจฉริยะพร้อมออกใบสั่งอัตโนมัติริเริ่มสมัย พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ขณะดำรงตำแหน่งรอง ผบช.น. โดยติดตั้งกล้องตรวจจับไว้ในตัวจ่าเฉย และนำไปตั้งตามจุดต่างๆ แต่เนื่องจากรัศมีการบันทึกภาพต่ำและแคบเกินไป จึงได้ชะลอโครงการและมอบให้ สกว.ศึกษาวิจัยความเหมาะสม จนเปลี่ยนเป็นติดตั้งกล้องไว้ที่เสาไฟฟ้าบริเวณทางแยก หรือเชิงสะพานเพื่อบันทึกภาพผู้กระทำผิด ส่วนจ่าเฉยจะนำมาตั้งบริเวณเชิงสะพานเพื่อเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น.