สาวเมืองสุพรรณ ผวา! มาเฟียเงินกู้โหดขู่ฆ่า หอบครอบครัวหนีตาย ร้องศูนย์ดำรงธรรม เผยกู้มา7พัน ส่งรายวัน เดือนกว่ายอดเพิ่มเท่าตัว ชาวบ้านอยู่ไม่เป็นสุข ปกครอง-ทหาร-ตำรวจ สนธิกำลัง รวบได้1ราย ขณะเพื่อนร่วมแก๊งไหวตัวหนีทัน

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.สุพรรณบุรี พ.ต.รัชเดช น้ำประเสริฐ ผู้ช่วยฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดทหารบกกาญจนบุรี พื้นที่สุพรรณบุรี ได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านท่าเสด็จ ต.สระแก้ว อ.เมือง ว่ามีแก๊งเงินกู้โหดออกก่อกวนข่มขู่ชาวบ้าน จนไม่เป็นอันทำงาน ถึงกับต้องหอบครอบครัวหนีไปอยู่ตามบ้านญาติ แถมบางรายยังถูกขู่ฆ่า

หลังรับแจ้ง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พบว่าเป็นจริงตามที่มีการร้องเรียน ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.รัชเดช ได้สนธิกำลังฝ่ายปกครองภายใต้การนำของนายสุพล ภูมิฐานนท์ ป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลัง อส.และตำรวจจำนวนหนึ่ง เข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ เขตตลาดเทศบาลตำบลท่าเสด็จ ริมถนนสายสุพรรณ-ดอนเจดีย์ ต.สระแก้ว ขณะจะเข้าไปเก็บเงินกู้ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน และสมุดบัญชีลูกหนี้จำนวนหนึ่ง จึงได้นำตัวไปสอบขยายผล ที่ศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย จ.สุพรรณบุรี ส่วนแก๊งเงินกู้ที่เหลือต่างไหวตัวทัน และหนีออกนอกพื้นที่ไปได้

พ.ต.รัชเดช หัวหน้าชุดจับกุม เผยว่าแก๊งเงินกู้โหด หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "แก๊งหมวกกันน็อก" ที่มาปล่อยเงินกู้ให้ชาวบ้าน ในเขตพื้นที่ ต.ท่าเสด็จนี้ เป็นกลุ่มปล่อยเงินกู้นอกพื้นที่ ส่วนใหญ่มีสำนักงานอยู่ในเขต จ.ปทุมธานี พฤติกรรมการทำงานคือมาเช้ากลับเย็น โดยการจับกุมได้ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าดูพฤติกรรมของแก๊งนี้มาโดยตลอด แต่มีบางกลุ่มที่รู้ข่าวก็ไม่ยอมเข้าพื้นที่ ที่สำคัญชาวบ้านรายอื่นๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนก็ไม่กล้าออกมาให้ข่าว เนื่องจากโดนแก๊งเงินกู้โหดข่มขู่ แต่ทางเจ้าหน้าที่เรามีการตรึงกำลังอยู่ตลอดเวลา เพื่อปราบปรามแก๊งเงินกู้โหดนี้ให้สิ้นซาก หากลูกหนี้รายใดที่เกรงกลัวอิทธิพลแก๊งทวงหนี้โหด สามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.สุพรรณบุรี โดยทางเราจะเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นความลับและจะเข้าดำเนินการโดยเร็วที่สุดต่อไป

...

ด้านน.ส.สาวิตรี ปุ้ยพันธ์ อายุ 33 ปี ชาวบ้านท่าเสด็จ หมู่ 3 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี อาชีพขายไก่สดตามตลาดนัด หนึ่งในผู้ที่ถูกแก๊งเงินกู้โหด เผยว่า ตนได้กู้เงินจากแก๊งเงินกู้มาจำนวน 7 พันบาท เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยตกลงส่งวันละ 350 บาท 30 วัน แต่ระยะหลังป่วยสุขภาพไม่ดี ขาบวมไม่สามารถทำงานได้ จึงไม่มีเงินส่งรายวันให้แก๊งเงินกู้ดังกล่าว ทำให้เงินต้นทบเงินดอก และเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา แก๊งเงินกู้ได้โทรมาข่มขู่ว่า "ให้ไปหาเงินมา ถ้ากูเข้าไปแล้วไม่ได้ กูจะเข้าไปอาละวาดที่บ้าน ให้ระวังตัวให้ดี เดี๋ยวกูจะเชือดไก่ให้ลิงดู ลูกปืนลูกละไม่กี่บาท”

น.ส.สาวิตรี บอกอีกว่า หลังจากถูกขู่ฆ่า ทำให้ตน พ่อและแม่ที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์เกิดความกลัว แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่แข็งแรง ไม่สามารถหลบหนีไปได้ คงต้องยอมตายอยู่ที่บ้านนี้ โดยที่เงินที่กู้มานั้น ตนได้นำเงินไปรักษาตัว ที่ป่วยเป็นโรคอ้วน โรคหัวใจโต ไม่สามารถนอนหลับได้เหมือนคนปกติ ต้องนั่งหลับเท่านั้น และต้องนำเงินไปรักษาพ่อกับแม่ที่เป็นอัมพฤกษ์ ล่าสุด หมอนัดไปรับยา แต่ไม่มีเงิน ต้องนำสมุดเงินฝากไปไว้กับเพื่อนบ้าน เพื่อแลกกับเงิน 1 พันบาทไปหาหมอ

"ยังมีชาวบ้านในละแวกนี้โดนแบบตนอีกหลายสิบราย บางรายถึงขนาดต้องหนีหลบออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ไปอยู่ตามกระท่อมในทุ่งนา ต้องกลับเข้าบ้านตอนหลังเที่ยงคืน แต่ไม่มีใครกล้าออกมาให้ข่าว เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลของกลุ่มเงินกู้โหดกลุ่มนี้ ก็คงต้องวอนทหารให้มาช่วยคลายทุกครั้งนี้ของพวกตนเพื่อคืนความสุขให้กับชาวบ้านด้วย" น.ส.สาวิตรี กล่าว.