ฝนถล่มกรุง! กันสาดอาคารพาณิชย์เก่าประมาณ 50 ปี ถูกปล่อยร้างย่านสี่พระยา พังถล่มถูกรถแท็กซี่ กระโปรงหน้ายุบตัว โชคดีโชเฟอร์รอดหวุดหวิด คาดน้ำฝนสะสม ทำให้กันสาดรับน้ำหนักไม่ไหว ...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 มี.ค.58 ร.ต.ท.จิรยุทธ ดุ่นป่า พนักงานสอบสวน สน.บางรัก รับแจ้งเหตุอาคารพาณิชย์ ทรุดตัวลงมาทับรถแท็กซี่ ริมถนนสี่พระยา มุ่งหน้าแยกมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม นางสุภาวดี สิทธิกรไพบูลย์ ผอ.สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางรัก เจ้าหน้าที่โยธา เจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ พบอาคารพาณิชย์สภาพเก่าร้าง ปลูกติดกัน 6 คูหา สูง 2 ชั้น ติดริมถนนสี่พระยา เป็นถนนวันเวย์ 3 ช่องทาง พบกันสาดปูน บริเวณชั้น 2 จำนวน 3 คูหา เลขที่ 481, 483 และ 485 ทรุดตัวทลายลงมามีเศษชิ้นส่วนปูนซีเมนต์ สังกะสี ตกแตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และสายไฟฟ้าห้อยลงมาขวางพื้นทางเท้า และบนถนน ช่องทางขวา ใกล้กันพบ รถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีเขียว สหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จำกัด หมายเลขทะเบียน ทว 2469 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกด้านหน้าฝั่งคนขับมีรอยร้าว บนหลังคาและกระโปรงหน้ายุบตัว

นายอุดม ม่วงแกม อายุ 47 ปี โชเฟอร์ ยืนให้การท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ว่า ขณะขับมาตามถนนสี่พระยา มาติดไฟแดง ตรงจุดเกิดเหตุ โดยมีฝนตกหนัก ระหว่างนั้นเกิดเสียงดัง พร้อมกับรู้สึกถึงแรงกระแทก และกระจกหน้ารถร้าวจากการถูกเศษชิ้นส่วนของอาคารตกใส่ โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางรัก จึงกั้นพื้นที่ ปิดการจราจร 1 ช่องทางขวา เปิดการจราจรให้รถสัญจร เหลือ 2 ช่องทาง สภาพจราจรติดขัด และมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นางสุภาวดี เปิดเผยว่า สำนักงานเขต และสำนักโยธา ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าอาคารมีอายุประมาณ 50 ปี ถูกปล่อยร้างไม่มีผู้พักอาศัยกว่า 10 ปี แต่ยังมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเจ้าของมาโดยตลอด เสียหายรวม 3 คูหา เลขที่ 481, 483 และ 485 สาเหตุน่าจะเกิดจากอาคารมีสภาพที่เก่าแก่ ไม่ได้รับการดูแล ปูนมีสภาพเปื่อยตามกาลเวลา เมื่อมีฝนตกหนักหลาย ชม. ทำให้น้ำฝนสะสม กระทั่งกันสาดรองรับน้ำหนักของน้ำฝนไม่ไหวจึงถล่มลงมา หลังจากนี้จะสั่งการให้อายัดปิดอาคารกั้นบริเวณ และให้สำนักโยธามาตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัย พร้อมประสานเจ้าของล่าสุดมาพูดคุย เพื่อทำการปรับปรุง หรือรื้อถอนอาคารดังกล่าว

ด้าน ร.ต.ท.จิรยุทธ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีแพ่ง เกี่ยวกับการระเมิดต่อทรัพย์ เบื้องต้นลงบันทึกประจำวันไว้ตามที่ผู้เสียหายร้องขอ ก่อนจะให้ทางผู้เสียหายไปฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนสำนักงานเขตที่เป็นผู้เสียหาย ต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบอาคารว่ามีการก่อสร้างผิดแบบ หรือเป็นอาคารที่หมดสภาพการใช้งาน ก่อนจะให้ทางสำนักงานเขตมาแจ้งความดำเนินคดีต่อไป