น.1 เผยเตรียมออกหมายจับเพิ่ม คดีบึมศาลอาญา โวไม่หวั่นเหตุก่อ การร้ายในช่วงเดือน เม.ย. ตำรวจ รับมือได้ 100%เผยลูกชายเดียร์ เข้าข่ายถูกออกหมายจับด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานทหารจับแก๊งป่วนเมืองเข้าค่ายสอบเข้มอีก 2-3 คน ส่วนคดีพบระเบิดและอาวุธสงครามที่หัวหิน ใกล้สถานที่นัดประชุม ครม.สัญจร ผบ.ตร.บอกได้รับรายงานแล้ว คาดผู้ที่ครอบครองอาจ

จะกลัวความผิด เลยนำไปซุกซ่อน ด้านนายกรัฐมนตรีเผยเป็นของเก่า และไม่ยกเลิกประชุม ครม.สัญจร ขณะที่ “บิ๊กป้อม” สั่งเฉียบให้ตำรวจหาตัวเจ้าของให้เจอ ส่วน ผบ.ทบ.คำราม ถ้าทหารเอาออกมาขายเอง จับได้เจอหนัก

ขณะที่การไล่ล่าจับกุมแก๊งบึมศาลอาญาใกล้งวดด้วยการขยายผลจับกุม และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการที่อยู่ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ยังเกิดเหตุชวนระทึกขึ้นอีก เมื่อพบวัตถุระเบิดพร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในพื้นที่ปลูกป่าโครงการปลูกต้นไม้รอบบ้านพ่อ ถนนเพชรเกษม ต.หนองแก ห่างจากสถานพักฟื้นกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งจะใช้จัดประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 27-28 ม.ค.นี้ แค่ 2 กิโลเมตร ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

โดยความคืบหน้าในการติดตามจับกุมแก๊งบึมศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 1-2 คน ส่วนผู้จ้างวานนอกจากนางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐาน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เมื่อถามว่า คำให้การของนายสมชัย อภินันท์ถาวร ผู้ต้องหาที่รับทำหน้าที่โอนเงินบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า ได้พูดไปหลายครั้งแล้ว คำให้การเพียงอย่างเดียว จะนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จะต้องมีพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลมายืนยันด้วย โดยส่วนตัวแล้วการที่ผู้ต้องหาจะรับว่า ไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ ยังปักใจเชื่อไม่ได้ ไม่ว่าผู้ต้องหาจะให้การอย่างไร ต้องมีหลักฐาน

ผบช.น.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร บุตรชายนายสมชัยยังไม่ทราบเบาะแสว่าจะกลับมาประเทศไทยเมื่อไหร่ แต่ได้ออกหมายจับไปแล้ว ถ้ายังไม่กลับมา จะประสานพนักงานอัยการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน รวมถึงตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ต้องรอสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์สินของผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อย คาดว่าใน 2 อาทิตย์ น่าจะทราบผล ก่อนส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ ประสานอินเตอร์โพลส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป เมื่อถามว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้ มีข่าวการก่อความไม่สงบหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าระวังเต็ม 100% โดยเฉพาะจุดเสี่ยง จุดที่เป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าได้เตรียมการรับมือการก่อความไม่สงบในพื้นที่นครบาลทุกจุด ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ทหารตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนขยายผลคดีระเบิดที่ศาลอาญา อย่างเต็มที่ มีความคืบหน้าในการขยายผลติดตามตัวผู้ที่ร่วมก่อเหตุ ในส่วนของนายมนูญหรือ เอนก ซานฟราน ที่น่าเชื่อว่าอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ใช้ช่องทางตำรวจสากลทำหนังสือประสานไปที่ตำรวจสากลนิวยอร์กเพื่อขอให้จับกุมมาดำเนินคดีในประเทศไทย

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีระเบิดศาลอาญารัชดาฯ 2-3 คน อยู่ในค่ายทหารเพื่อทำการสอบสวน เป็นระดับปฏิบัติการ และเตรียมปฏิบัติการก่อเหตุป่วนสร้างความวุ่นวาย ขณะที่คณะพนักงานสอบสวนเตรียมออกหมายจับ นายธราเทพ มิตรอารักษ์ ลูกชายนางสุภาพร มิตร-อารักษ์ หรือเดียร์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยนายธราเทพเกี่ยวข้องกับการโอนเงิน ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่มี 3 ราย คือ นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน นายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร หลบหนีอยู่ต่างประเทศ และนายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือใหญ่ พัทยา คาดว่ายังกบดานอยู่ในประเทศ และน่าจะมีผู้มีอิทธิพลคอยให้ความช่วยเหลือ ส่วนบุคคลที่อยู่เครือข่ายที่มีส่วนร่วมการกระทำความผิดที่เหลือได้แก่ นายวิเชียร หรือเชียร ชะลอยรัมย์ นายวิทย์ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง นายประเทือง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง และนายรุ่ง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลทหารกรุงเทพ เพื่อออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป

ส่วนกรณีพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ถนนเพชรเกษม จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใกล้กับสวนสน-ประดิพัทธ์ สถานที่จัดการประชุม ครม.นอกสถานที่ในระหว่างวันที่ 27-28 มี.ค.นี้ วันเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี ผบช.ภ.7 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 22 มี.ค.ว่า มีชาวบ้านไปพบระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในป่าพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ น่าจะมาจากกรณีที่ทหาร และตำรวจเข้มงวดในการตั้งด่าน หรือระดมกวาดล้างอาวุธสงคราม และวัตถุระเบิดอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ครอบครองอาจจะกลัวความผิด นำไปซุกซ่อนเพื่อไม่ให้มีความผิด สำหรับแหล่งที่มาของวัตถุระเบิด ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่สืบสวนสอบสวน กำชับให้ ผบช.ภ.7 แจ้งพนักงานสืบสวนให้ดำเนินการตามขั้นตอนให้ละเอียดถี่ถ้วน ให้ตรวจสอบหรือดำเนินการด้วยความรอบคอบ ไม่ต้องรีบร้อน เพราะอาจนำมาซึ่งความผิดพลาดบกพร่องได้ จะไม่กวดขันว่าต้องเวลานั้นเวลานี้ ขอให้ทำไปตามกฎหมาย และพยานหลักฐานด้วยความรอบคอบถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนอาวุธที่พบไปเชื่อมโยงหน่วยงานไหน ขณะนี้ตอบไม่ได้ ต้องรอรายงานผลเข้ามาอีกครั้ง

เมื่อถามว่า มีการจับตาว่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ ไม่ให้มีการยกเลิกกฎอัยการศึก พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าคนที่มีหรือครอบครองอยู่กลัวจะถูกจับ เนื่องจากการเข้มงวดกวดขัน กดดันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะปิดล้อมตรวจค้น ระดมกวาดล้างหรือตั้งด่าน ทำให้คนที่ครอบครองอยู่นำมาทิ้งเพื่อที่จะได้รอดพ้นจากการจับกุม สถานการณ์ขณะนี้ ไม่จำเป็นต้องมากวดขันหรือเข้มงวดในการประชุม ครม. เพราะเป็นนโยบายของ คสช. และของรัฐบาลเข้มงวดกวดขันมีมาตั้งนาน ตั้งแต่เกรงว่าจะเกิดเหตุความรุนแรง ทั้งปัจจัยภายนอกประเทศและภายในประเทศ ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่มีการประชุม ครม.สัญจร

พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า สำหรับการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุม ครม.สัญจร คงไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพราะที่มีอยู่ก็เข้มข้นอยู่แล้ว และที่ทำไม่ใช่แค่เรื่องการประชุม ครม.สัญจร แต่ทำเพื่อความมั่นใจ อุ่นใจของพี่น้องประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของพี่น้องคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว พำนักและทำธุรกิจการค้าในประเทศไทย เป็นนโยบาย สำคัญของรัฐบาล และ คสช.

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่า หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ค่ายนเรศวรได้ตรวจสอบแล้ว เป็นระเบิดที่สามารถใช้การได้ ถูกนำมาซุกซ่อนจำนวนมาก มีระเบิดชนิดซีโฟร์ ระเบิดทีเอ็นเอ ฝักแคระเบิด ระเบิดแก๊สน้ำตา ระเบิดควัน และกระสุนปืน ชุดสืบสวนภาค 7 กำลังขยายผล คาดว่าน่าจะเป็นของกลุ่มคนร้ายที่เตรียมไว้ใช้ก่อเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ในช่วงนี้ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจค้นกดดันในพื้นที่รอยต่อเข้า กทม. เพราะรัฐบาลมีนัดประชุม ครม.สัญจร อยู่ในพื้นที่สวนสนฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนทำให้คนร้ายกลัวความผิดนำระเบิดมาทิ้งไว้ ได้สั่งให้ บช.ภ.7 สืบสวนขยายผล เพิ่มความเข้มในการตั้งด่านตรวจค้นพื้นที่โดยรอบการประชุม ซึ่งจัดในพื้นที่ทหาร มีระบบรักษาความปลอดภัยเต็มที่

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ของที่ถูกนำมาทิ้ง เหมือนกับเป็นของเก่าเสียส่วนใหญ่ ไม่มากมายอะไร ห่างจากสถานที่ประชุมเยอะแยะ ยืนยันไม่เลื่อนการประชุม ครม. เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว เป็นของเก่าซุกซ่อนไว้ที่อื่นแล้วถูกขุดเอามาไว้บริเวณดังกล่าว ตำรวจต้องไปสืบทราบให้ได้ว่าเป็นของใคร แล้วว่าไปตามกฎหมาย ส่วนการประชุม ครม.สัญจรยังเป็นไปตามเดิม เพราะเหตุไม่ได้ใหญ่โตอะไร การรักษาความปลอดภัยไม่ต้องมีมาตรการอะไรเพิ่ม เจ้าหน้าที่ และตำรวจร่วมมือกันดูแลอยู่ คสช.ดูแลอยู่ ไม่มีอะไรหรอก วางมาตรการมาตลอดที่จะทำให้บ้านเมืองสงบทุกพื้นที่ ประชาชนต้องร่วมมือด้วย ถ้าอยากเห็นชาติสงบ เจ้าหน้าที่ทำคนเดียวไม่ได้ เมื่อถามว่า อาวุธดังกล่าวถูกนำออกมาจากหน่วยงานราชการหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ ต้องรอตำรวจสอบก่อน

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการพิสูจน์ที่มาที่ไปว่าเป็นของทางราชการเดิมหรือนำมาจากภายนอก ส่วนที่ตั้งข้อสังเกต เป็นการลักลอบนำเข้ามาทางด้านชายแดนก็เป็นไปได้ เท่าที่ดูไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง ส่วนที่มีชื่อของหน่วยทหารนั้นต้องตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาบางครั้งหน่วยทหารนำถุงไปใส่สิ่งของแจกประชาชน เพราะ ฉะนั้นถุงลักษณะดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ามาจากหน่วยทหาร ต้องรอพิสูจน์หมายเลขวัตถุระเบิด และกระสุนอาวุธสงคราม เมื่อถามถึงกรณีที่อาจมีเจ้าหน้าที่ทหารลักลอบนำอาวุธออกมาจำหน่าย พล.อ.อุดมเดชกล่าวยอมรับว่า ที่ผ่านมาเคยมี แต่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ถ้าเป็นเช่นนั้น กองทัพจะต้องลงโทษอย่างหนัก ส่วนจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ที่มาพบในช่วงที่จะมีการประชุม ครม.สัญจร เป็นไปได้ และการประชุม ครม.สัญจร ต้องเพิ่มความเข้มงวดในพื้นที่เป็นพิเศษ คิดว่าผู้ที่เก็บของเหล่านั้นอาจเกิดความกลัวว่าจะถูกตรวจค้นจึงนำมาทิ้งไว้ หรืออาจเป็นการนำมาขายต่อในพื้นที่ชายแดน