แม่เฒ่า ชาวบ้านป่าเหียงผวาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ติดป้ายประกาศขายบ้านหนีโรงไฟฟ้าขยะแล้ว คาดหากโครงการก่อสร้างสำเร็จจะอยู่ไม่ได้ หลังแกนนำโดนทหารเรียกเตือนห้ามปลุกปั่น กรณีชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าขยะที่ จ.ลำปาง
วันนี้ 23 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะในตำบลบ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง ยังวุ่นวาย หลังจาก พ.อ.ชัยณรงค์ แกล้วกล้า รอง ผบ.มทบ. 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี เรียกแกนนำ 10 คน เข้าพบที่ค่าย เตือนให้ระวังอย่าปลุกปั่นยุยงควรอยู่ในขอบเขต พร้อมแนะให้ทำประชาพิจารณ์เพื่อหาทางออก ส่วนการประชุมหรือการตั้งเวทีควรระมัดระวังมือที่สาม เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 มี.ค.) ที่บริเวณลานหน้าวัดบ้านทุ่งกู่ด้าย ม.6 ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง ประชุมร่วมชาวบ้าน กรณีก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าขยะ ที่บ้านหมู่ 1 บ้านป่าเหียง ต.บ่อแฮ้ว ของบริษัทวีพีเอ็น แอนด์ ไซมิสทริค จำกัด ที่ตั้งอยู่ในเขตพญาไท กรุงเทพฯ เตรียมโครงการจัดตั้งโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานไอน้ำจากของเหลือใช้ขนาด 6.5 เมกะวัตต์
ขณะที่นายประพัสด์ มณียศ ประธานชุมชนบ้านทุ่งกู่ด้าย และชาวบ้านกว่า 300 คน เข้าร่วมประชุมแสดงความไม่เห็นด้วยของโครงการนี้ ว่าพื้นที่กว่า 300 ไร่ ใช้สร้างสถานที่อยู่กลางชุมชนมากเกินไป คาดว่าจะไม่เหมาะสม แม้ว่าหากมีโรงงานก่อสร้างจริงและชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้าจะมีงาน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่หวั่นมลพิษจะสร้างความเสียหายต่อชุมชน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายที่ผ่านมาพบว่า มีแม่เฒ่า หนึ่งในชาวบ้าน บ้านป่าเหียง หมู่ 1 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ได้ติดประกาศขายบ้านและที่ดิน เพื่อหนีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นางน๊อก ปัญญาที่ อายุ 63 ปี อยู่ที่บ้านป่าเหียง ม.1 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กับที่ดินที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากพลังงานขยะขนาด 6.5 เมกะวัตต์ เพียง 200 เมตร ได้นำป้ายมาติดไว้ที่รั้วหน้าบ้านโดยมีข้อความว่า "บ้านหลังนี้ ขายด่วน หนีโรงไฟฟ้าขยะ"
จากการสอบถามนางน๊อก กล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจพร้อมชี้ป้ายที่ติดไว้รั้วหน้าบ้านว่า สาเหตุที่นำป้ายมาติดประกาศขายบ้านพร้อมที่ดิน เนื่องจากบ้านของตนเองอยู่ใกล้สถานที่มาก หลังจากทราบข่าวก็นอนไม่หลับตื่นก็ผวานอนหลับก็ผวา เพราะกลัวได้รับผลกระทบ เกิดมาไม่เคยเจอ ตั้งแต่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ทำให้ชาวบ้านเกิดความแตกแยกและแตกความสามัคคีกัน จากแต่ก่อนเคยสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ตั้งแต่มีเรื่องนี้เข้ามาไม่มีใครมาช่วยเหลือชาวบ้าน จะเป็นอย่างนี้ไปตลอดหรืออย่างไร จึงตัดสินใจโทรไปปรึกษากับลูกๆ ที่ต่างจังหวัด ก็แนะนำเป็นเสียงเดียวกันว่า หากโครงการนี้สร้างจริง ก็ให้ขายบ้านแล้วย้ายไปอยู่กับลูกๆ เเต่ส่วนตัวก็ยังหนักใจว่าจะมีใครมาซื้อ เพราะใครๆ ก็กลัวกันทั้งนั้น
สำหรับสาเหตุที่ประกาศขายบ้าน พร้อมที่ดิน อีก 2 แปลง เนื่องจากทนไม่ไหวที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าและบ้านของตนก็อยู่ใกล้จึงตัดสินใจประกาศขายบ้านหลังนี้ ซึ่งอยู่มา 20 กว่าปี และอาศัยอยู่ 3 คน กับพี่สาวและพี่เขย ตอนแรกใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้านเกิดอย่างสงบ เพราะว่าไม่มีอะไรห่วง ลูกๆ ก็แยกไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่และกรุงเทพฯ แต่พอมีเรื่องแบบนี้ ก็ตัดสินใจประกาศขายบ้าน แล้วย้ายไปอยู่กับลูกที่ต่างจังหวัดดีกว่า ไม่ต้องมาทนกับมลภาวะเป็นพิษของโรงไฟฟ้าขยะ
ด้าน นายประพัสต์ มณียศ ประธานชุมชนบ้านทุ่งกู่ด้าย ต.ปงแสนทอง อ.เมืองลำปาง มีเขตติดกับบ้านป่าเหียง กล่าวว่า ตนเองแปลกใจเเทนชาว ต.บ่อแฮ้ว มาก เพราะทั้ง อบต.บ่อเเฮ้ว และเทศบาลตำบลบ่อแฮ้ว ไม่ออกมาพบหรือชี้แจงกับชาวตำบลบ่อแฮ้ว ที่ต่อต้านโครงการนี้เลย จนชาวบ้านไม่พอใจ เพราะมองกันหลายมุมในทางที่เสียหาย ส่วนตนเองก็ถูกทหารเพ่งเล็ง และเตือนว่าเป็นคนนอกพื้นที่ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหว แต่ตนเองก็พร้อมที่จะต่อสู้ร่วมกัน ชาวบ่อแฮ้ว ไม่ได้ห้ามสร้างโรงไฟฟ้าแต่ไม่ต้องการให้สร้างที่นี่เท่านั้น


