กอ.รมน.ชี้แจง เข้าตรวจค้นปอเนาะ ยัน ให้เกียรติเจ้าของสถานที่ และไม่ได้กล่าวหา พูดจาไม่สุภาพ หลังมีคนร้ายตามหมายจับ 3 คน พร้อมนำอาวุธสงคราม เข้ามาหลบซ่อน ย้ำจนท. ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย...
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ และโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ติดตามจับกุม นายอับดุลเลาะ สาแม บุคคลตามหมายจับ ป.วิอาญา ที่ใช้สถาบันศึกษาปอเนาะ นัฮฎอตุลอุลูมิดีนียะฮ์ เป็นแหล่งหลบซ่อนตัว สามารถตรวจยึดอาวุธปืนสงคราม เครื่องกระสุน อุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดและอื่นๆ รวม 95 รายการ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18-19 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาภายหลัง นายมะรอนี นิเซ็ง โต๊ะครู เจ้าของสถานศึกษาปอเนาะดังกล่าว ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำลายชื่อเสียงและเกียรติภูมิ ในขณะที่เข้าตรวจค้นนั้น
ทั้งนี้ ขอชี้แจงว่า การจัดกำลังเข้าติดตามจับกุมและตรวจค้นในครั้งนั้น หน่วยได้ปฏิบัติตามนโยบายของแม่ทัพภาค ที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ที่ได้กำชับให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง มิให้ส่งผลกระทบและเกิดเป็นเงื่อนไขขึ้นในพื้นที่ สำหรับกรณีดังกล่าว เป็นการเข้าติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งหลบซ่อนอยู่ในสถานศึกษาปอเนาะ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบหลักฐานทั้งภายในและภายนอกปอเนาะ หลายรายการ อาทิ หมวกแก๊ปสีดำ ซึ่งยึดได้จากห้องพักภายในปอเนาะ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สูญหายจากเหตุยิงและเผา แล้วชิงรถยนต์ ภรรยาที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2557 และอาวุธปืนสงคราม 3 กระบอก ซุกซ่อนห่างจากปอเนาะ ประมาณ 20-100 เมตร และอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน จากการตรวจสอบต่อมาพบว่า ได้ปล้นแย่งชิงมาจากเจ้าหน้าที่และนำไปก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง
ในขณะที่ตรวจค้น ได้ให้เกียรติ นายมะรอนี นิเซ็ง ในฐานะเจ้าของสถานที่เป็นผู้นำตรวจ มิใช่ผู้ครอบครองอาวุธ และไม่เคยกล่าวหาว่า พบอาวุธภายในปอเนาะ ทั้งนี้ หน่วยได้มีการชี้แจงสร้างความเข้าใจและไม่มีการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพเพื่อทำลายเกียรติ เนื่องจากทุกคนต่างเข้าใจและตระหนักถึงเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น จึงเห็นได้ว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งเน้น การบังคับใช้กฎหมายโดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง ที่ต้องการทำลายเกียรติของความเป็นโต๊ะครู และทำลายชื่อเสียงสถาบันปอเนาะแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกัน กลับพบว่า ในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มขบวนการมักแอบแฝงใช้สถาบันปอเนาะบางแห่งหลบซ่อนตัว ซ่อนอาวุธ ดังเช่นเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้สถานศึกษาปอเนาะ ซึ่งมีคุณูปการต่อพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ต้องมีมลทิน จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่ทำลายเกียรติยศและชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาปอเนาะอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ (DNA) จากวัตถุพยานที่ยึดได้ สามารถยืนยันได้ว่า มีบุคคลตามหมายจับ 3 คน พร้อมอาวุธปืน 2 กระบอก เข้ามาพักหลบซ่อนในสถานศึกษาปอเนาะดังกล่าวจริง ซึ่งโต๊ะครู เจ้าของปอเนาะ ในฐานะเจ้าของสถานที่คงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ สำหรับจะมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่นั้น จะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไป
พร้อม ขอให้เชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะดำเนินการตามพยานหลักฐานและผลการสอบสวนเพื่อนำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งขอให้สื่อมวลชนบางสำนัก ใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในสถานการณ์ที่ล่อแหลมและเปราะบางที่สุ่มเสี่ยงต่อการทำลายความเชื่อมั่นในระบบอำนาจรัฐและสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคมดังเช่นครั้งนี้และหลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา.


