‘ดำรงค์’ชี้ วัดรับฝาก อ้างไม่ได้ ว่าไม่เกี่ยว
ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี ยันตำรวจยังไม่ได้รับแจ้ง ความเรื่องเสือของกลาง 3 ตัวหายจากวัดป่าหลวงตามหาบัว เมืองกาญจน์ แนะกรมอุทยานฯ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้าน “ดำรงค์ พิเดช” ชี้กรมอุทยานฯถือเป็นผู้เสียหายที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับฝากดูแลเสือ จะปฏิเสธว่าของที่สูญหายไม่เกี่ยวกับคนรับฝากไม่ได้
กรณี น.สพ.สมชัย วิเศษมงคลชัย สัตวแพทย์ผู้ดูแลเสือของกลางของกรมอุทยานฯตรวจยึดและฝากเลี้ยงไว้ที่วัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ออกมาแถลงว่าเสือโคร่งได้หายไปจากกรง 3 ตัว พร้อมระบุรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะและรถเก๋งรวม 3 คัน โดยนายสมชัยเข้าให้ข้อมูลต่ออธิบดีกรมอุทยานฯแต่ไม่มีความคืบหน้าในการตรวจสอบจึงเปิดแถลงข่าวยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเสือที่หายไปและได้ลาออกจากการเป็นสัตวแพทย์ผู้ดูแลเสือที่วัดดังกล่าวแล้ว ต่อมานายอดิสร นุชดำรงค์ รักษาการรองอธิบดีกรมอุทยานฯ เผยว่า จะประชุมกับ สบอ.3 (บ้านโป่ง) เพื่อตรวจสอบเรื่องเสือหาย หากพบว่ามีมูลก็จะ แจ้งความตำรวจเพื่อสอบสวนหาผู้กระทำผิด
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มี.ค. พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เผยว่า เบื้องต้นได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค ทราบว่าเรื่องนี้ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหาย ดังนั้น ตำรวจยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ในชั้นแรกอยากแนะนำไปยังกรมอุทยานฯ หน่วยงานรับผิดชอบการตรวจยึดเสือของกลางทั้งหมดในฐานะผู้เสียหายจะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ หากมีของกลางสูญหายจะต้องแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อกล่าวโทษผู้ที่รับมอบอำนาจให้ดูแลรักษาของกลางที่ทำให้รัฐเสียหาย จากนั้นตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป จะสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจ รวมถึงหากมีเสือของกลางหายไปจริงก็ถือเป็นเรื่องของอาญาแผ่นดินที่รัฐเป็นผู้เสียหายด้วย
ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ เผยว่า เสือที่วัดป่าหลวงตามหาบัวฯที่กาญจนบุรีเป็นของกลางที่กรมอุทยานฯตรวจยึดไว้ หากมีความเสียหายต่อของกลาง กรมอุทยานฯถือเป็นผู้เสียหายที่ต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่รับฝากดูแลเสือจะปฏิเสธว่าของที่เสียหายไม่เกี่ยวกับคนรับฝากไม่ได้ เพราะของอยู่ในบ้านคนรับฝากเมื่อของหายคนที่ต้องรับผิดชอบคนแรกต้องเป็นคนที่รับฝากเสือของกลางที่กาญจนบุรีมีปัญหามาตลอด สมัยตนเคยที่จะเคลื่อนย้ายกลับมาให้กรมอุทยานฯดูแลเอง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่กรมอุทยานฯจะต้องพิจารณาเคลื่อนย้ายเสือไปดูแลเองน่าจะเหมาะสม
มีรายงานว่า สาเหตุที่ น.สพ.สมชัยออกมาให้ข้อมูลน่าจะมาจาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เหตุการณ์แรก เมื่อวันที่ 2 และ 3 ก.พ.58 เจ้าหน้าที่จาก สปป.ที่ 1 (ภาคกลาง) กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบจับกุมนกเงือกและสัตว์คุ้มครองอื่น ๆ 38 ตัว และเมื่อวันที่ 12 ก.พ. เจ้าหน้าที่จาก สบอ.ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบเสือของกลางตามปกติในรอบปี ทั้งสองเหตุการณ์มีการนำเข้าหารือในที่ประชุมกรรมการวัดเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ต่อมาวันที่ 27 ก.พ. น.สพ.สมชัยได้นำไมโครชิปข้อมูลของเสือทั้ง 3 ตัวส่งมอบให้แก่นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯ ที่ห้องทำงาน จากนั้น วันที่ 19 มี.ค. น.สพ.สมชัยได้ทำหนังสือติดตามผลและส่งมอบภาระการดูแลเสือของกลางคืนให้กับกรมอุทยานฯ


