ให้มาร่วมก่อเหตุ เล็งชงอัยการขอ สหรัฐส่งตัวเอนก

ผบ.ตร.ยอมรับคดีบึมศาลอาญาป่วนกรุง มีหลักฐานเชื่อมโยงแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองใช้โลกโซเชียลปั่นหัวอุดมการณ์ชักนำสู่การลงมือก่อเหตุ ทว่าพยานหลักฐานยังไม่บ่งบอกการกระทำความผิด ชี้ “เอนก ซานฟราน” กบดานอยู่อเมริกา รอขั้นตอนประสานตำรวจสากลส่งตัวตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน เป็นความผิดก่อการร้าย ไม่ใช่คดีการเมือง

คดีระเบิดหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ป่วน เมืองที่ทหารจับ 2 ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุทันควัน นำไปสู่การขยายผลสาวหาผู้กระทำผิดเป็นขบวนการใหญ่ จับกุมดำเนินคดีแล้ว 16 ราย เหลือ 3 รายอยู่ระหว่างหนีกบดาน ประกอบด้วย นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน นายวีระศักดิ์ โตวงจร หรือใหญ่ พัทยา และนายธนาวุฒิ อภินันท์ถาวร ล้วนเป็นกลุ่มบงการวางแผน ที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามมาดำเนินคดี

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 มี.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์ว่า การสืบสวนคลี่คลาย คดีระเบิดก้าวหน้าไปมากพอสมควร มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มผู้ปฏิบัติการ จัดหาอาวุธระเบิด ผู้โอนเงิน และผู้สนับสนุนจ้างวาน ส่วนใหญ่เป็นแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง และคนที่อยู่ในกระบวนการเหล่านี้ใช้การติดต่อสื่อสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย บางคนอาจจะไม่รู้จักกันเลย แต่มีการติดต่อถึงกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย ด้วยการพูดคุยแนวทางแนวความคิด อุดมการณ์ในลักษณะเดียวกัน กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลมาโดยตลอด เพียงแต่ว่ายังไม่มีหลักฐานบ่งบอกเป็นผู้กระทำผิด

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ความเชื่อมโยงที่ได้จากคำให้การของผู้ต้องหาเป็นไปตามพยานหลักฐาน เท่าที่สอบปากคำผู้ต้องหาน่าจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลช่องทางโซเชียลมีเดียที่ไม่มีการควบคุมเป็นชนวนของเหตุหลายอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองไทย ด้วยการสื่อสารที่รวดเร็วไร้ขอบเขตทำให้เป็นการปล่อยข่าวสร้างความหลงเชื่อ หลอกลวงให้กระทำในสิ่งที่เป็นไปตามความต้องการของคนบางกลุ่ม จากนี้จะมีการหารือฝ่ายความมั่นคงในเรื่องนี้ หากกลุ่มคนที่มีแนวคิดทางการเมืองก็ควรแสดงออกทางการเมือง ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายใช้ระเบิดก่อสถานการณ์ ทำให้ประเทศชาติและประชาชนตื่น ตระหนก

ผู้สื่อข่าวถามถึงการติดตามตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน ผู้จ้างวานและให้การสนับสนุนทางการเงิน พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า มีพยานหลักฐานชี้ให้ประเทศสหรัฐอเมริกา เชื่อได้ว่าความผิดของนายมนูญไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เนื่องจากเป็นคดีที่มีการวางแผนใช้อาวุธและระเบิด ในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย เข้าข่ายความผิดการก่อการร้าย ตามขั้นตอนตำรวจจะประสานผ่านตำรวจสากลในการติดตามตัวนายมนูญมาดำเนินคดี และเชื่อว่านายมนูญยังคงหลบหนีอยู่ในอเมริกา เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล อัยการสามารถส่งเรื่องให้สหรัฐอเมริกา ขอส่งตัวนายมนูญในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ส่วนนายวีระศักดิ์ โตวังจร หรือใหญ่ พัทยา ผู้จัดหาอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ตัวมา แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าหลบซ่อนตัวอยู่ที่ใด ขณะที่เครือข่ายของผู้ต้องหากลุ่มนี้จะมีมากกว่า 20 คน หรือจะมีการขอออกหมายจับใครเพิ่มเติมหรือไม่ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานรวมถึงคำให้การของผู้ต้องหา ถ้าหากหลักฐานพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงถึงใครบ้างก็จะดำเนินการให้ถึงที่สุด พนักงาน สอบสวนไม่มีสิทธิ์ยกเว้น หรือไม่ดำเนินการกับคนใดคนหนึ่งไม่เช่นนั้นจะถือว่าผิดกฎหมายตาม ป.อาญา มาตรา 157 หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถึงกระนั้นการทำสำนวน พนักงานสอบสวนจะไม่เร่งรีบ เพราะจะต้องมีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากที่สุด ไม่เช่นนั้นถ้าส่งไปถึงอัยการแล้วทางอัยการตีกลับสำนวนให้ไปสอบสวนเพิ่มเติมจะยิ่งทำให้กระบวนการล่าช้ามากยิ่งขึ้น

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ร้องเรียนมีการทรมานคดีผู้ต้องหาปาระเบิดศาลอาญาว่า เป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคลที่มีแนวโน้มเป็นลบในเชิงหวาดระแวงเกินไป ถ้าคิดว่าถูกกระทำหรือถูกละเมิด โดยมีข้อมูลยืนยันข้อพิสูจน์ที่สมบูรณ์แล้ว คงสามารถร้องได้ตามสิทธิในช่องทางที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้ายังไม่ชัดเจนก็เป็นธรรมดาที่ผู้ร้องหรือผู้เกี่ยวข้องจะต้องระมัดระวังโดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลออกไปก่อน ในขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนแล้วไปมี
ผลกระทบสร้างความเสียหายให้บุคคลหรือองค์กรที่ถูกพาดพิง แต่กองทัพยืนยันว่าไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทางภาครัฐเองก็จำเป็นต้องได้รับการปกป้องเช่นกัน