คนร้ายบุกฆ่าปาดคอสาววัย 20 เสียชีวิตคาบ้านพักในเมืองสกลนคร พร้อมฉกทอง และโทรศัทพ์มือถือหนีลอยนวล ตร.คาดปมชู้สาว แต่ไม่ตัดประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ เร่งตรวจ DNA หลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อล่าคนร้าย...

จากกรณี คนร้ายฆาตกรรม น.ส.ธัญญารัตน์ พ่อไช อายุ 20 ปี เสียชีวิตในบ้านพัก พื้นที่บ้านนาแกน้อย ม.4 ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร โดยสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง และโทรศัพท์ของผู้ตายหายไปจากที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 มี.ค.58 พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จว.สกลนคร ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.พิพัฒน์ มนาปี ผกก.สส.ภ.จว.สกลนคร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนชุดสืบสวนสกลนคร เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อเก็บหลักฐานและพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุอาจรู้จักผู้ตายเป็นการส่วนตัว หรือมีการติดตามพฤติกรรมของผู้อาศัยในบ้านอย่างต่อเนื่อง จนทราบว่าผู้ตาย ไปทำงานเวลาไหน และอาจทราบว่าสามีผู้ตายซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัด ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยบ้านหลังดังกล่าว วันจันทร์-เสาร์ จะไม่มีใครอยู่บ้าน จะออกไปทำงานกันหมด แต่ปรากฏว่า วันที่เกิดเหตุซึ่งเป็นวันเสาร์ ปกติผู้ตายจะต้องไปทำงาน แต่ผู้ตายกลับอยู่บ้านเพียงลำพัง คนร้ายที่เฝ้าติดตามผู้ตายอยู่ อาจอาศัยจังหวะนี้ชิงลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุแล้ว คนร้ายได้หยิบอาวุธมีดพร้าจากบริเวณห้องครัว ซึ่งตรวจสอบจากคนในบ้านระบุว่าหายไป 1 เล่ม แล้วปีนเข้าทางหน้าต่างห้องนอนของแม่สามี โดยการยืนเหยียบบนที่นอน ซึ่งปรากฏรอยเท้าคนร้ายเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ

ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายอาจเข้ามาอยู่ในบ้าน และแอบมองผ่านช่องกำแพงห้องของผู้ตาย โดยที่ไม่ได้มุงเพดานไว้ซึ่งอยู่ติดกัน อาจจะเห็นว่าผู้ตายกำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่พอดี จึงรีบบุกจู่โจม เบื้องต้นคนร้ายอาจจะหมายบุกข่มขืน หรือชิงทรัพย์ กระทั่งมีการต่อสู้กันจนคนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้มีดพร้าฟันบริเวณด้านหลังศีรษะเหนือต้นคอ และปาดคอเหยื่อ พร้อมใช้ของมีคมแทงบริเวณหน้าอกเหยื่อ เหนือราวนมซ้ายจนขาดใจตาย

สำหรับบริเวณบาดแผลของมีคมที่แทงลงไปบริเวณหน้าอก เป็นขวดแก้วที่คนร้ายทุบให้เป็นปากฉลาม หรือไม่ก็ผู้ตายอาจจะใช้เป็นอาวุธต่อสู้ แต่ก็ทนกำลังของคนร้ายไม่ไหว ก่อนถูกนำมาเป็นอาวุธแทงซ้ำอีก จากนั้นคนร้ายได้เข้ารื้อค้นห้องนอนของผู้ตาย โดยได้สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง โทรศัพท์มือถือผู้ตาย 1 เครื่อง และโทรศัพท์ที่ไม่ได้ใช้งานอีก 3 เครื่องก่อน ปีนออกทางหน้าต่างหลังบ้าน และหวังจะไปล้างเลือดที่เปรอะเปื้อนที่ห้องน้ำ แต่ปรากฏว่าห้องน้ำไม่มีน้ำ จึงรีบหลบออกหนีไปจากที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.พิพัฒน์ กล่าวว่า หลังจากคนร้ายลงมือก่อเหตุ ซึ่งยังไม่ทราบว่าสาเหตุการลงมือต้องการอะไร แต่หลังจากก่อเหตุคนร้ายมีการปกปิดอำพรางหลักฐานเช่น ชุดชั้นในยกทรงผู้ตายซึ่งมีรอยฉีกขาดเปื้อนเลือด ถูกยัดไปไว้ในตู้เสื้อผ้า เมื่อนำมาเทียบกับรอยแผลกับศพผู้ตายมีขนาดตรงกัน แสดงว่า ขณะลงมือฆ่าผู้ตายยังสวมยกทรงอยู่ ก่อนจะค้นทรัพย์สินและนำอาวุธก่อเหตุหลบหนีไปด้วย เบื้องต้นตั้งประเด็น ในเรื่องปมชู้สาว คือ ทราบจากแม่สามีผู้ตายว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้เคยเล่าให้ฟังว่า มีคนอายุประมาณ 50 ปี 2 คน เข้ามาข้องแวะ โดยให้แม่สามีโทรไปเล่าให้สามี ฟังระหว่างไปทำงานที่ต่างจังหวัด ซึ่งในเบื้องลึกยังไม่ทราบว่า ผู้ตายกับคนที่มาติดพันในมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงใด เคยมาที่บ้านหรือไม่ ซึ่งในตรงนี้กำลังจะรวบรวมข้อมูลและหลักฐานโดยละเอียด

"สำหรับประเด็นเจตนาหมายจะข่มขืนผู้ตายหรือไม่นั้น กำลังหาเหตุผลอยู่ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจากตัวผู้ตายไม่มีร่องรอยการข่มขืนและคราบอสุจิ แต่ต้องรอผลการชันสูตรศพ จาก รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น อย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ จะไม่ทิ้งประเด็นนี้ไปเช่นกัน ส่วนจะเป็นคนในพื้นที่หรือไม่นั้นยังไม่ขอเปิดเผย ขอให้พยานแวดล้อมหลักฐาน ต่างๆ เช่นการสนทนาทั้ง เฟซบุ๊ก ไลน์ ก่อนหน้านี้ และ DNA เส้นผมจากคนร้ายซึ่งมีผมหงอกติดอยู่ในมือผู้ตายด้วย จะเป็นหลักฐานอย่างดี ซึ่งขณะนี้ตำรวจมั่นใจว่าจะลากตัวฆาตกรโหดรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้" พ.ต.อ.พิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายจารึก สิมมา อายุ 21 ปี สามีผู้ตาย กล่าวว่า ตนกับผู้ตายอยู่กินมา 4-5 ปี โดยปกติก็ไม่ทะเลาะเบาะแว้งอะไรกัน ส่วนในเรื่องของไลน์ เฟซบุ๊ก ตนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวไว้คุยงาน อ่านข่าวสารต่างๆ ส่วนจะมีคนมาพูดมาคุยกับภรรยาตนหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ระหว่างเกิดเหตุ กำลังทำงานอยู่ ที่ จ.มุกดาหาร และมาทราบว่าภรรยาตนถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหดคาบ้านพัก ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ต้องสูญเสียภรรยาไป เพราะเพิ่งมีบุตรชายด้วยกันและมีอายุเพียง 9 เดือน เท่านั้น.