ตำรวจ สภ.สีคิ้ว จับสองคู่หูเจ้าอาวาสวัดในพื้นที่เดียวกัน หลังขับรถนัดกันออกเที่ยวตอนกลางคืนขากลับเกิดพลาดท่าเมาสุราซิ่งเก๋งตกข้างทาง ชาวบ้านเผยรู้มานานตกดึกนัดกันเที่ยว-สวดมนต์เมาเหล้า ขณะเจ้าตัวอ้างอยู่วัดมีเเต่เรื่องกลุ้มใจ
เมื่อเวลา 07.10 น. วันที่ 22 มี.ค.58 พ.ต.ท.สามารถ รัตนวิชัย พนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งว่ามีรถเก๋งตกถนนทางเข้าบ้านหนองจอก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว ไม่สามารถจะนำขึ้นได้ เหตุเกิดที่บริเวณ 4 แยก ริมอ่างเก็บน้ำซับประดู่ จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดสีคิ้ว รุดไปเพื่อทำการช่วยเหลือ แต่เมื่อไปถึง พบรถเก๋งสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กม 2161 นครราชสีมา กำลังใช้เชือกดึงรถเก๋งสีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน ขค5634 นครราชสีมาอยู่ โดยเจ้าของรถทั้ง 2 คัน มีอาการซวนเซยืนแทบไม่อยู่คล้ายคนเมาสุรา
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไปบอกกับทั้งสองว่า จะให้หน่วยกู้ภัยลากรถขึ้นถนนให้ แต่เมื่อเดินไปถึงกลับจำได้ว่า ผู้ขับรถคันที่ตกถนน คือพระเทวช สธัมโม หรือนายเทวช หน่วยกลาง อายุ 60 ปี (18 พรรษา) เจ้าอาวาสวัดหนองจอก ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว แต่งกายใส่เสื้อแขนยาวสีเลือดหมู กางเกงขายาวสีดำ สวมหมวกผ้าสีดำ
...
ส่วนคนขับรถอีกคันที่ช่วยลาก คือพระสมชาย นริสะโล หรือนายสมชาย อิ้งจันทึก อายุ 48 ปี (16 พรรษา) เจ้าอาวาสวัดทุ่งพนมวัง ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว ที่มีพื้นที่ติดกัน แต่งกายสวมหมวกผ้าสีเทา เสื้อแขนยาวสีเขียวแก่ กางเกงขายาวสีเขียวอ่อน โดยทั้งคู่มีอาการเมาสุราจนพูดจาไม่รู้เรื่อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำอุปกรณ์การตรวจแอลกอฮอล์มาให้เป่า ผลปรากฏว่าพระเทวช วัดได้ 181 ส่วนพระสมชาย วัดได้ 229 ที่จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.สีคิ้ว และเมื่อถึงโรงพัก ทั้งคู่ได้เกิดโต้เถียงกันพัลวัล โดยพระสมชายหาว่าพระเทวชเป็นต้นเหตุให้ถูกตำรวจจับ แต่ทั้งคู่ก็ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้โทรศัพท์นัดกันไปนั่งดื่มกินที่ร้านอาหาร “ตอไม้” อ.สูงเนิน จนกระทั่งเวลา 05.00 น. จึงพากันขับรถกลับวัด แต่เป็นเพราะดื่มเข้าไปมากจนแทบควบคุมสติไม่ได้ ก่อนจะถึงวัด รถได้เสียหลักพุ่งตกลงไปข้างทาง พระสมชายที่ขับตามหลังมา เห็นเช่นนั้นจึงจอดรถเพื่อให้การช่วยเหลือ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ไปพบดังกล่าว
หลังสอบปากคำแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปนิมนต์พระครูโสภณจารุวัฒน์ เจ้าคณะตำบลมิตรภาพ มาที่ สภ.สีคิ้ว เพื่อให้ทำพิธีสึก แต่เมื่อพระครูโสภณเดินทางมาถึงและเห็นสภาพของเจ้าอาวาสทั้ง 2 จึงกล่าวขึ้นว่า “พระทั้ง 2 ได้สึกจากการเป็นพระด้วยตนเองแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำพิธีสึกอีกก็ได้ ทั้งนี้ ตนได้ยินข่าวมานานแล้วว่าพระทั้ง 2 ชอบนัดกันออกเที่ยว แต่ไม่มีหลักฐาน จึงแค่คอยเตือนให้ประพฤติปฏิบัติดี ทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าอาวาสวัด แต่เมื่อทั้งคู่ไม่เชื่อ ตัดสินใจทำเช่นนี้ ก็ช่วยอะไรไม่ได้”
ทางด้านนายศุภชัย เหลืองจันทึก ประธานสภา อบต.มิตรภาพ และเป็นกรรมการวัดทั้ง 2 เปิดเผยว่า พระทั้ง 2 เป็นเพื่อนคู่หูกัน มีวัดอยู่ใกล้กัน ตนรู้ระแคะระคายมานานแล้ว ว่าพระทั้งสองมักนัดแนะกันออกเที่ยวในยามค่ำคืน แต่ก็จับผิดไม่ได้สักที นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านมาบอกว่า พระทั้งคู่มักเมาเหล้ากระทั่งเวลาเข้าร่วมในพิธีการทางศาสนา เช่นสวดมนต์แบบผิดๆ ถูกๆ จนทำให้ชาวบ้านระอา หลายครั้งที่ตนขึ้นไปบนวัด พบขวดสุราตั้งอยู่ แต่ก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นของใคร การที่ทั้งคู่กระทำเช่นนี้แล้วเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น แสดงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มองเห็นและลงโทษแล้ว ศาสนาจะได้ขาวสะอาดขึ้น
ทั้งนี้ นายสมชาย ซึ่งยังอยู่ในอาการมึนเมา เปิดเผยว่าสาเหตุที่ออกเที่ยวเพราะอยู่ในวัดมีแต่เรื่องกลุ้มใจเลยหาทางออกเพื่อให้คลายเครียด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่ากลุ้มใจเรื่องอะไรก็ไม่ยอมบอก ส่วนนายเทวช กล่าวว่า ถ้ารถไม่ตกถนนก็รอดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาทั้งสองว่า เป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.