ยังอึมครึมเป็นปริศนา กรณีเสือโคร่งของกลางของกรมอุทยานฯที่ฝากเลี้ยงไว้ที่วัดป่าหลวงตาบัว จ.กาญจนบุรี หายไป3ตัว โดยมีรถมาขนนำออกไป หน.สปป.ที่1เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ ชี้พิรุธตอนจนท.มาตรวจประจำปี ได้รายงานเรื่องเสือหายหรือไม่...     

จากกรณีนายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษมงคลชัย สัตวแพทย์ผู้ดูแลเสือของกลาง จำนวน 147 ตัว ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยึดและฝากเลี้ยงไว้ที่วัดป่าหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโน ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้เปิดแถลงข่าวที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า มีรถยนต์3คัน เข้ามานำเสือโคร่งพันธุ์เบงกอล เพศผู้ จำนวน3ตัว ออกไปจากที่เลี้ยงบริเวณเกาะเสือภายในวัด เมื่อช่วงปลายเดือนธ.ค.2557 ที่ผ่านมา ซึ่่งได้รายงานให้ธิบดีกรมอุทยานแห่งชาตฯทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับแจ้งว่า เรื่ิิองดังกล่าวมีความคืบหน้าหรือไม่ พร้อมระบุด้วยว่า เสือโคร่งทั้ง3ตัว หากส่งไปขายต่างประเทศ จะมีราคาตัวละไม่ต่ำกว่า5ล้านบาท

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 มี.ค. นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สำนักงานสนับสนุนป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) สำนักป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ กล่าวว่า จากการที่นายสัตวแพทย์ที่ดูแลเสือของกลางของกรมอุทยานฯที่วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ  แจ้งว่า เกิดปัญหาคือเสือหายไป3 ตัว เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ หน.สำนักป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานฯได้สั่งการให้ตนลงพื้นที่ประสานงานกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนเสือของกลางที่อยู่ในการดูแลของส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสบอ.3 และร่วมกับลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลต่างๆว่าเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ ในการปฏิบัติงานในส่วนสปป.ที่1(ภาคกลาง) จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการดำเนินการเพื่อตรวจสอบ เมื่อได้ข้อมูลจะรายงานให้สำนักป้องกันฯเพื่อรายงานต่ออธิบดีกรมอุทยานฯพิจารณาสั่งการในการปฏิบัติ ว่าจะให้ดำเนินการต่อไปอย่างไร

นายชาติชาย กล่าวต่อว่า ในเบื้องต้นทาง สปป.ที่ 1( ภาคกลาง ) ไม่มีฐานข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลบริหารจัดการเสือของกลางทั้งหมด ว่ามีการปฏิบัติร่วมกับผู้ดูแลรักษาของกลางอย่างไร แต่เมื่อมีข้อร้องเรียน ก็จะต้องลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชา

"มีประเด็นที่น่าสงสัยคือ เมื่อเดือน ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา ทาง สบอ.3 (บ้านโป่ง) ได้ลงพื้นที่ตรวจเสือของกลาง ที่เป็นการตรวจตามปกติในรอบปี ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าว มีการรายงานเกี่ยวกับเรื่องเสือที่หายทั้ง3 ตัวหรือไม่  ดังนั้น การลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในครั้งนี้ ทางสสป.ที่1(ภาคกลาง)จะดูในประเด็นที่หากมีเสือของกลางหายจริง จะต้องตรวจสอบต่อไปว่า เสือที่หายไป ไปอยู่ที่ไหน และมีการนำไปเพื่อการค้าขายหรือไม่ หากมีการนำไปขายต่อก็จะเข้าข่ายการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ต้องจับกุมดำเนินคดี และที่สำคัญที่สุดเสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ขึ้นบัญชีกับไซเตส ดังนั้น การดำเนินการเกี่ยวกับเสือโคร่ง จึงต้้องทำตามที่มีการกำหนดไว้ในข้อตกลงกับไซเตส" นายชาติชาย กล่่าว