จนท. ป่าไม้ ทหาร-ตำรวจกว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจตลาดน้ำอโยธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบร้านค้างาช้าง พบ 6 รายที่ปิดร้าน อ้างนำสินค้างาช้างไปให้ จนท.ตรวจเพื่อทำทะเบียนการค้าให้ถูกต้อง ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ย้ำ ร้านใดจะนำไปขายต้องได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ก่อน เพื่อป้องกันการลักลอบนำงาช้างแอฟริกาเข้ามาปะปน
จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบร้านค้างาช้างบ้านทั่วประเทศจำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, พระนครศรีอยุธยา, นครสวรรค์, อุทัยธานี, บุรีรัมย์, สุรินทร์, เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อให้คำแนะนำเตรียมเอกสารคำขอแก่ผู้ประกอบการในการจดทะเบียนร้านค้างาช้าง และเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีงาช้างบ้านแจ้งการครอบครอง มีกำหนดสิ้นสุดภายในวันที่ 21 เมษายน 2558
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 20 มี.ค. 58 พล.ต.ต.เสริมคิด สิทธิชัยกานต์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุรชัย อจลบุญ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิธิ อาจสมรรถ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (เขตสระบุรี) นายเบ็งจะ ตรีสาร หน.ชุดปฏิบัติการค้าสัตว์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกว่า 100 นาย ลงพื้นที่ตรวจตลาดน้ำอโยธยา ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา พบควาญช้างกำลังเลี้ยงช้าง 10 กว่าเชือก และนำนักท่องเที่ยวนั่งช้างเดินชมโบราณสถาน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบร้านค้างาช้าง ผู้ประกอบการจำนวน 6 ราย ที่ได้ปิดร้านโดยอ้างว่านำสินค้างาช้างไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจ เพื่อทำทะเบียนการค้าให้ถูกต้อง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันได้ย้ายกำลังไปตรวจร้านทองในตลาดเจ้าพรหมและตลาดหัวรอ เพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าของร้าน ถึงเครื่องประดับงาช้างที่เลี่ยมทอง หากมีจำนวนเกินกฎหมายกำหนดต้องแจ้งลงทะเบียนให้ถูกต้อง
นายสุรชัย อจลบุญ ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ เผยว่า ผลิตภัณฑ์จากงาช้างบ้านที่ค้าอยู่เดิมก่อนพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ร.บ.2558 มีผลบังคับใช้ ต้องได้รับการอนุญาตจาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชก่อน ที่จะนำไปจำหน่ายได้ โดยทางร้านจะต้องจัดทำบัญชีได้มา บัญชีการแปรรูป และบัญชีการค้างาช้างบ้าน เพื่อควบคุมการค้างาช้างบ้านมิให้มีการลักลอบนำเอางาช้างแอฟริกาเข้ามาปะปน ซึ่งเป็นการตัดวงจรขบวนการค้างาช้างแอฟริกาข้ามชาติ ที่ผิดกฎหมายตามแผนการปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขที่ประเทศไทยต้องจัดทำรายการความก้าวหน้าครั้งที่ 2 ส่งคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หากประเทศไทยไม่สามารถดำเนินการได้ อาจจะถูกคว่ำบาตรทางการค้าสัตว์ป่าและพืชป่า.


