สถานการณ์ไฟป่าและปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ยังคงวิกฤติจากปัจจัยสำคัญทำให้เกิดไฟป่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เชียงใหม่พบผู้ป่วยได้รับผลกระทบแล้ว กว่า 55,000 ราย โดยค่าเฉลี่ยสูงสุดยังอยู่ที่จังหวัดเชียงราย
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 29-255 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับดี ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้ามากนัก โดยกรมควบคุมมลพิษขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตร การเผาริมทาง และพื้นที่ป่า
ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเผาต้องขออนุญาตจาก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในเขตปกครองท้องที่นั้นๆ ก่อนดำเนินการทุกครั้ง และต้องจัดทำแนวกันไฟและควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่นได้ และให้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ลักลอบเผา หรือขออนุญาตเผาแล้ว แต่ไม่จัดทำแนวกันไฟ หรือไม่ได้ควบคุมไฟให้อยู่ในพื้นที่ถือครองจนเป็นเหตุให้ไฟ ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น หรือลุกลามเข้าไปในเขตป่าอย่างเคร่งครัด
ขณะที่ จ.เชียงราย ปัญหาหมอกควันเริ่มคลี่คลาย หลังระดมดับไฟป่า ฉีดพ่นน้ำ พร้อมร้องขอให้ทางการเมียนมาร์งดการเผา หรือถ้าต้องการเผา ก็ขอให้แจ้งล่วงหน้า เพื่อที่ทางการไทยจะได้ทำแนวกันไฟไม่ให้ลามข้ามเข้าฝั่งไทยได้ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังดับไฟป่าที่เกิดขึ้นบนภูเขา อ.แม่ฟ้าหลวง และจุดอื่นๆ อีกทั้งมีการฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ทั้ง 3 ช่วงเวลา ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของ อ.เมือง วัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 260 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ อ.แม่สาย วัดได้ 242 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้ประกาศเตือนให้ประชาชนผู้ที่ต้องออกนอกบ้านสวมหน้ากากอนามัย และควรงดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งในระยะนี้ด้วย
ส่วน
จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อเทียบกับวานนี้ (19 มี.ค.) จุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต สูงถึง 117 จุด มากที่สุดในช่วงเดือนมีนาคม ส่งผลให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า ระดับอำเภอ เรียกประชุมคณะทำงานในระดับตำบลให้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และลงพื้นที่ควบคุมไฟป่าทันที ซึ่งการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นพื้นที่เขาสูงชัน และเป็นเขตรอยต่อของประเทศเพื่อนบ้าน
ด้านศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ ต้องปรับแผนการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่ๆ หนักสุด ตอนนี้ 4 จังหวัด คือ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และ พะเยา โดยขึ้นบินวันละ 8 เที่ยวบิน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ ขณะที่เครื่องบินฝนหลวงจากจังหวัดพิษณุโลก ที่เข้าร่วมภารกิจ จะบินในพื้นที่จังหวัดแพร่ และลำปาง
ในช่วงบ่ายวันนี้ 5 กระทรวงหลัก มี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, มหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงคมนาคม และกระทรวงกลาโหม จะประชุมแก้ปัญหาไฟป่าในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ หลังประเมินว่าปัญหาไฟป่าจะยืดเยื้อไปถึงเดือนเมษายนนี้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อเวลา 11.27 น. ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์หมอกควัน ที่ท่าอากาศยานทหารกองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผสม กองทัพไทยและจากสิงคโปร์ รวมถึงหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมวิเคราะห์พื้นที่พิกัดเป้าหมาย ในการปฏิบัติการลดสถานการณ์ปัญหาไฟป่าหมอกควันพื้นที่ภาคเหนือต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3
โดยในวันนี้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.ที่เดินทางมาราชการในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีกำหนดเข้าตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้าของการปฏิบัติการ พร้อมให้กำลังใจกับกำลังพล หลังจากสั่งระดมทั้งเจ้าหน้าที่และอากาศยานเข้ามาช่วยเหลือแก้วิกฤติที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ภาพรวมทั่วไปยังคงพบไฟป่าเกิดขึ้นกระจายในหลายพื้นที่ แต่มีปริมาณลดลง ส่วนมลพิษทางอากาศค่าฝุ่นละลองขนาดเล็ก (pm10) ยังคงเกินมาตรฐานในทุกจังหวัด แต่ปริมาณก็เริ่มลดลงเช่นเดียวกัน
ขณะที่ สธ.จังหวัดเชียงใหม่รายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติหมอกควันไฟป่าแล้ว กว่า 55,000 ราย มากที่สุด เป็นกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดกว่า 20,000 ราย และกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจและติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจมีกว่า 23,000 ราย โดยเริ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนในช่วงเดียวกัน
สำหรับที่ จ.พะเยา ด้านนายแพทย์ขจร วินัยพาณิชย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด และเจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลพะเยา นำหน้ากากอนามัยแจกให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ทหาร ประจำด่านตรวจยานพาหนะแม่ต๋ำ ต.แม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา รวมถึงตำรวจจราจร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกลางแจ้ง อีกหลายจุดทั่วเมืองพะเยา พร้อมแนะนำวิธีการสวมใส่หน้ากากป้องกันอย่างถูกวิธี ให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันหมอกควันเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ หลังจากที่สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดพะเยา มีค่าฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐานติดต่อกันหลายวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ขณะที่สถานการณ์หมอกควันในจังหวัดพะเยาล่าสุดวันนี้ วัดค่า PM 10 ได้ 197 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI ได้ 134 ยังคงเกินค่ามาตรฐาน และเกินหลายวันติดต่อกัน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมเรียกตัวผู้ต้องหาไม่น้อยกว่า 4 ราย ที่ถูกจับกุมในข้อหาเข้าพื้นที่ป่าช่วงห้ามเข้า เพื่อป้องกันการลอบเผาในช่วงห้ามเผาเด็ดขาด มาให้ปากคำเพิ่มเติม ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาป่าหรือไม่ เพื่อเร่งดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ลักลอบเผาป่าอย่างจริงจังต่อไป.
20 มี.ค. 2558 18:12 น.


