หนุ่มวัย 34 ปี อดีตเจ้าของเต็นท์ขายรถมือสอง เผชิญมรสุมชีวิต กิจการขาดทุนจนต้องเลิก อีกทั้งเมียยังทำท่าว่าจะทิ้ง เครียดจัดหาทางออกไม่ได้ ขับรถเก๋งมาจอดในสวนพุทธมณฑลใช้ปืน .22 จ่อขมับตัวเอง ดับคารถ ทิ้ง จ.ม.สั่งเสียให้ช่วยดูแลลูกชาย...

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2558 ร.ต.ท.วสันต์ รักแก้ว ร้อยเวร สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตในรถยนต์ จอดอยู่ที่ริมคลองสวนเวฬุวัน ภายในพุทธมณฑล หมู่ 6 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.วรพล ยิ่งเจริญ ผกก.สภ.พุทธมณฑล พ.ต.อ.พิษณุ สมนึก หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.ธงชัย เนตรสาขารัตน์ รอง ผกก.ป. พตท.ธัชพล ว่องวานิช รอง ผกก.สส.ชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.พุทธมณฑล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เขตชานธน ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ศท 8786 กทม. จอดติดเครื่องอยู่ ภายในรถพบศพนายศรุต เรืองสอน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 794/1 ถนนเทอดไท แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. สภาพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสามส่วนสีเขียวขี้ม้า นอนเสียชีวิตอยู่ในเบาะที่ปรับเอน มีเลือดไหลนอง ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ขมับขวากระสุนฝังใน ภายในรถยนต์พบอาวุธปืนแบบออโตเมติกขนาด .22 ตกอยู่ข้างตัว 1 กระบอก ยังมีกระสุนบรรจุอยู่ในแมกกาซีน 6 นัด และพบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 ตกอยู่ในรถ 1 ปลอก ตำรวจจึงเก็บเป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ยังพบกระเป๋าสะพายแบบชาย วางอยู่ที่เบาะด้านหน้า จึงเปิดดูพบจดหมายลาตายกระดาษขนาด เอ 4 เขียนถึง พ่อ แม่ พี่ น้อง 1 ฉบับ มีใจความว่าฝากดูแลลูกชายด้วย และยังตัดพ้อต่อแฟนสาวชื่อ อ้วน ว่ายังรักและเป็นห่วง ถึงแม้จะเปลี่ยนไป ไม่สนใจเหมือนก่อน และระบุถึงเรื่องครอบครัวที่มีปัญหา ธุรกิจไม่ดีเลย ไม่อยากอยู่แล้ว ลงชื่อ ศรุต ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน และนามบัตร ที่มีที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เลขที่บ้านของผู้ตาย

จากการสอบถาม นายกฤตพัฒน์ ปุนยปยารักษ์ อายุ 60 ปี บ้านอยู่ย่านพุทธมณฑลสาย 3 ซึ่งเป็นผู้พบศพเป็นคนแรกและเป็นผู้แจ้งตำรวจ เปิดเผยว่า จะมาวิ่งออกกำลังกาย ในสวนพุทธมณฑลในช่วงเย็น พอเริ่มต้นวิ่งก็เห็นว่ามีรถเก๋ง คัมรี่ ติดฟิล์มทึบมาจอดอยู่ที่ริมคลองในลักษณะติดเครื่อง และเร่งเครื่อง ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอวิ่งวนมารอบที่ 2 ยังเห็นว่ารถคันเดิมยังจอดเร่งเครื่องอยู่ จึงหยุดวิ่งแล้วเดินมาที่รถเพื่อจะมาบอกว่า ให้รักษากฎกติกามารยาท หากจอดรถในสวน ห้ามติดเครื่องเพราะจะเป็นมลพิษ ตามกฎที่ทางสวนพุทธมณฑลวางไว้ แต่รถคันดังกล่าวติดฟิล์มมืดทึบจึงเคาะกระจกเรียก ก็ไม่มีเสียงตอบออกมา เมื่อใช้มือป้องดูที่กระจกเห็นว่ามีคนนอนอยู่ และมีเลือดไหลออกจากศีรษะ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ไปตามหมายเลขที่ปรากฏในนามบัตรของผู้ตาย ทราบจากทางญาติว่า ผู้ตายประสบปัญหาทางการเงิน อดีตเคยเป็นเจ้าของเต็นท์รถมือสอง เปิดขายรถอยู่ที่ข้างมหาวิทยาลัยสยาม แต่ประสบปัญหาขาดทุน จนต้องเลิกกิจการไป จนเกิดอาการเครียดหนัก ประกอบกับผู้ตายเคยบ่นเรื่องภรรยา มีผู้ชายมาติดพันหลายคนและกำลังตีตัวออกห่าง เลยทำให้เครียดหนักขึ้นไปอีก จึงอาจเป็นสาเหตุให้ตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีปัญหา จากนั้น ทางตำรวจได้เชิญญาติให้มาตรวจสอบยืนยันศพ และสอบสวนหาสาเหตุในการฆ่าตัวตายให้แน่ชัดอีกครั้ง.