พบกระเป๋าต้องสงสัยถูกล็อกด้วยแม่กุญแจ วางไว้อยู่บนเก้าอี้ไม้กลาง รพ.ระยอง ขณะที่ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบ พบด้านในบรรจุแต่เสื้อผ้า ไม่มีวัตถุต้องสงสัย คาดเป็นของญาติผู้ป่วยลืมไว้...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มี.ค. 58 ร.ต.ท.อุดม ศรีสงค์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.สุชาติ ดุสดี รองสวป.สภ.เมืองระยอง ว่า ได้ตรวจสอบที่ รพ.ระยอง และพบว่ามีบุคคลไม่ทราบว่าเป็นใคร ได้นำกระเป๋าใส่เสื้อผ้าแบบหนัง มีสายสะพายคล้องคอ มาวางอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวที่วางอยู่ด้านหน้าหอพระใน รพ.ระยอง ริมถนนสุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบว่ามีประชาชนและผู้ป่วยที่เดินทางมาให้แพทย์ตรวจต่างยืนมองกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสงสัยว่าด้านในกระเป๋าจะมีระเบิดหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ใช้สายผ้ามากั้นบริเวณ กันคนเข้ามาใกล้ และกระเป๋าที่พบวางอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวนั้น มีสายโซ่คล้องกับหูกระเป๋า มีแม่กุญแจสีดำล็อกติดกับเก้าอี้ไว้อีกด้วย
เบื้องต้นจึงได้ประสานงานกับ ร.ต.ท.สุรเดช มณีพิทักษ์ หัวหน้าชุดเก็บกู้ระเบิด (ชุดอีโอดี) หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.ระยอง พร้อมกำลังไปตรวจดู ทางเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์ประชาชนให้อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุและได้ใช้เชือกลากเอากระเป๋าออกมาที่ด้านหน้า รพ.ระยอง จึงต้องปิดการจราจรชั่วคราว เกรงว่าจะได้รับอันตราย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้ระเบิดแรงดันน้ำวางไว้บนกระเป๋าและจุดชนวนด้วยสายไฟ เพื่อระเบิดทำลายกระเป๋าให้เปิดออก แต่ปรากฏว่าด้านในมีแต่เสื้อผ้า ไม่มีวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างใด
จากการสอบถาม นายบุญเลิศ ขจรแสง อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 12/1 ม.5 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของทาง รพ.ระยอง เปิดเผยว่า กระเป๋าใบดังกล่าวนั้น พบตั้งแต่ช่วงเช้าเมื่อวาน 18 มี.ค. เเละไม่ทราบว่าเป็นของใคร จนกระทั่งเช้าวันนี้ก็พบว่ายังวางอยู่ที่เดิม จึงได้รีบแจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้าน น.ส.ณัฐญาดา เชยกลิ่นเทศ อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 193/24 ม.3 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ประชาชนที่มารอคนไข้ เปิดเผยว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 07.00 น. ได้เห็นว่ามีชายคนหนึ่งสวมเสื้อกีฬาสีเหลือง มาเปิดกระเป๋าและหยิบเสื้อผ้าออกไป เเล้วเดินเข้าไปใน รพ.ระยอง คาดว่าน่าจะเป็นญาติผู้ป่วยที่มาเฝ้าไข้เเล้วนำกระเป๋ามาวางและล็อกกุญแจไว้ เนื่ืองจากกลัวคนขโมย แต่ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทราบก่อน


