ทหารส่งนางเดียร์ให้ตร.สารภาพจ้องป่วนถึง2หน

ทหารคุมตัว “เดียร์” ผู้จ้างวานคดีระเบิดศาลอาญา พร้อมผู้ต้องหาชายอีกคนส่งพนักงาน สอบสวนตำรวจแล้ว ผบก.น.6 ร่ายเหตุการณ์ความเชื่อมโยงผู้ร่วมขบวนการอย่างละเอียด เผยชื่อนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา เพิ่งโผล่หลังสอบสวนผู้ต้องหา มีหลักฐานการโอนเงินค่าก่อเหตุประกอบชัดเจน แถมยังโดนข้อหาเพิ่มหลังถูกทหารเข้าแจ้งความกองปราบฯดำเนินคดีข้อหาหมิ่นเบื้องสูงอีกข้อหา ขณะที่โฆษก ตร. เชื่อมีโอกาสที่ทางการสหรัฐฯจะส่งตัว “เอนก ซานฟราน” กลับมาดำเนินคดีข้อหาก่อการร้าย ด้าน ผบ.ทบ. ย้ำ กกล.รส. ต้องรอบคอบอดทนระมัดระวังกลุ่มเคลื่อนไหว หวั่นตกหลุมพรางใช้ความรุนแรง สั่งเข้ม จนท.ปิดช่องโหว่ก่อเหตุ กทม.-ปริมณฑล ร้อง กสม.สอบผู้ต้องหาบึมศาลอาญาถูกซ้อม ขณะที่ “วินธัย” ออกมาโต้มั่นใจ จนท.ไม่ได้ซ้อมให้ผู้ต้องหารับสารภาพ

กรณีคนร้าย 2 คนก่อเหตุขว้างระเบิดสังหารเข้าไปที่ลานจอดรถศาลอาญา แต่ถูกทหารที่ได้ข่าวระแคะระคายว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะก่อเหตุตามสะกดรอยมา ตัดสินใจขับรถขวางรถ จยย.ของคนร้ายจนเกิดดวลปืนกันสนั่นถนนรัชดา ก่อนจับกุมนายมหาหิน ขุนทอง ส่วนนายยุทธนา เย็นภิญโญ ถูกยิง 4 นัดได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัว รพ.พระมงกุฎ สอบสวนนายมหาหินให้การรับสารภาพถึงผู้ว่าจ้างและผู้ร่วมขบวนการ และแผนการป่วนเมืองกว่า 100 จุดทั่วประ เทศ ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 17 คน อยู่ระหว่างติดตามตัว 2 คน

ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 18 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) นำโดย พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.กฎหมายผู้อำนวยการ กอ.รมน. หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คสช. นำผู้ต้องหาคดีปาระเบิดศาลอาญา ที่ควบคุมตัวไว้ตามกฎอัยการศึก 2 คนมาส่งให้คณะพนักงานสอบสวนเป็นชุดที่ 4 ประกอบด้วยนายเจษฎาพงษ์ วัฒนพรชัยสิริ อายุ 44 ปี และนางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี เจ้าหน้าที่ใช้ผ้าปิดตานำผู้ต้องหาควบคุมตัวไว้ในรถตู้คนละคัน จากนั้นเวลา 12.40 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. และ พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 นำตัวไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อสอบสวนและแจ้งข้อหา โดยมีหน่วยอรินทราช 26 ดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

...

มีรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีปาระเบิดศาลอาญาขณะนี้มีทั้งหมด 17 คน เหลือผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวไว้ตามกฎอัยการศึกอีก 2 คนคือ นายวสุ เอี่ยมละออ อายุ 38 ปีลูกชายอดีตรอง ผบก.ภ.จ.ตาก และอดีตผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่องเอเชียอัพเดทเกี่ยวข้องกับการโอนเงิน และนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ อายุ 53 ปี คนรับงานวางระเบิดชุดแรกแต่ไม่ได้ลงมือ ส่วนผู้ต้องหาที่ยังจับกุมไม่ได้ประกอบด้วย นายมนูญ ชัยชนะ หรือ เอนก ซานฟราน และนายวิระศักดิ์ โตวังจร หรือใหญ่ พัทยา คนจัดหาระเบิด นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายธราเทพ มิตรอารักษ์ ลูกชายนางสุภาพร เกี่ยวข้องในส่วนการรับและโอนเงิน และนายวิทย์ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ผู้ร่วมประชุมวางแผนตามผังเครือข่ายผู้ต้องหา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 และ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. นำตัวนางสุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี และนายเจษฎาพงษ์ วัฒนพรชัยสิริ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุระเบิดที่ศาลอาญา มาส่งมอบให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. และคณะพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.ชยพลกล่าวว่า จากกรณีระเบิดที่ศาลอาญารัชดา สรุปได้ว่าคดีนี้มีการจ้างวาน 2 ครั้ง ครั้งแรกเหตุเกิดที่ สน.โชคชัย เมื่อประมาณเดือน ก.พ. มีการจ้างวานให้กลุ่มคนร้ายก่อเหตุ นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน เป็นผู้ว่าจ้าง ติดต่อกับนางสุภาพร หรือเดียร์ ก่อเหตุสร้างความวุ่นวาย โอนเงินครั้งแรก 5 หมื่นบาท ผ่านบัญชีนายวสุ เอี่ยมละออ ไปยังนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา มีนายสุรพล เอี่ยมสุวรรณ รับงาน วางแผนว่าจะทำทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วย ที่ราบ 11 สวนลุมพินี สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร ศาลอาญา และลานจอดรถโรงแรมสยามเคมปินสกี้

พล.ต.ต.ชยพลกล่าวต่อไปว่า แต่ด้วยเหตุผลใดยังไม่ชัด นายสุรพลไม่ลงมือ กลุ่มคนร้ายจึงเปลี่ยนแผนหาตัวผู้ลงมือกระทำความผิดใหม่ จึงเกิดการจ้างวานครั้งที่ 2 ช่วงเดือน มี.ค. มีการประสานงานโดยนางสุภาพรติดต่อนายวิชัย หรือตั้ม อยู่สุข ให้ช่วยหากลุ่มผู้ลงมือ จนได้ตัวนายวีระศักดิ์ หรือบิ๊ก โตวงจร ว่าสามารถดำเนินการได้ มีกลุ่มของนายมหาหิน ขุนทอง และนายยุทธนา เย็นภิญโญ เป็นผู้รับงาน จึงจัดหาระเบิดและปืนให้ จนเกิดเหตุระเบิดที่ศาลอาญา รัชดา นางสุภาพรถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินการที่อยู่ภายในประเทศ โดยมีกลุ่มทุนคือนายมนูญอยู่เมืองนอก และดำเนินการขับเคลื่อนในเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่ยอมรับในเรื่องสถาบัน นางสุภาพรให้การรับสารภาพว่า นอกจากมีอุดมการณ์ที่ตรงกันแล้ว ยังมีข้อตกลงกับนายมนูญว่า หลังจากเสร็จงานนี้แล้ว นายมนูญรับปากว่าจะช่วยเลี้ยงดูบุตรชาย 2 คน และจะพาไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายมนูญจึงโอนเงิน 5 หมื่นบาท มาเข้าบัญชีลูกชายนางสุภาพรเพื่อใช้เยียวยาผู้ต้องหาที่ถูกจับทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.สมยศกล่าวด้วยว่า โดยแท้จริงนางสุภาพรเป็นแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง และคนที่อยู่ในกระบวนการเหล่านี้ ได้สื่อสารถึงกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย บางคนอาจจะไม่รู้จักกันเลยแต่มีการติดต่อถึงกันผ่านทางโซเชียลมีเดีย ด้วยมีแนวความคิดอุดมการณ์ลักษณะเดียวกัน กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ฝ่ายความมั่นคงมีข้อมูลมาโดยตลอด เพียงแต่ว่ายังไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าเป็นผู้กระทำผิด ความเชื่อมโยงต่างๆเกิดจากคำให้การของผู้ต้องหาเป็นไปตามพยานหลักฐาน ส่วนของนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา เราไม่เคยนำมาโยงหรือเกี่ยวข้อง ถ้าไม่มีคำให้การซัดทอด เมื่อนางสุภาพรให้การว่า มีการติดต่อผ่านทางนางณัฎฐธิดาซึ่งทุกอย่างจะปรากฏในสำนวน และถ้ายังซัดทอดไปถึงใครก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนต้องดำเนินการ ส่วนนายมนูญนอกจากมีความผิดในคดีนี้ ยังมีหมายจับความผิดมาตรา 112 ตามข้อมูลถือเป็นผู้มีอิทธิพลพอสมควร

...

ส่วน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การติดตามตัวนายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน ผู้จ้างวานก่อเหตุระเบิดและให้การสนับสนุนทางการเงิน เชื่อมั่นว่ามีพยานหลักฐานชี้ให้ประเทศสหรัฐอเมริกา เชื่อได้ว่าความผิดของนายมนูญไม่ใช่คดีการเมืองแต่เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย เนื่องจากเป็นคดีวางแผนใช้อาวุธและระเบิดก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย จึงเข้าข่ายความผิดการก่อการร้าย ตามขั้นตอนแล้ว สตช.จะประสานผ่านตำรวจสากลติดตามตัวนายมนูญมาดำเนินคดี เชื่อว่านายมนูญยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ เมื่อคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาล อัยการสามารถส่งเรื่องให้ประเทศสหรัฐอเมริกาขอส่งตัวนายมนูญในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามสนธิ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้อีกด้วย กลุ่มคนที่มีแนวคิดทางการเมืองก็ควรแสดงออกทางการเมือง ไม่ใช่ว่าขัดแย้งทางแนวคิดแล้วมาก่อความวุ่นวาย

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) วันเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.) กำชับให้ติดตามและดูแลความสงบเรียบร้อยของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)โดยเฉพาะการเตรียมข้อมูลแผนการปฏิบัติงาน การทำงานของหน่วยในเรื่องความรวดเร็ว แผนรายสัปดาห์ที่จะปฏิบัติต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงการเข้าไปทำความเข้าใจ ควรปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การทำความเข้าใจกับกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะทุกเรื่องมีความอ่อนไหว ทุกกลุ่มต่างมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่า การเคลื่อนไหวของตัวเองต้องการให้เกิดผลอย่างไร ดังนั้น การเข้าไปทำความเข้าใจก่อนในเบื้องต้น จะเป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดภาพที่มีผลกระทบต่อภาพรวม

ส่วนกรณีการจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ควรเข้าไปทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ หากกลุ่มดังกล่าวยังยืนยันที่จะจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่หน้างานจะดูแลการจัดกิจกรรมเหล่านั้นให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย หากสร้างความเดือด ร้อนหรือมีนัยแอบแฝงเพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ต้องใช้ความรอบคอบ และระมัดระวังในการปฏิบัติ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ขอให้เจ้าหน้าที่ กกล.รส.ใช้ความอดทน ความละมุนละม่อมในการปฏิบัติ

...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ให้ทั้งสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย หรือมีผู้ไม่หวังดีก่อความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องทำงานประสานสอดคล้องกันเพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีก่อเหตุได้ ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ข่าวทั่วไปทั้งการจับกุมอาวุธสงครามที่วัดป่าสีวลี จ.สระบุรี รวมถึงกรณีของการจับกุมนางณัฎฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา ถูกตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันก่อการร้าย กรณีที่เกิดความไม่ชัดเจนเรื่องการจับกุมในช่วงแรกเพราะคดีความมั่นคง มีคณะทำงานของเจ้าหน้าที่หลายส่วน การดำเนินการบางครั้งต้องเป็นไปตามหน้างานเพื่อไม่ให้ข่าวรั่ว แต่ในระดับผู้บังคับบัญชาต้องได้รับทราบร่วมกัน

ด้าน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยว่า ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดต่อมายัง กสม. เพื่อจะยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ต้องหาเหตุการณ์ระเบิดศาลอาญา 4 คน ได้แก่ นายสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน นายชาญวิทย์ จริยานุกูล นายนรพัฒน์ เหลือผล และนายวิชัย อยู่สุข ที่ถูกจับกุมตัวตามกฎอัยการศึกระหว่างวันที่ 9 -15 มี.ค.ว่า มีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาทั้ง 4 คนโดยการชกต่อย การกระทืบศีรษะ ทรวงอก หลัง และข่มขู่ว่าจะทำร้ายเพื่อให้ได้ข้อมูลจากผู้ต้องหาดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ต้องหาบางรายยังโดนช็อตด้วยไฟฟ้า และยังคงปรากฏร่องรอยดังกล่าวบริเวณผิวหนังระหว่างการควบคุมตัว หลังยื่นร้องเรียนแล้ว กสม.จะเข้าไปตรวจสอบเรื่อง ส่วนจะเชิญใครมาให้ข้อมูลต้องดูการยื่นร้องเรียนก่อน

ส่วน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก และโฆษก คสช. เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า น่าจะเป็นเพียงคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานข้อพิสูจน์ อีกทั้งจากการตั้งข้อสังเกตพบว่า ระยะหลังมีร้องเรียนในลักษณะนี้ทุกครั้งเหมือนกับร้องเรียนไว้ก่อน หรือมีความกังวลจึงทำตามสิทธิไว้ก่อน ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเพราะบางครั้งการให้ข้อมูลที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จออกไปเกรงว่าจะไปมีผลกับผู้ต้องหาในอนาคต เมื่อถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีถ้ากรณีที่ศาลอาจจะพิจารณาลดหย่อนอัตราโทษให้ก็มั่นใจว่า ไม่มีเหตุผลที่เจ้าหน้าที่จะต้องไปบังคับขู่เข็ญ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ใช้มาตรการบังคับแน่นอน การดำเนินการทุกอย่างจะอยู่ในวิธีแนวทางที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ที่สำคัญการให้ข้อมูลในชั้นนี้จะเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งยังไม่ใช่ข้อผูกมัด เพราะขั้นตอนฟ้องเอาผิดจะอยู่ในขั้นตอนต่อไปของตำรวจ

...

ที่กองปราบปราม เวลา 15.30 น. พ.อ.วิจารณ์ จดแดง ผู้อำนวยการส่วนกฎหมายและมนุษย์ชน กอ.รมน. และคณะทำงาน คสช. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ยุทธวัฒน์ กล่ำกล่อมจิตร์ พงส.ผนพ.กก.2.บก.ป. แจ้งความดำเนินคดี น.ส.ณัฏฐธิดา หรือแหวน มีวังปลา ผู้ต้องหาร่วมก่อคดีระเบิดศาลอาญาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ข้อหาหมิ่นเบื้องสูง พร้อมนำเอกสารการสอบปากคำ น.ส.ณัฎฐธิดา และหลักฐานข้อความที่มีโพสต์ไว้ในแอพลิเคชั่นไลน์มามอบเป็นหลักฐานก่อนหน้านี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นำข้อความที่มีผู้โพสต์ไว้ในแอพลิเคชั่นไลน์ “กลุ่มไทยภาคี” ซึ่งเป็นข้อความหมิ่นเบื้องสูงมาโพสต์ต่อลงในกลุ่ม “DNP แอนด์เพื่อนแม้ว” กลุ่มไลน์ดังกล่าวมีนางสุภาพร หรือเดียร์ ร่วมอยู่ด้วย นอกจากนี้ ยังนำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ลงในกลุ่มไลน์ “GERRARD” ด้วย เหตุเกิดขึ้นที่ห้องเลขที่ 11/16 อาคารที 2 คอนโดเมืองทองธานี ถนนป๊อบปูล่า ต.บ้านไทร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เบื้องต้น พ.ต.ท.ยุทธวัฒน์ ได้รับเรื่องไว้พร้อมกับรายงานไปยัง พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

ที่ ปปง. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง.เผยถึงกรณีการตรวจสอบธุรกรรมขบวนการปาระเบิดศาลอาญาว่า เบื้องต้นได้รับการประสานงานมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ทาง ปปง.ดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้ก่อเหตุปาระเบิดศาลอาญา ตรวจสอบพบว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องประมาณหลักแสนหรือหลักล้านบาท ในส่วนของรายละเอียดและความเชื่อมโยงกับนายเอนก ซานฟราน นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ปปง.จะตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากมีความคืบหน้าหรือข้อมูลที่ชัดเจนแล้วก็จะแถลงให้ทราบต่อไป