ปปง.ประกาศยึดอายัดทรัพย์ขบวนการโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น 7 พันล้านบาท ด้านดีเอสไอเตรียมประชุมดำเนินการ เอาผิดกับวัดพระธรรมกายฐานฉ้อโกง หลังวัดคืนเงินมาบางส่วนแล้ว ขณะที่อัยการยันคดีนี้ยอมความไม่ได้

หลังจากสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเริ่มยิ้มออก ที่มีโอกาสได้เงินที่ฝากไว้กับสหกรณ์ฯ คืนมา ขณะเดียวกัน ปปง.ก็เตรียมยึดทรัพย์กลุ่มบุคคลและบริษัท ที่มีการยักย้ายถ่ายเทเงินของสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยนฯ เป็นมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เมื่อเวลา 15.30น. วันที่ 18 มี.ค. พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลง ผลการตรวจสอบยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม ในคดีทุจริตยักยอกเงินสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ภายหลังจากที่ดีเอสไอและ ปปง.ได้ตรวจสอบเส้นทางเงินและติดตามเงินที่ถูกยักยอกมาจากสหกรณ์ดังกล่าว ว่า นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด นำเงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์ ของสหกรณ์ ไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ โดยใส่ชื่อตนหรือผู้อื่นเป็นผู้ครอบครองทรัพย์สินเพื่อเจตนาซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและรายงานธุรกรรมทางการเงินของนายศุภชัย พบว่ามีนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล อดีต พระวัดพระธรรมกายและเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเอส ดับบลิว โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) นางสาวอริสรา วัฒนาศิรินุกุล นายอภิชัย วัฒนาศิรินุกุล นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นางสิริกร นวอิสรารักษ์ นางสาวอริสรา นวอิสรารักษ์ นายอภิชัย ศรีม่วงงาม และนายธวัช ฮ่วนสกุล เป็นผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายศุภชัย โดยเป็นบุคคลรับโอนเงินและทรัพย์สินต่างๆจากนายศุภชัย

พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวต่อไปว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ของ ปปง. ได้ตรวจสอบพบทรัพย์สินที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพิ่มอีกจำนวน 192 รายการ ประกอบด้วย หุ้นในบริษัทเอส ดับบลิว โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเอส ดับบลิว ลันตากรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทเอส ดับบลิว ภูเก็ตกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 11 รายการ เป็นเงินมูลค่าประมาณ 6,600,000,000 (หกพันหกร้อยล้านบาท) ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของบริษัทเอส ดับบลิว โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จำนวน 7 รายการ รถยนต์นั่ง ส่วนบุคคล จำนวน 4 รายการ บัญชีเงินฝากธนาคาร จำนวน 18 บัญชี ประมาณ 194,205 บาท หุ้นในบริษัท จีแอลโอดับบลิว ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด จำนวน 3 รายการ เป็นเงินมูลค่าประมาณ 500,000,000 บาท ที่ดินตามโฉนดที่ดิน จำนวน 24 รายการ ทองรูปพรรณ พระเครื่อง วัตถุมงคล เครื่องประดับ อาวุธปืน กรมธรรม์ประกันชีวิต บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 125 รายการ ทั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาแล้ว มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดรายคดีนายศุภชัยกับพวก จำนวน 192 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 7 พันล้านบาท

นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน ในฐานะคณะทำงานปรึกษาคดีพิเศษดีเอสไอ ในการสอบสวนคดียักยอก ฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กล่าวถึงกรณีการดำเนินการเอาผิดกับวัดพระธรรมกาย ฐานฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ หลังจากวัดพระธรรมกายมีการคืนเงินแล้ว ว่า ในวันที่ 20 มี.ค.เวลา 10.00 น. ดีเอสไอจะนำเรื่องนี้เข้าประชุมอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะมีการพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้อย่างไร ตอนนี้ต้องรอผลการประชุมออกมาก่อน วันดังกล่าวตนติดภารกิจอาจจะไม่ได้เข้าร่วมประชุม แต่จะมีคณะทำงานที่ปรึกษาคดีพิเศษในคดีนี้ ที่เป็นพนักงานอัยการอีก 3 คนเข้าร่วมประชุม สำหรับคดีนี้ถ้าหากเป็นการฉ้อโกงส่วนบุคคลสามารถยอมความได้ แต่ถ้าหากกระทำเป็นลักษณะฉ้อโกงประชาชนไม่สามารถที่จะยอมความได้ ส่วนการกระทำของวัด พระธรรมกาย จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ยังไม่สามารถพูดรายละเอียดในตอนนี้ได้ ต้องรอดูผลการพิจารณาในการประชุมวันที่ 20 มี.ค.

ด้านพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ข้อความว่า “เสาร์ที่ 21 มีนานี้ พบกับ behind the deal เบื้องลึก เบื้องหลัง เคลียร์ประเด็น ไม่คืน ไม่หนี ไม่จ่าย แต่เป็นการเยียวยาเพื่อนมนุษย์ และทำไมถึงเพิ่งดำเนินการ พร้อมหลักธรรมะ เมตตาและให้อภัย” พร้อมทั้งมีรูปภาพประกอบเป็นรูปของพระสนิทวงศ์ โดยในรูปมีข้อความระบุว่า DMC Live เสาร์ 21 มีนานี้ 19.30-21.00น. พระสนิทวงศ์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า การถ่ายทอดสดในวันดังกล่าว จะเน้นเทศน์เรื่องการให้อภัยกัน เมตตาต่อกัน แต่จะไม่เน้นในเรื่องที่กำลังเกี่ยวกับสหกรณ์ ซึ่งจะให้เป็นหน้าที่ของทนายให้รายละเอียดเท่านั้น