หนุ่มเจ้าของร้านสเต๊ก โร่ไปทวงค่านายหน้าขายที่ 1 แสนบาท กับเสี่ยใหญ่เมืองนครปฐม แต่ถูกปฏิเสธ จนระเบิดอารมณ์มีปากเสียงกัน ควัก .38 เป่าเสี่ยเจ้าของฟาร์มหมูดับคาโต๊ะทำงาน ก่อนยิงตัวตายตาม...
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 มี.ค.58 ร.ต.ท.ปิยศักดิ์ ราชาวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งมีเหตุยิงกันตาย ภายในบ้านพัก องอาจฟาร์มหมู เลขที่ 3/2 หมู่ 3 ต.หนองปากโลง อ.เมืองนครปฐม หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.รัตนะ ปานจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.อุดม เปี่ยมศักดิ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม ชุดสืบสวนกองวิทยาการ ภาค 7 แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม
ที่เกิดเหตุ พบศพนายองอาจ สุวรรณนที อายุ 38 ปี เจ้าของบ้านนั่งเสียชีวิตอยู่ที่เก้าอี้โต๊ะทำงานในลักษณะนั่งพิง มีเลือดอาบลำตัว โดยมีรอยกระสุนปืนยิงเข้าที่ลำคอและใต้คาง 2 แห่ง และที่มีซ้ายพาดห้อยอยู่ที่เก้าอี้มีรอยกระสุนปืนยิงที่ฝ่ามือทะลุ ส่วนที่หน้าโต๊ะทำงานพบศพ นายสุทิน สังข์กลิ่นหอม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192/3 ถนนทรงพล อ.เมืองนครปฐม เจ้าของร้านสเต๊ก นอนหงายเสียชีวิตอยู่ที่พื้นหน้าโต๊ะทำงาน มีเลือดไหลอาบนองที่ศีรษะ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่หัวด้านซ้ายทะลุขวา 1 นัด ศพยังนอนทับอาวุธปืนพกสั้นโคล ซุปเปอร์ บรรจุกระสุนขนาด .38 ซุปเปอร์ ยังเหลือลูกปืนในแม็กกาซีน 3 นัด จากการตรวจที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนที่ยิงแล้ว เป็นปลอกกระสุนขนาด .38 ซุปเปอร์ตกอยู่ 5 ปลอก จึงเก็บเป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม นายสุชาติ ตั้งกิจเจริญวุฒิ อายุ 43 ปี เผยว่า นายสุทิน ผู้ตายได้ขับรถมาชวนตนเองเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเจรจากับนายองอาจ เรื่องค่านายหน้าขายที่ดิน เพราะที่ดินที่ติดต่อให้นายองอาจขายไปนั้นขายไปแล้วแต่ค่านายหน้ายังไม่ได้ และเคยมาทวงหลายครั้งแต่ถูกนายองอาจปฏิเสธ ตนเองจึงมาด้วยเพราะเห็นว่าสนิทกันทั้ง 2 ฝ่ายและน่าจะคุยกันได้ เมื่อมาถึงนายองอาจ ที่อยู่ในบ้านเมื่อเห็นนายสุทินจึงเดินออกมาที่ชานบ้านและเรียกนายสุทิน กับตนเองนั่งคุยที่โต๊ะทำงาน ทั้ง 2 ได้นั่งคุยกัน ทั้ง 2 เริ่มมีปากเสียงกัน เพราะฝ่ายหนึ่งจะทวงค่านายหน้า 1 แสนบาท อีกฝ่ายหนึ่งบอกปฏิเสธเพราะคนซื้อมีเงื่อนไขขอลดหย่อน จึงคุยกันไม่รู้เรื่อง ตนจึงขอตัวลุกเดินออกมาเพราะเห็นคุยกันไม่รู้เรื่อง เมื่อเดินออกมาได้เพียงแค่ 10 เมตร ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อหันไปดูเห็นนายสุทินกำปืนยิงจนนายองอาจแน่นิ่งไป จากนั้นก็ใช้ปืนตัวเองที่ติดมายิงเข้าที่หัวตัวเองยิงเสียชีวิต ตนจึงรีบแจ้งตำรวจดังกล่าว.


