สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (สคจ.) เริ่มยิ้มออก หลังกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจ่ายเงินกว่า 684 ล้านบาทคืน โดยได้แล้วเช็คงวดแรก 100 ล้านบาท ประธาน สคจ.ระบุยังติดล็อกถูกระงับการเบิกถอน รอฟังคำไต่สวนศาลล้มละลายกลาง 20 มี.ค.นี้ เล็งจ่ายสมาชิกและลูกหนี้เป็นเปอร์เซ็นต์ก่อน แต่เงินที่เหลือ 130 ล้านบาท อาจต้องฟ้องอดีตผู้บริหารอีกหลังพบกระจายให้กับคนอื่นกับมูลนิธิบางแห่ง ด้าน “พุทธะอิสระ” โผล่ศาลอาญายื่นฟ้อง “พระมหาโชว์-เสถียร วิพรมหา” ฐานหมิ่นประมาท ต่างกรรมต่างวาระ ตามด้วยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดคนละ 60 ล้านบาท
จากกรณีศาลจังหวัดธัญบุรี นัดพิจารณาไกล่เกลี่ยคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด (สคจ.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธาน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำเลยที่ 1 วัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 2 และพระธัมมชโย เป็นจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การที่วัดพระธรรมกายยอมคืนเงิน 684 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายเผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด (สคจ.) ได้รับแคชเชียร์เช็ค ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 100 ล้านบาท จำนวน 1 ใบ และเช็คจ่ายล่วงหน้า ธนาคารกรุงไทย 184,780,000 บาท จำนวน 1 ฉบับ และเช็คจ่ายล่วงหน้า ธนาคารกรุงไทย 100 ล้านบาท จำนวน 4 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 684,780,000 บาท จากกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เพื่อช่วยเหลือวัดพระธรรมกาย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระเหมะญาณมหามุนี และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ขณะที่บรรยากาศภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด (สคจ.) ตลอดช่วงเช้า เริ่มมีสมาชิกเดินทางมาส่งทุนเรือนหุ้นอย่างต่อเนื่อง
นายเผด็จกล่าวว่า การที่วัดพระธรรมกาย ยอมจ่ายเงิน 684 ล้านบาท คืนให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทำให้สมาชิก สคจ.มีความเชื่อมั่นทางการเงินมากขึ้น และเริ่มเข้ามาส่งเงินทุนเรือนหุ้น หลังจากขาดส่งมาหลายเดือน เพราะการได้เงินคืนจากวัดพระธรรมกายมีน้อยมาก แม้ฟ้องร้องก็อาจไม่ได้เงินคืน เนื่องจากนำเงินไปก่อสร้างเคหสถานหมดแล้ว แต่คณะกรรมการ สคจ. พยายามเจรจาหลายครั้ง จนลูกศิษย์กลุ่มใหญ่ ที่มีอำนาจในวัดพระธรรมกาย ลงความเห็นยอมคืนเงิน 684 ล้านบาท โดยตั้งกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เพื่อช่วยเหลือวัดพระธรรมกาย แบ่งจ่ายเป็น 5 งวด งวดละ 100 ล้านบาท แต่งวดสุดท้ายในเดือน ส.ค.นี้ จ่ายเป็นเช็ค 184 ล้านบาท และตนได้รับแคชเชียร์เช็ค ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ 100 ล้านบาท จำนวน 1 ใบ งวดแรกเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าหลังได้รับเงินจากวัดพระธรรมกายครบ ก็จะทำตามแผนบริหารเยียวยาให้กับสมาชิกและรวมถึงลูกหนี้ แต่อาจจ่ายให้เป็นเปอร์เซ็นต์ตามจำนวนหนี้มากน้อยต่างกันไป แต่ตอนนี้สหกรณ์เครดิต–ยูเนี่ยนคลองจั่น ถูกระงับการเบิกถอนทั้งหมด เพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือมีหนี้มากกว่าทุน รวมทั้งมีเจ้าหนี้ฟ้องร้องกว่า 300 ราย และเมื่อวันที่ 26 ส.ค.57 คณะกรรมการ สคจ.ยื่นคำร้องขอให้ศาลล้มละลายกลาง ไต่สวนเพื่อฟื้นฟู สคจ.ตั้งผู้จัดการทำแผนบริหาร หรือตั้งผู้บริหารชั่วคราว และศาลนัดพิจารณาไต่สวนในวันที่ 20 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ห้องบัลลังก์ 9 ที่ศาลล้มละลายกลาง ทำให้ไม่สามารถดำเนินกิจการใดๆได้ ต้องรอฟังการไต่สวนของศาลล้มละลายก่อน
ประธาน สคจ.กล่าวอีกว่า ส่วนเงินที่เหลืออีก 130 ล้านบาทนั้น ต้องไปฟ้องเรียกกับนายศุภชัยอีก เบื้องต้นทีมทนายตรวจสอบพบว่าเงิน 130 ล้านบาท นายศุภชัยได้มอบกระจายให้กับบุคคลอื่น และมีมูลนิธิบางแห่ง แต่ไม่อาจเปิดเผยได้ตอนนี้ เพราะกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด
ขณะที่เมื่อสอบถามนายวีรชัย เกตุน้ำเทียง อายุ 50 ปี สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่มาติดตามข่าว กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่วัดพระธรรมกายยอมคืนเงินให้ 684 ล้านบาท ทำให้มีความเชื่อมั่น เพราะสมาชิก สคจ. ส่วนใหญ่เป็นคนจนและคนชรา นำเงินมาฝากเก็บไว้กินตอนชราภาพ หากขาดเงินส่วนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน
ในส่วนของการดำเนินคดี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษดีเอสไอ กล่าวว่า นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ แจ้งว่าจะให้ทีมสืบสวนคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น แถลงความคืบหน้าในวันที่ 20 มี.ค.นี้ หลังทราบผลจากศาลล้มละลายกลางว่าจะให้มีการฟื้นฟูกิจการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นหรือไม่
อีกด้านหนึ่งที่ศูนย์บริการประชาชนชั่วคราว สำนักงาน ก.พ. นายชัยณรงค์ หนูจีนเส้ง ตัวแทนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเคหะรัษฎาภูเก็ต จำกัด เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอให้ช่วยเหลือเนื่องจากเครือ– ข่ายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนทั่วประเทศกว่า 1,200 แห่ง ได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวทุจริตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ทำให้สมาชิกสหกรณ์ฯ เกิดความไม่มั่นใจและทยอยถอนเงิน จึงขอให้นายกฯ กำกับดูแลสื่อที่นำเสนอข่าวและสร้างความเชื่อมั่นให้เครือข่ายสหกรณ์ฯ ผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กรณีพุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม แห่งวัดอ้อน้อย ออกมาคัดค้านมติมหาเถรสมาคมที่ไม่เอาผิดอาบัติปาราชิกธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช รวมถึงกรณีรับเงินบริจาคที่มาจากอดีตผู้บริหารสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น ที่กำลังถูกดำเนินคดีฉ้อโกงประชาชนอยู่ในขณะนี้ จนนำไปสู่การวิวาทะกับคณะสงฆ์และฆราวาสบางกลุ่มนั้น ต่อมาในช่วงบ่าย ที่ศาลอาญา พุทธอิสระเป็นโจทก์ยื่นฟ้องพระมหาโชว์ ทสฺสนิโย ผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และนายเสถียร วิพรมหา อาจารย์ประจำภาควิชา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท ในกรณีที่จำเลยทั้งสองแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.1 ป.กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2558 โจทก์บุกรุก และกระทำการหมิ่นประมาทฯ และหาว่าโจทก์ใส่ความคณะสงฆ์เพื่อให้เกิดความแตกแยก นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่าโจทก์นำมวลชนบุกรุกวัดปากน้ำภาษีเจริญพร้อมด้วยทหารและอาวุธครบมือ โดยได้นำสิ่งสกปรก โสโครกอ้างว่าเป็นสังฆทานไปมอบแด่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นการลบหลู่ พูดจาคุกคาม
กับอีกกรณีเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2558 จำเลยที่ 2 แถลงข่าวที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ความว่า “ในช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง มีหลักฐานชัดเจนว่า พุทธะอิสระหรือโจทก์เดินทางไปเรียกรับผลประโยชน์กับโรงแรมแห่งหนึ่ง มีหนังสือพิมพ์หลายฉบับลงข้อความการแถลงข่าวดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2558 จำเลยได้แจ้งความต่อพระครูอุดมพัฒนคุณ เจ้าอาวาดวัดพระไกรสีห์ บางกะปิ ในฐานะเจ้าคณะแขวงบางกะปิ วังทองหลาง กล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดขอให้ลงโทษตามกฎมหาเถรสมาคม โดยหาว่าโจทก์ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย โดยกรรโชกทรัพย์จากโรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2551 ต้องปาราชิก มีสื่อนำไปเสนอข่าว นอกจากนี้ จำเลยยังมีการกระทำอื่นๆ โดยมีเจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย หลายครั้งหลายหน ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.985/2558 นอกจากนี้ พุทธอิสระยังได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองฐานละเมิดคนละ 60 ล้านบาทด้วย


