โจรทมิฬบุกบ้านหญิงชราวัย 70 ปี หมายชิงทรัพย์ เหยื่อขัดขืน ถูกมีดแทง-ของแข็งทุบดับอนาถ สามีกลับจากขายผักเปิดประตูบ้าน สุดช็อกพบศพเมียรัก เผยสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาทพร้อมพระร่วงรางปืนมูลค่าหลักล้าน ที่ผู้ตายห้อยประจำหายไป คาดคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์หรืออาจรับใบสั่งจากเซียนพระ แต่ไม่ตัดประเด็นผู้ตายปล่อยเงินกู้
คนร้ายชิงทรัพย์แทงหญิงชราดับภายในบ้าน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 16 มี.ค. พ.ต.ท.วิทยา เรืององอาจ พงส.ผนพ.สน.บางชัน รับแจ้งเหตุพบศพหญิงชราถูกแทงเสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 51 ซอยรามคำแหง 118 แยก 33 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตสะพานสูง กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน พ.ต.ท.อภิชาติ อุตรมาตย์ รอง ผกก.สส.สน.บางชัน พ.ต.ท.ธีรยุทธ ใหม่แปง รองผกก.ป.สน.บางชัน แพทย์นิติเวช รพ.ตร. และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสูง 2 ชั้น ปลูกบนเนื้อที่ 60 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด บริเวณห้องนั่งเล่นชั้นล่างของตัวบ้านที่ดัดแปลงเป็นที่นอน พบศพนางประคอง บุญชื่น อายุ 70 ปี นอนหงายเสียชีวิตจมกองเลือด ในชุดเสื้อไหมพรมแขนยาวสีชมพู กางเกงผ้าสามส่วนลายดอก ที่หน้าอกมีหมอนเปื้อนเลือดวางอยู่ 1 ใบ ตรวจสอบพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมที่ใต้ราวนมด้านซ้าย 1 แผล นอกจากนี้ ยังพบแผลฟกชํ้าถูกตีด้วยของแข็งทั่วร่างกาย คาดเสียชีวิตไม่เกิน 4 ชั่วโมง ส่งศพให้แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร. ชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง
สอบสวนนายธานี บุญชื่น อายุ 73 ปี สามีผู้ตาย ทราบว่ามีอาชีพขายผักอยู่ที่ตลาดนัดในหมู่บ้านพฤกษชาติใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ออกจากบ้านในช่วงตีห้าของทุกวัน ก่อนเกิดเหตุกลับมาที่บ้านในเวลาประมาณ 21.30 น. พบประตูหน้าบ้านไม่ได้ล็อก ซึ่งปกติผู้ตายจะล็อกประตูบ้านจากด้านใน เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบผู้ตายนอนจมกองเลือดเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ
พ.ต.ท.วิทยา เรืององอาจ พงส.ผนพ.สน.บางชัน เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวผู้ตายพักอาศัยอยู่กับสามีเพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว ส่วนสามีไปขายของ คนร้ายจึงสบโอกาสเข้ามาก่อเหตุ มีการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจาย พบสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท พร้อมพระร่วงรางปืนที่ผู้ตายห้อยคอเป็นประจำหายไป เบื้องต้นคาดเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ แต่ยังไม่ตัดประเด็นที่ผู้ตายปล่อยเงินกู้
เย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน กล่าวว่า ตรวจสอบประวัติผู้ตายเคยเปิดร้านขายของชำแต่ปัจจุบันหันไปปล่อยเงินกู้ ชันสูตรพลิกศพพบผู้ตายนอนทับตะกรุด 1 ดอก สามีผู้ตายยืนยันว่าไม่เคยเห็นตะกรุดดอกนี้มาก่อน คาดเป็นของคนร้ายที่ต่อสู้กับผู้ตายทำตกอยู่ ห้องมีร่องรอยการต่อสู้และรื้อค้น หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนบก.น.4 ตำรวจสืบสวน สน.บางชัน และ บก.สส.บช.น. ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง บริเวณป่ารกข้างบ้านพบกระเป๋าสะพายสีดำและกระเป๋าใบเล็กสีน้ำตาลซุกซ่อนอยู่ในป่า ภายในกระเป๋าใบเล็กสีน้ำตาลพบสมุดบัญชีธนาคาร ของนายธานี สามีผู้ตาย ห่างรั้วหลังบ้านประมาณ 50 เมตร ที่เป็นป่าหญ้าขนาดใหญ่ ยังพบกระเป๋าสะพายข้างสีดำ 1 ใบ ภายในมีเอกสารประจำตัวของผู้ตาย ใกล้กันยังเจอหมวกไหมพรมสีแดงและถุงมือสีเทา 1 ข้าง คาดเป็นของคนร้าย เชื่อว่าเป็นเส้นทางหลบหนีของคนร้ายมุ่งหน้าไปยังถนนกาญจนาภิเษก เส้นขนานวงแหวนรอบนอก ใกล้ด่านทับช้าง ชุดสืบสวนจึงเดินตรวจสอบไปจนถึงบริเวณใต้สะพานข้ามคลองเจ็ก ถนนกาญจนาภิเษก พบกล่องใส่พระเครื่อง กางเกงขาสั้นสีดำเปื้อนเลือด ซึ่งกระเป๋าทั้ง 3 ใบที่พบนายธานียืนยันว่าเป็นของผู้ตาย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้วส่งให้ พฐ.ตรวจลายนิ้วมือแฝงเพื่อตามหาคนร้าย เบื้องต้นคาดคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์สินหรือได้รับใบสั่งจากนักเลงพระที่อาจเห็นผู้ตายใส่สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และพระร่วงรางปืนราคาหลักล้าน


