สั่งปิดอุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์พืช รวม 8 แห่งในพื้นที่เชียงราย ป้องกันคนลอบเข้าพื้นที่เผาป่า ขณะที่สนามบิน สั่งติดสปริงเกอร์ฉีดน้ำบริเวณหัวรันเวย์ ช่วยลดหมอกควัน อำนวยความสะดวกนักบินนำเครื่องขึ้นลง ...
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.เชียงราย หมอกควันวิกฤติหนัก จากการลักลอบเผาป่าและวัชพืช โดยที่ อ.เมือง วัดค่าฝุ่นละออง ได้ 296 ไมโครกรัม/ลบ. ในขณะที่ อ.แม่สาย อยู่ที่ 227 ไมโครกรัม/ลบ. มีจุดฮอตสปอตกว่า 200 จุด พบมากที่สุดที่ อ.แม่สรวย และ อ.เวียงป่าเป้า ทำให้สภาพอากาศทั่วไป มีฟ้าหลัว หมอกควันหนาแน่น และเศษเถ้าถ่านปลิวว่อนไปทั่วเมือง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีเท่าที่ควร เบื้องต้น ทางเทศบาลนครเชียงราย ได้นำรถดับเพลิงจำนวน 5 คัน ออกฉีดน้ำล้างถนน และตระเวนฉีดพ่นละอองน้ำ เพื่อลดปริมาณหมอกควันแล้ว
ขณะที่ นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผอ.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ นำสปริงเกอร์ฉีดน้ำ ไปติดตั้งที่บริเวณหัวรันเวย์ เพื่อให้เกิดความชื้นในอากาศ ลดหมอกควันไฟ เพื่อให้นักบินมองเห็นระบบไฟรันเวย์ของท่าอากาศยาน ที่เปิดนำร่องได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมั่นใจว่านักบินจะนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัย และขณะนี้ยังไม่พบปัญหาการนำเครื่องลงจอดแต่อย่างใด
ส่วนที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 นายนิพนธ์ จำนงค์สิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ได้ประกาศสั่งปิดพื้นที่อุทยานฯ ที่อยู่ในการดูแล จำนวน 6 แห่ง และปิดเขตรักษาพันธุ์พืช 2 เขต จนถึงวันที่ 30 เม.ย.58 เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าไปจุดไฟเผาป่า โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ตามด่านตรวจ ดำเนินการอย่างจริงจัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.แม่สาย ได้เกิดเหตุไฟไหม้กองเปลือกข้าวโพดริมถนน เส้นทางแม่สาย-เชียงแสน อ.เชียงแสน ก่อนลุกลามไปยังดอยสูง กินพื้นที่กว่า 100 ไร่ เจ้าหน้าที่เทศบาลศรีดอนชัย ต้องนำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำ พร้อมทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามขยายเป็นวงกว้าง
ส่วนที่ อ.แม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) กรมป่าไม้ และเจ้าหน้าที่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ร่วมกันเข้าเคลียร์พื้นที่ป่าบนยอดดอยระหว่าง ดอยตุง-ดอยช้างมูบ ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุง ตามพระราชดำริ ภายหลังจากขอเครื่องเฮลิคอปเตอร์มาช่วยรดน้ำดับเมื่อวานนี้ เพราะเกรงว่าไฟจะปะทุ ลุกไหม้ขึ้นมาอีก.


