วัดธรรมกายไกล่เกลี่ยสหกรณ์ยูเนี่ยนฯ ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ยอมคืนเงิน 684 ล้าน-แบ่งจ่ายรายเดือน แลกกับการทำหนังสือถึง ดีเอสไอ-ป.ป.ง. ให้ทราบถึงการชำระเงินคืน ...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 มี.ค. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี คดีดำที่ พ.736 /2557 กรณีที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยที่ 1 วัดพระธรรมกาย จำเลยที่ 2 และ พระธัมมชโย เป็นจำเลยที่ 3 ที่ห้องพิจารณาที่ 13 โดยเมื่อเวลา 09.30 น. นางประภัสสร พงศ์พิพัทธ์พิศาล ฝ่ายกฎหมาย สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น พร้อมทนายความ ได้เดินทางมาถึง โดยไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวแต่อย่างใด


ในขณะที่ นายสัมพันธ์ เฉิมชีพ ทนายความของวัดพระธรรมกาย เดินทางมาที่ศาลธัญบุรี ซึ่งให้สัมภาษณ์ว่า มาเป็นตัวแทนของวัดพระธรรมกาย ในการพิจารณาคดีดังกล่าว ซึ่งทางสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้น ได้มีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 818 ล้านบาท แต่ทางวัดเองมีหลักฐานในการโอนเงินให้แก่วัดของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร เพียงแค่ 684 ล้านเท่านั้น ก็คงจะต้องรอศาลพิจารณา

ต่อมาเวลา 11.00 น. นางประภัสสร พงศ์พันธุ์พิศาล เลขานุการคณะกรรมการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมทนายความ และทางด้านฝ่าย นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายฝั่งวัดพระธรรมกาย ได้ออกมาจากห้องพิจารณาคดี ที่ศาลจังหวัดธัญบุรี จากนั้นได้เข้าไปภายในห้องศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันไกล่เกลี่ย เรื่องการเรียกเงินบริจาคจำนวน 814 ล้านบาท คืนจากวัดพระธรรมกาย ซึ่งการไกล่เกลี่ยคดีแพ่งที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ยื่นฟ้องวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย กับพวก ต่อศาลจังหวัดธัญบุรีนั้น

เบื้องต้นมีข้อสรุปจากทางวัดว่า จำเลยที่ 2 คือวัดพระธรรมกาย และจำเลยที่ 3 คือ พระธัมมชโย ยอมคืนเงินจำนวนเงินกว่า 684 ล้านบาท โดยจะระดมเงินทุนในรูปแบบกองทุนพิเศษ เพื่อหาเงินมาชำระให้กับสหกรณ์ โดยสั่งจ่ายด้วยเช็คธนาคารล่วงหน้า และแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 100 ล้านบาท

โดยทางวัดพระธรรมกาย ต้องการแลกกับการที่สหกรณ์ทำหนังสือถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ให้ทราบถึงการชำระเงินคืน โดยมีกระแสข่าวลือว่า เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีอาญากับทางวัดและพวก สำหรับในส่วนคดีของ นายศุภชัย ศรีสุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวน 130 ล้านนั้น มีความทับซ้อนกับคดีของศาลแพ่ง จึงได้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ขอโอนย้ายไปที่ศาลแพ่ง เพื่อรวมเป็นคดีเดียวกัน.