ไม่ให้ประกันเพิ่มอีก1ข้อหาสาวเดียร์กับพวก

ฝากขัง 4 ผู้ต้องหาบึมศาลอาญาลอตแรกค้านประกันนอนคุก ออกหมายจับ คดีก่อการร้าย อั้งยี่ และเป็นผู้จ้างวานอีก 5 ราย “เดียร์” นำทีมพร้อม “เอนก ซานฟราน” ตัวการสำคัญอีกทอด ทหารรวบได้เพิ่ม 2 ราย เตรียมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีลอตสอง พร้อมสาวเดียร์ ผบ.ตร.ย้ำหลักฐานสาวถึงใครต้องดำเนินคดี ยันไม่ได้บิดเบือนเจาะจงคนกลุ่มใด “ปณิธาน” โว รัฐบาลใช้มาตรการเข้มรับมือคำอ้างผู้ต้องหาถึงแผนป่วน 100 จุด สถานการณ์โดยรวมยังควบคุมได้

การขยายผลเครือข่ายป่วนเมืองปาระเบิดหน้าศาลอาญา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ทหารสกัดจับทันควัน คือ นายมหาหิน ขุนทอง อายุ 34 ปี คนขี่ จยย. และนายยุทธนา เย็นภิญโญ อายุ 34 ปี มือปาบึม นำไปสู่การรวบตัวเพื่อนร่วมแก๊งหลายราย รวมถึง น.ส.สุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี ผู้บงการอีกทอด ส่งตำรวจร่วมสืบสวนสอบสวนควานหาตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังโยงใยขบวนการหมิ่นเบื้องสูงในสหรัฐอเมริกา

ความคืบหน้าที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 09.12 น. วันที่ 14 มี.ค. พนักงานสอบสวน บช.น.นำตัวผู้ต้องหาชุดแรกที่ถูกออกหมายจับในคดีขว้างระเบิดสังหารอาร์จีดี-5 ลอต 57 ใส่ลานจอดรถศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกครบ 7 วัน จำนวน 4 คน ได้แก่ นายมหาหิน ขุนทอง ทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ นายยุทธนา เย็นภิญโญ ทำหน้าที่ปาระเบิด น.ส.ณัฎฐ์พัชร์ อ่อนมิ่ง ภรรยาของนายมหาหิน และ น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง ภรรยาของนายยุทธนา ที่มีส่วนรู้เห็นร่วมกันประชุมวางแผนจัดเตรียมอาวุธก่อเหตุ ไปขออำนาจผัดฟ้องฝากขังครั้งแรก

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ของผู้อื่น มีและใช้กระสุนปืนสงคราม มีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และสาธารณะ โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ มียุทธภัณฑ์ทางทหารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือชุมชน รวมถึงฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 50/2557 ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ทหารคอยดูแลความปลอดภัยด้านหน้าอาคารบางส่วน

ต่อมา คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพออกนั่งบัลลังก์พิจารณาอ่านคำร้องพนักงานสอบสวนยื่นขอฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นระยะเวลา 12 วัน ระหว่างวันที่ 14-25 มี.ค.2558 ให้เหตุผลว่ายังต้องสืบพยานต่ออีกรวม 15 ปาก รวมทั้งตรวจสอบใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนจากนายทะเบียนกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และตรวจสอบทะเบียนประวัติอาชญากร คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพพิเคราะห์แล้วเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ อนุญาตให้ฝากขังตามพนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง โดยให้นำตัวนายมหาหิน และนายยุทธนา ไปฝากขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วน น.ส.ณัฎฐ์พัชร์ และ น.ส.ธัชพรรณ ไปฝากขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง อย่างไรก็ตาม ในส่วน น.ส.ธัชพรรณ มีมารดาเตรียมนำหลักฐานและหลักทรัพย์ 4 แสนบาท มายื่นขอประกันตัว เนื่องจากกำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน

พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 ในฐานะคณะพนักงานสอบสวนคดีระเบิดให้สัมภาษณ์ว่า ศาลอนุญาตให้ฝากขังเป็นเวลา 12 วัน เพื่อรอการสอบสวนพยานเพิ่มเติม รวมถึงรอผลตรวจอาวุธปืนและระเบิด ส่วนความคืบหน้าของคดีพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอให้ศาลทหารกรุงเทพออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 5 ราย ในข้อหาการก่อการร้าย เป็นอั้งยี่และเป็นผู้จ้างวาน รวมถึงร่วมกระทำความผิดปาระเบิดแล้ว สำหรับรายละเอียด พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. จะเป็นผู้แถลงเอง ล่าสุดขณะนี้มีผู้ถูกหมายจับรวมแล้ว 14 ราย และวันที่ 15 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวนอีกส่วนหนึ่ง

ที่ บช.น. บ่ายวันเดียวกัน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีคนร้ายปาระเบิดศาลอาญา นำโดย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รองบางยาง รอง ผบช.น. หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เข้าร่วมประชุมหารือกัน หลังได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงของทหารว่า ในวันที่ 15 มี.ค. จะนำตัวผู้ต้องหาเกี่ยวข้องที่ควบคุมไว้ตามกฎอัยการศึกมาส่งให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นชุดที่ 2 จำนวน 4 ราย ได้แก่ น.ส.สุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ อายุ 49 ปี ผู้สั่งการและจ้างวาน นางวาสนา บุษดี ที่ น.ส.สุภาพร ใช้โอนเงินค่าจ้าง 10,000 บาท ให้กลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงนายนรพัฒน์ หรือบาส เหลือผล และนายวิชัย หรือตั้ม อยู่สุข ที่ร่วมประชุมวางแผนก่อนลงมือ ซึ่งถูกคุมตัวเป็น 2 รายล่าสุด

มีรายงานด้วยว่า ผู้ต้องหา 5 รายที่ถูกออกหมายจับเพิ่มข้อหา การก่อการร้าย เป็นอั้งยี่และเป็นผู้จ้างวาน ได้แก่ น.ส.สุภาพร หรือเดียร์ มิตรอารักษ์ นายนรพัฒน์ หรือบาส เหลือผล นางวาสนา บุษดี นายมนูญ ชัยชนะ หรือเอนก ซานฟราน และนายเจตน์ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) ผู้ร่วมประชุมวางแผน ทั้งนี้จากการสอบสวนนางวาสนา ให้การอ้างว่า น.ส.สุภาพรให้โอนเงิน 10,000 บาท ใช้ชื่อบัญชีตนส่งไปให้นายวิระศักดิ์ หรือใหญ่ พัทยา โดยไม่ทราบว่าเป็นค่าจ้างในการวางระเบิดศาลอาญา แต่พนักงานสืบสวนสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวถึงความคืบหน้าว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้สามารถเชื่อมโยงไปถึงคนมีสีที่หนุนหลังได้เลยหรือไม่ อยู่ในระหว่างการสอบสวน ยืนยันว่า หากการสอบสวนออกมาแล้วหลักฐานพอเพียงไปถึงใครเป็นคนสนับสนุน ช่วยเหลือ ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายจะต้องมีความถูกต้อง ตรงไปตรงมา และต้องเสมอภาค ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็นคนภาคอีสาน เป็นการเจาะจงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ตนยืนยันได้ว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมถูกดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างชัดเจน ไม่สามารถบิดเบือนได้ อยากให้ประชาชนแยกแยะข่าวสารต่างๆที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งต่อกัน เพราะทุกวันนี้ตำรวจดำเนินการตามอำนาจและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ขณะที่นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการระมัดระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้นตามคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาคดีระเบิดหน้าศาลอาญาว่า ช่วงนี้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่อาจมีการเคลื่อนไหวแอบแฝงที่ออกมาต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและ คสช. ที่หนักคือมีความพยายามทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น ต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด ส่วนจะมีก่อเหตุเป็น 100 จุดตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ต้องดูข้อเท็จจริงกัน เราก็มีข้อมูลของเรา แต่เมื่อขบวนการถูกเปิดโปงน่าจะลดลง แต่ไม่ประมาท เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทำงานกันอย่างเต็มที่ ต้องเฝ้าระวัง ต้องเอาก้านไม้ขีดถ่างตาไว้ การปฏิบัติการต้องมีทั้งเชิงรับและเชิงรุก ยอมรับว่ามันยังมีขบวนการเหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังคงตามประกบอยู่ และบางส่วนอยู่ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน กำลังขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านให้กดดันคนเหล่านี้

นายปณิธานกล่าวต่อว่า สถานการณ์โดยรวมถือว่ายังควบคุมได้อยู่ เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการส่งข้อมูลต่อๆ กันมาผ่านทางโซเชียลมีเดียเตือนให้ประชาชนระวัง อย่าไปในจุดสำคัญๆ ในวันที่ 15 มี.ค. เช่น ตามห้างสรรพสินค้า หรือตามแยกสำคัญๆ ที่กลุ่มผู้ก่อเหตุระบุไว้ นายปณิธานกล่าวว่า มีจดหมายลูกโซ่ที่เตือนอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ประชาชนจะได้ช่วยกันดู ส่วนคนที่ปล่อยข่าวอย่างนี้เจ้าหน้าที่ก็ติดตามอยู่ ต่อข้อถามว่า มีคนบางกลุ่มมองว่าเหตุระเบิดที่ศาลอาญาเป็นการจัดฉากขึ้นเอง ที่ปรึกษารองนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ออกมาพูดแบบนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะบอกว่าเป็นการจัดฉาก แบบนี้เรียกว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด ทั้งที่ความจริง รัฐบาลไม่สามารถทำเช่นนี้ได้ เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากดูคลิปแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ยากที่จะจัดฉาก ภาครัฐเองคงต้องแสดงความโปร่งใสเพื่อลดความสงสัย การสืบสวนสอบสวนในบรรยากาศที่มีกฎอัยการศึก บางทีคนอาจไม่มั่นใจ ดังนั้นการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับรู้ เป็นสิ่งที่จำเป็น

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวว่า ตลอดเวลาเจ้าหน้าที่ประสานการทำงานร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจะทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยให้มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน แม้ว่าข่าวสารคำให้การอาจยังไม่มีข้อพิสูจน์ และน้ำหนักที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่จะยังคงไม่ประมาท ขอให้มั่นใจทั้งทหาร ตำรวจ อาจมีการปรับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้สอดรับกับสถานการณ์ตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะการเพิ่มเข้มงวดในเรื่องการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะเข้าออกตามสถานที่สำคัญ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ในระดับหนึ่งว่า มาตรการการรักษาความปลอดภัยที่ภาครัฐได้พยายามดำเนินการให้อยู่ในขณะนี้ มีความสมบูรณ์เพียงพอที่จะรับมือต่อสถานการณ์ต่างๆได้