กองปราบฯตามรวบพนักงานสาวแสบ บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง พร้อมแม่และเพื่อนชาย หลังหลอกเหยื่อที่เป็นลูกค้าของบริษัท ให้มาลงทุนซื้อหลักทรัพย์โดยอ้างได้ผลกำไรดีจนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทกว่า 31 ล้านบาท ก่อนถูกสาวแสบเปลี่ยนชื่อบัญชีของเหยื่อเป็นชื่อแม่และเพื่อนชายแทน แล้วถอนออกหมดจนเกลี้ยงบัญชี บริษัทเห็นความผิดปกติรีบแจ้งตำรวจ ก่อนจะถูกตามรวบได้ยกแก๊ง
พนักงานสาวแสบบริษัทหลักทรัพย์ หลอกลูกค้าให้มาลงทุนซื้อหลักทรัพย์ อ้างได้ผลกำไรดี จนเหยื่อหลงเชื่อสูญเงินไปกว่า 31 ล้านบาท รายนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 13 มีนาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี พ.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. แถลงข่าวจับกุม น.ส.ปณิตา อรรถเสรีวงศ์ อายุ 26 ปี นางละอองดาว อรรถเสรีวงศ์ อายุ 49 ปี และ นายเปรมธีระ จันโททัย อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของนายจ้าง ปลอมและใช้เอกสารปลอมโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 55/231 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 42 แขวงนวมินทร์ เขต บึงกุ่ม กทม.
พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีฝ่ายกฎหมายของบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ตรวจสอบ หลังจากตรวจพบว่าการทำธุรกรรมของลูกค้าจำนวน 8 ราย เกิดปัญหาในเรื่องจำนวนเงินที่มีการนำฝาก จนเกรงว่าลูกค้าจะเกิดความเสียหายพร้อมนำข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานพบว่า น.ส.ปณิตาพนักงานของบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ฯ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ผู้แนะนำการลงทุน หรือ โบรกเกอร์ ได้แนะนำลูกค้าให้ลงทุนซื้อหลักทรัพย์โดยอ้างว่าได้ผลกำไรดี ให้อัตราดอกเบี้ยถึง 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อฝากเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท เมื่อ น.ส.ปณิตา ได้รับเอกสารการฝากเงินมา ได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารการฝากเงินของลูกค้า ที่สั่งซื้อหลักทรัพย์ในบัญชีของบริษัทฯ ด้วยการเปลี่ยนชื่อลูกค้าเป็นชื่อของนางละอองดาว ที่เป็นมารดา และนายเปรมธีระ เพื่อนชาย รวมเป็นเงินกว่า 31 ล้านบาท
พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวต่อว่า ภายหลังจากเงินถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขบัญชีแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาได้ถอนเงินออกไปจนหมดบัญชี กระทั่งทางบริษัทฯตรวจสอบพบความเสียหาย จึงได้เข้าแจ้งความไว้ ก่อนจะตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ทั้งหมด เบื้องต้นสอบสวน น.ส.ปณิตาให้การรับสารภาพว่า กระทำความผิดจริง โดยตอนแรกต้องการนำเงินมาหมุนไว้ใช้เล่นหุ้นเองแค่ 6 ล้านบาท แต่ปรากฏว่ากลับมีเงินเข้ามาเป็นจำนวนมาก เลยต้องถอนออกมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ดำเนินคดีต่อไป


